เสือแบล็ค – ประกาศกู้ฟอร์มดุบู๊แหลก สตีเฟน เออร์วิน ศึก ONE Fight Night 45

0

เสือแบล็ค ท.พราน49 มวยพลังแกร่งจากเพชรบุรีตั้งเป้าทวงคืนฟอร์มเก่งด้วยการกลับมาชกในสไตล์ดุดันตามถนัด เพื่อคว้าชัยเหนือ สตีเฟน เออร์วิน จอมบู๊จากสกอตแลนด์ ในศึก ONE Fight Night 45: ลุค vs โมฮาเหม็ด โดยทั้งคู่จะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้

เสือแบล็ค เคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการคว้าชัย 6 ไฟต์ติดต่อกันในช่วงปี 2566-67 ก่อนผลงานช่วงหลังจะสะดุด ใน 2 ไฟต์ล่าสุด โดยแพ้ให้กับ ปกรณ์ พีเค.เสี่ยเล่เต็นท์มังกร ในศึก ONE ลุมพินี 137: ตะวันฉาย vs เมิงหยาง เมื่อเดือน ธ.ค. 68 และ “ฮิว” จากญี่ปุ่น ในศึก ONE Fight Night 41: สินสมุทร vs จอร์จ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่รู้สึกท้อ เพราะมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นจุดบกพร่องเพื่อนำไปพัฒนาตัวเอง โดยมีภรรยาคอยเป็นกำลังใจสำคัญ

“ถึง 2 ไฟต์ล่าสุดจะแพ้ แต่ผมไม่ได้ท้อครับ เพราะใน ONE มีแต่นักมวยเก่ง ๆ ทั้งนั้น การแพ้ ปกรณ์ หรือ ฮิว ไม่ได้ทำให้ผมเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมลดมาชกรุ่นฟลายเวต ตอนซ้อมผมพร้อมมาก แต่พอขึ้นเวทีกลับกลัวว่าจะทำให้แฟนมวยผิดหวัง กังวลว่าจะเล่นฝีมือหรือจะบู๊ดี วางตัวไม่ถูกเลยเสียโอกาสตรงนั้นไปครับ”

“คนที่ให้กำลังใจผมมากที่สุดคือครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา เวลาผมแพ้แล้วโดนวิจารณ์จนอยากจะเลิกชกมวย เขาจะบอกเสมอว่าผมเป็นนักมวยที่เก่งคนหนึ่ง เพียงแต่ยังดึงศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ ยังมีนักมวยอีกหลายคนที่แพ้มากกว่าผมแต่ไม่เคยท้อถอย คำพูดของเขาทำให้ผมกลับมามั่นใจ และเชื่อว่าถ้าผมไม่เก่งจริง ก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ครับ”

ด้าน “สตีเฟน” นักสู้ฟอร์มแรงจากสกอตแลนด์ คว้าชัย 7 จาก 8 ไฟต์ใน ONE ลุมพินี พร้อมคว้าสัญญา ONE เป็นคนที่ 33 ของรายการ จากการหวดก้านคอน็อก “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” ในศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อเดือน ต.ค. 68 โดยไฟต์นี้จะเป็นการประเดิมเวทีระดับโลกครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวหวังเปิดตัวด้วยการโค่น “เสือแบล็ค” เพื่อแจ้งเกิดในรุ่นฟลายเวต โดยแม้ “เสือแบล็ค” จะมองว่าคู่ชกรายนี้มีความอันตราย แต่ยังเชื่อว่าเขาสามารถรับมือได้แน่นอน

“ผมศึกษา สตีเฟน มาระดับหนึ่ง สองไฟต์ล่าสุดเขาเอาชนะ ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป และ แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ เขาเป็นนักมวยที่เก่ง อาวุธหลากหลาย และหมัดหนัก แต่ผมไม่ได้กังวลอะไร เพราะเชื่อมั่นในตัวเอง กลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่จะได้วัดฝีมือกับนักชกระดับนี้ที่คว้าสัญญาจากเวที ONE ลุมพินี มาเหมือนกัน”

เสือแบล็ค - ประกาศกู้ฟอร์มดุบู๊แหลก สตีเฟน เออร์วิน ศึก ONE Fight Night 45

“ปกติเขาชกที่พิกัด 125 ปอนด์ ซึ่งอาวุธก็หนักอยู่แล้ว พอขยับขึ้นมา 135 ปอนด์ อาวุธเขาน่าจะหนักกว่าเดิม ส่วนผมลดจาก 145 ลงมาร้อย 135 ปอนด์ ทำให้ไฟต์นี้น่าสนใจ เพราะเราต่างต้องมาพิสูจน์ว่าใครจะรับแรงปะทะได้ดีกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่าอาวุธของตัวเองหนักไม่แพ้เขาเหมือนกันครับ”

หลังพลาดท่าในการประเดิมรุ่นฟลายเวตครั้งที่แล้ว “เสือแบล็ค” ยังคงเปี่ยมด้วยความกระหายที่จะกลับมาเก็บชัยชนะ พร้อมเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองในพิกัดนี้ และยืนยันว่าตนยังมีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลก

“ผมกระหายชัยชนะทุกไฟต์อยู่แล้วครับ เพียงแต่ไฟต์ล่าสุดกับ ฮิว ผมยังทำไม่สำเร็จ หลังจบไฟต์วันเสาร์ ช่วงเย็นผมกลับมาซ้อมต่อทันที เพราะไม่ได้มีอาการบาดเจ็บ และยังรักษาสภาพร่างกายมาอย่างต่อเนื่อง”

“ช่วงแรกก็รู้สึกผิดหวังครับ แต่ความเสียใจไม่ได้ช่วยให้ตัวเองเก่งขึ้น ผมเลยเลือกกลับมาซ้อมหนักเหมือนเดิม ถึงวันนี้จะยังไม่ชนะ แต่ผมเชื่อว่าถ้ายังพยายามต่อไป สักวันชัยชนะต้องเป็นของผมครับ”

แม้ผลงานช่วงหลังจะไม่เป็นดั่งใจ แต่ “เสือแบล็ค” ยืนยันว่าไฟต์นี้แฟนมวยจะได้เห็นนักสู้สายบู๊คนเดิมกลับมาอีกครั้ง โดยพร้อมเปิดเกมแลกอาวุธเต็มที่ หวังโชว์ศักยภาพเรียกศรัทธาคืนจากแฟนมวย และคว้าชัยเหนือ “สตีเฟน” ในไฟต์สำคัญที่เจ้าตัวยกให้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์บนเส้นทางอาชีพ

“ครั้งนี้จะสู้แบบเน้นปะทะแน่นอน ไม่เล่นเชิงแบบมวยฝีมือแล้ว อยากกลับไปเป็น เสือแบล็ค คนเดิมตอนเข้ามาในรายการ ONE ใหม่ ๆ อยากโชว์ศักยภาพให้แฟนมวยเห็นว่าผมยังมีดีพอ อย่างแรกคือหวังชัยชนะ แต่ที่สำคัญที่สุดคืออยากทำผลงานให้ออกมาดีและทำให้แฟนมวยประทับใจครับ”

“นี่เป็นอีกไฟต์ที่ชี้ชะตาผม เพราะได้เจอกับนักชกระดับ สตีเฟน ที่มีสัญญา ONE เหมือนกัน ผมเตรียมตัวมาเต็มที่ และอยากพิสูจน์ให้เห็นว่านักชกสัญญา ONE จากไทยกับสกอตแลนด์ ใครจะทำผลงานได้ดีกว่ากัน”

“วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ ฝากแฟนมวยทั่วโลกช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ เสือตัวนี้จะกลับมาโชว์ฟอร์มดุเหมือนเดิมแน่นอนครับ”

โชคปรีชา – เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

0

โชคปรีชา พีเค.แสนชัย จอมดุ วัย 35 ปี จากระยอง เตรียมเปิดศึกรีแมตช์ อับดาลลาห์ ออนดาช คู่ปรับเก่า วัย 24 ปี จากเลบานอน ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ในรายการ The Inner Circle 24 ที่จะระเบิดความมัน ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ภาคแรกของคู่นี้เกิดขึ้นในศึก ONE ลุมพินี 70 เมื่อเดือน ก.ค. 67 ซึ่งเกมวันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกดุเดือดตลอดทั้ง 3 ยก ก่อนสุดท้ายจะเป็น โชคปรีชา ที่เบียดคว้าชัยเหนือ อับดาลลาห์ เป็นคนแรกในรายการแบบหวุดหวิดด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

เวลาผ่านไป 2 ปี ทั้งคู่ได้โอกาสให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง งานนี้ อับดาลลาห์ เจ้าของสถิติชนะ 8 จาก 9 ไฟต์ในรายการของ ONE มาพร้อมเป้าหมายชัดเจนคือการถอนแค้น โชคปรีชา ให้เด็ดขาดเพื่อลบรอยด่างพร้อยเดียวของเขา ขณะที่ โชคปรีชา ต้องการย้ำแผลเก่าให้ได้ เพื่อรักษาโมเมนตัมเก็บชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 2 งานนี้ ใครจะอยู่ ใครจะไป ต้องติดตามห้ามกะพริบตา!

หลังเอาชนะ อับดาลลาห์ ได้สำเร็จ ผลงานในรายการของ โชคปรีชา ยังไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักจากฟอร์มการชกที่ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ในไฟต์ล่าสุด เขากู้ความมั่นใจได้อีกครั้งด้วยการเอาชนะทีเคโอ ฮวิน วัน ตวน จากเวียดนามในศึก ONE ลุมพินี 155 เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เข้ากระเป๋าเป็นครั้งที่ 4

โชคปรีชา - เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

กลับมาครั้งนี้ โชคปรีชา หวังสานต่อฟอร์มแรงย้ำแค้นคู่ปรับเก่าที่ปัจจุบันมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬา ONE ให้ได้ เพื่อเดินหน้าคว้าชัยติดต่อเป็นไฟต์ที่ 2

ด้าน อับดาลลาห์ หลังจากสะดุดพ่าย โชคปรีชา ก็สามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันควัน ด้วยการลุยกวาดชัยต่อเนื่อง 3 ไฟต์จนได้รับสัญญา ONE มาครองเป็นคนที่ 34 ของรายการ ONE ลุมพินี

ไฟต์ล่าสุด อับดาลลาห์ ขึ้นชกในฐานะนักกีฬา ONE เป็นครั้งแรก และทำผลงานแจ่มกดน็อกยกแรก เด่นเกรียงไกร มาวินมวยไทย ในรายการ The Inner Circle 16 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่ 5 และไฟต์นี้เขาพร้อมทุ่มสุดตัวหวังเอาชนะ โชคปรีชา ให้ได้แบบขาดลอยเพื่อลบรอยแผลเดียวที่ติดค้างอยู่ในใจ

ติดตาม โชคปรีชา vs อับดาลลาห์ 2 วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 24 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

ONE Fight Night 45 – เปิดโปรแกรมเดือด เสือแบล็ค จับมือ แบล็คแพนเธอร์ ล่าชัย

0

ศึก ONE Fight Night 45 พร้อมเปิดฉากความมันเต็มพิกัดในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. 69 ด้วยโปรแกรมการแข่งขันสุดเดือด 9 คู่ นำโดยคู่เอก “ลุค ลิสซีย์” มวยมากฝีมือจากสหรัฐอเมริกา เปิดศึกกับ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” จอมบู๊อาวุธหนักจากแอลจีเรีย พร้อมด้วยสองนักสู้ชาวไทยสายลุยอย่าง “เสือแบล็ค ท.พราน49” และ “แบล็คแพนเธอร์” ที่เตรียมขึ้นสังเวียนสร้างความตื่นเต้นให้แฟนมวยทั่วโลก

คู่เอกของรายการ “ลุค ลิสซีย์” มวยเชิงสูงจากสหรัฐอเมริกา วัย 30 ปี เล็งล่าชัยหลังสะดุดแพ้ทีเคโอในศึก ONE Fight Night 37 เมื่อเดือน พ.ย. 68 ให้กับ “นิโค คาร์ริลโล” ที่ในขณะนั้นยังไม่ได้ครองตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล

ขณะที่ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” สายบู๊ วัย 29 ปี จากแอลจีเรีย ตั้งเป้ากลับคืนสู่เส้นทางแห่งชัยชนะเช่นกัน หลังผลงานในไฟต์ล่าสุดศึก ONE Fight Night 33 เมื่อเดือน ก.ค. 68 จบลงแบบ “ไม่มีผลการแข่งขัน (No Contest)” เนื่องจากพลาดทำนิ้วจิ้มตา “ชาโด้ มาวินมวยไทย” ไฟต์นี้ทั้งคู่จึงต้องงัดอาวุธเด็ดเพื่อคว้าชัยคืนมา โดยจะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)

ONE Fight Night 45 - เปิดโปรแกรมเดือด เสือแบล็ค จับมือ แบล็คแพนเธอร์ ล่าชัย

ด้านคู่รอง “เสือแบล็ค ท.พราน49” มวยกะเหรี่ยงสายลุย วัย 29 ปี จากเพชรบุรีได้คิวขึ้นสังเวียนเพื่อกู้ฟอร์มเก่งในการพบกับ “สตีเฟน เออร์วิน” นักสู้วัย 25 ปี จากสกอตแลนด์ ที่จะปรากฏตัวบนเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรกในฐานะนักกีฬา ONE เต็มตัว โดยจะดวลกันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

นอกจากนี้ “แบล็คแพนเธอร์” มวยฝีมือจัดจ้าน วัย 26 ปี จากสงขลา ออกเดินหน้าล่าแต้มชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 6 ในครั้งนี้โดย โดยโคจรมาเจอกับ “ฌอน คลิมาโค” จอมชั้นเชิง วัย 32 ปี ตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกา ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต ร่วมด้วยเหล่ายอดฝีมือระดับโลกตบเท้าประชันฝีมือกันอีกเพียบโปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE Fight Night 45

คู่เอก ลุค ลิสซีย์ vs โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.), คู่รอง เสือแบล็ค ท.พราน49 vs สตีเฟน เออร์วิน (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), ลิโต อาดิวัง vs โจชัว เพอร์เรรา (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), จีฮิน รัดซวน vs อนาสตาเซีย นิโคลากาคอส (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.), ฟิลิปเป โลโบ vs ดีมิทรี คอฟตุน (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.), โบคัง มาซันเยน vs ลี ซัง ชอล (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.), แบล็คแพนเธอร์ vs ฌอน คลิมาโค (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), อายากะ มิอูระ vs วิกตอเรีย ซูซา (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.), ซานซาร์ ซาคิรอฟ vs รุสลัน ซาตีเยฟ (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night 45 ทาง Watch.ONEFC.com, Facebook และ YouTube ของ ONE คู่แรกเริ่มเวลา 8.00 น. และทางช่อง 7HD กด 35 เริ่ม 10.00 น. จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

โจชัว – กอดบัลลังก์แน่นป้องแชมป์โลก ONE MMA ศึก The Inner Circle 21

0

ONE กลับมามอบความมันให้กับแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ในรายการ The Inner Circle 21 และ ONE ลุมพินี 161 ซึ่งถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. 69 โดยนักสู้ทั้ง 28 คนในสองอีเวนต์ ต่างงัดอาวุธเด็ดออกมาโชว์สร้างความเร้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ

คู่เอกของ The Inner Circle 21 “โจชัว พาซิโอ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) จากฟิลิปปินส์ ขึ้นป้องกันตำแหน่งจากผู้ท้าชิงคู่ปรับเก่า “มานซัวร์ มาลาชิเอฟ” จากรัสเซีย เริ่มต้นเกมทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือดทั้งเกมยืนและเกมนอน แต่สุดท้าย “โจชัว” ชิงจังหวะใช้ท่ารัดคอจากด้านหลัง “Rear Naked Choke (เรียร์ เนกเกด โช้ก)” เล่นงาน “มานซัวร์” จนหลับคาเวที ปิดเกมในนาทีที่ 4:23 ของยกแรก ป้องกันเข็มขัดได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,600,000 บาท) กลับบ้านไปด้วย

อีกคู่ไฮไลต์ที่น่าสนใจ “เดชชวลิต ซิลค์มวยไทย” ดาวรุ่งไฟแรงจากชลบุรี ปะทะ “ทอม คาสส์” กำปั้นพลังแกร่งจากฝรั่งเศส ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ปรากฏว่าตลอดทั้ง 3 ยก “เดชชวลิต” เดินหน้าออกอาวุธได้จะแจ้ง และส่ง “ทอม คาสส์” ร่วงลงพื้น ได้ยกละ 1 นับ เมื่อครบ 3 ยก “เดชชวลิต” เอาชนะ “ทอม คาสส์” ไปได้ด้วยคะแนนเอกฉันท์ เก็บสถิติไร้พ่ายเป็นไฟต์ที่ 5 ในรายการอย่างสวยงาม

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 21

คู่เอก โจชัว พาซิโอ (ฟิลิปปินส์) ชนะซับมิชชัน มานซัวร์ มาลาชิเอฟ (รัสเซีย) นาทีที่ 4:23 ของยกแรก (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

โชโสะ อิโซจิมะ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ เอดูอาร์ด โฟลายัง (ฟิลิปปินส์) นาทีที่ 4:29 ของยกแรก (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

เดชชวลิต ซิลค์มวยไทย ชนะคะแนนเอกฉันท์ ทอม คาสส์ (ฝรั่งเศส) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

อาลี เคลาต (ตุรกี) ชนะทีเคโอ เอเลียส อับเดลาลี (ฝรั่งเศส) นาทีที่ 2:29 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ขณะที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 161 ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดย “จรัสชัย แม็กจันดี” ยอดฝีมือจากตรัง พบกับ “ออตมาน รูนี” นักสู้ฝีมือจัดจ้านจากโมร็อกโก ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ไฟต์นี้ “จรัสชัย” ออกมาบู๊ด้วยความมั่นใจ ขณะที่ “ออตมาน” อาศัยความคล่องตัวชิงจังหวะโต้กลับ จุดเปลี่ยนมาเกิดในยก 2 เมื่อ “จรัสชัย” สาดแข้งใส่ “ออตมาน” แต่กลับพลาดโดนหมัดฮุกซ้ายสวนเข้าปลายคางหล่นพื้นเสียนับไปก่อน เข้าสู่ยกตัดสิน “จรัสชัย” จึงเร่งเครื่องบุกเต็มที่ และได้จังหวะแทงเข่าลอยสองชั้นตามด้วยก้านคอจนได้นับคืนมา สุดท้ายครบ 3 ยก ผู้ตัดสินชูมือให้ “จรัสชัย” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ เก็บชัยชนะ 4 ไฟต์รวดได้แบบสุดมัน

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 161

โจชัว - กอดบัลลังก์แน่นป้องแชมป์โลก ONE MMA ศึก The Inner Circle 21

คู่เอก จรัสชัย แม็กจันดี ชนะคะแนนเอกฉันท์ ออตมาน รูนี (โมร็อกโก) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

คู่รอง เพชรสยาม น้ำดื่มทีทูเอวอเตอร์อุบล ชนะทีเคโอ นิฮัด ทากิซาเด (อาเซอร์ไบจาน) นาทีที่ 1:53 ของยกแรก (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์ ชนะน็อก ทองลำพูน เอฟเอ.กรุ๊ป นาทีที่ 2:57 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ทอม คีโอ (ไอร์แลนด์) ชนะน็อก ไมเคิล บารานอฟ (รัสเซีย) นาทีที่ 0:46 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

กล้ารบ หนุ่ยกาแฟโบราณ ชนะคะแนนเอกฉันท์ โอมาร์ เอล ฮาลาบี (เลบานอน) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

กุหลาบขาว ลูกสิงห์นำชัย ชนะทีเคโอ เมชาล อัลซาอีด (คูเวต) นาทีที่ 1:15 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

โก โทโดโรกิ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก อเล็กซานเดอร์ ข่าน (ฝรั่งเศส/ไทย) นาทีที่ 3:21 ของยกแรก (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ซัลโว ทอฝันฟาร์ม ชนะน็อก ขุนเดช พีเค.แสนชัย นาทีที่ 2:28 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ปฏิภาณ อาจหินกอง ชนะคะแนนเอกฉันท์ เจ ฮัน (มาเลเซีย) (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

คัง มิน ซัง (เกาหลีใต้) ชนะน็อก ยูเซอิ อิวากุระ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 2:07 ของยก 2 (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

ตลอดการแข่งขันสุดมันทั้งสองอีเวนต์ในค่ำคืนนี้มีนักกีฬา 8 ราย โชว์ฝีมือปิดเกมเข้าตา “บิ๊กบอส” ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประกาศมอบเงินรางวัลโบนัสพิเศษให้แบบจุใจ ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ โจชัว พาซิโอ (50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านบาท), อาลี เคลาต ในรายการ The Inner Circle 21 และ ซัลโว ทอฝันฟาร์ม, โก โทโดโรกิ, กุหลาบขาว ลูกสิงห์นำชัย, ทอม คีโอ, เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์, เพชรสยาม น้ำดื่มทีทูเอวอเตอร์อุบล ในการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 161 รวมยอดเกือบ 4,050,000 บาท (สี่ล้านห้าหมื่นบาท)

บัวขาว – เปิดตัวภาพยนตร์สารคดี BUAKAW THE SERIES ผลักดันมวยไทยสู่ Soft Power

0

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิบัญชาเมฆ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “BUAKAW THE SERIES Dust, Sweat And Glory” ผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2568 ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ (บัวขาว บัญชาเมฆ) ยอดนักมวยไทยระดับโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจผ่านคุณค่าของความมุ่งมั่น ความมีวินัย ความอดทน และการพัฒนาตนเอง ควบคู่กับการส่งเสริมการรับรู้คุณค่าของมวยไทยในฐานะ Soft Power ของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

ภายในงาน ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีเรื่องนี้มุ่งใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์ในการส่งต่อแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดคุณค่าของความมีวินัย ความมุ่งมั่น ความอดทน และการไม่ยอมแพ้ ผ่านเรื่องราวชีวิตจริงของบุคคลต้นแบบ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการสร้างการรับรู้คุณค่าของมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของประเทศไทย

ด้าน บัวขาว บัญชาเมฆ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกซ้อม การก้าวผ่านอุปสรรค จนก้าวขึ้นเป็นยอดนักมวยไทยระดับโลกส่วนตัวรู้สึกตื่นตันใจเป็นอย่างมาก และขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตนเอง ซึ่งกว่าที่จะก้าวไปได้ชัยชนะบนเวทีเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราต้องผ่านความอดทนอดกลั้นขนาดไหน เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่ก้าวไปด้วยขั้นตอน ตนเองคิดว่ามีใจที่วิเศษกว่าคนอื่น และเรื่องราวของตนมีแรงที่แรงที่ห้า ช่วยผลักดันให้สู้มาตลอด และผ่านเรื่องราวต่างๆ ทุกย่างก้าวจนกลายเป็นประสบการณ์และก้าวมาถึงวันนี้ สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบัวขาวในวัยเด็กก็คือ ลูกของน้องสาวแท้ๆ ของตนเอง

บัวขาว - เปิดตัวภาพยนตร์สารคดี BUAKAW THE SERIES ผลักดันมวยไทยสู่ Soft Power

“หนังเรื่องนี้ผมก็มีส่วนช่วยในการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ และเป็นผู้แนะนำในการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเราที่ออกมาจากใจของบัวขาวจริงๆ ขณะที่บางส่วนก็เป็นการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมันสมองของผู้กำกับ แต่สิ่งที่เราช่วยคือบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเองว่าเป็นอย่างไร สำหรับผมนั้นต้นทุนชีวิตมีแค่ 100 เดียว ถ้าวันนั้นแม่ไม่ให้เงิน ผมก็ไม่สามารถไปชกมวยกับเพื่อนๆ ได้ จาก้าวแรกในวันนั้น ทำให้ผมได้ชกมวยและก้าวมาจนถึงวันนี้ได้ นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้เราก็ไม่ได้ทำแค่ภาษาไทยอย่างเดียว แต่เราได้แปลเป็นภาษาอื่นเพื่อถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ด้วย“

ขณะที่ อิสรา นาดี ผู้กำกับ กล่าวว่า ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมสัมผัสเรื่องราวการต่อสู้ ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจของ “บัวขาว” ภายใต้แนวคิด “ทุกความสำเร็จ ล้วนเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยหยุดเดิน” โครงการจัดทำโดย มูลนิธิบัญชาเมฆ มี ร.ท.ธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม รองประธานมูลนิธิบัญชาเมฆ เป็นผู้จัดการโครงการ และ ดร.ยศพนธ์ สุกุมลนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาการกีฬา สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา เป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยภาพยนตร์แบ่งเป็น 6 ตอน ตอนละ 25 นาที ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของ “บัวขาว” ตั้งแต่ก้าวแรกสู่สังเวียนจนก้าวสู่แชมป์โลก การต่อยอดความสำเร็จ และการส่งต่อแรงบันดาลใจ นอกจากการถ่ายทอดเรื่องราวของนักกีฬาระดับโลกแล้ว ภาพยนตร์ยังมีบทบาทในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของมวยไทยในฐานะ Soft Power ของประเทศไทย เชื่อมโยงกีฬา วัฒนธรรม และการพัฒนาคน สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดคุณค่าของสื่อสร้างสรรค์สู่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ

ติดตาม “BUAKAW THE SERIES Dust, Sweat And Glory” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.00–11.30 น. ทาง ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 เริ่มตอนแรก EP1 “ก้าวแรกสู่สังเวียน” ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 พร้อมรับชมผ่าน Facebook, TikTok และ YouTube เพื่อร่วมสัมผัสเรื่องราวชีวิตของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ที่สะท้อนพลังของความมุ่งมั่น ความพยายาม และแรงบันดาลใจในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ พร้อมร่วมผลักดันมวยไทยสู่การเป็น Soft Power ที่สร้างคุณค่าและชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ

โชคปรีชา – เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

0

โชคปรีชา พีเค.แสนชัย จอมดุ วัย 35 ปี จากระยอง เตรียมเปิดศึกรีแมตช์ อับดาลลาห์ ออนดาช คู่ปรับเก่า วัย 24 ปี จากเลบานอน ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ในรายการ The Inner Circle 24 ที่จะระเบิดความมัน ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ภาคแรกของคู่นี้เกิดขึ้นในศึก ONE ลุมพินี 70 เมื่อเดือน ก.ค. 67 ซึ่งเกมวันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกดุเดือดตลอดทั้ง 3 ยก ก่อนสุดท้ายจะเป็น โชคปรีชา ที่เบียดคว้าชัยเหนือ อับดาลลาห์ เป็นคนแรกในรายการแบบหวุดหวิดด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

เวลาผ่านไป 2 ปี ทั้งคู่ได้โอกาสให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง งานนี้ อับดาลลาห์ เจ้าของสถิติชนะ 8 จาก 9 ไฟต์ในรายการของ ONE มาพร้อมเป้าหมายชัดเจนคือการถอนแค้น โชคปรีชา ให้เด็ดขาดเพื่อลบรอยด่างพร้อยเดียวของเขา ขณะที่ โชคปรีชา ต้องการย้ำแผลเก่าให้ได้ เพื่อรักษาโมเมนตัมเก็บชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 2 งานนี้ ใครจะอยู่ ใครจะไป ต้องติดตามห้ามกะพริบตา!

หลังเอาชนะ อับดาลลาห์ ได้สำเร็จ ผลงานในรายการของ โชคปรีชา ยังไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักจากฟอร์มการชกที่ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ในไฟต์ล่าสุด เขากู้ความมั่นใจได้อีกครั้งด้วยการเอาชนะทีเคโอ ฮวิน วัน ตวน จากเวียดนามในศึก ONE ลุมพินี 155 เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เข้ากระเป๋าเป็นครั้งที่ 4

โชคปรีชา - เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

กลับมาครั้งนี้ โชคปรีชา หวังสานต่อฟอร์มแรงย้ำแค้นคู่ปรับเก่าที่ปัจจุบันมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬา ONE ให้ได้ เพื่อเดินหน้าคว้าชัยติดต่อเป็นไฟต์ที่ 2

ด้าน อับดาลลาห์ หลังจากสะดุดพ่าย โชคปรีชา ก็สามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันควัน ด้วยการลุยกวาดชัยต่อเนื่อง 3 ไฟต์จนได้รับสัญญา ONE มาครองเป็นคนที่ 34 ของรายการ ONE ลุมพินี

ไฟต์ล่าสุด อับดาลลาห์ ขึ้นชกในฐานะนักกีฬา ONE เป็นครั้งแรก และทำผลงานแจ่มกดน็อกยกแรก เด่นเกรียงไกร มาวินมวยไทย ในรายการ The Inner Circle 16 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่ 5 และไฟต์นี้เขาพร้อมทุ่มสุดตัวหวังเอาชนะ โชคปรีชา ให้ได้แบบขาดลอยเพื่อลบรอยแผลเดียวที่ติดค้างอยู่ในใจ

ติดตาม โชคปรีชา vs อับดาลลาห์ 2 วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 24 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

สามเอ – ลั่นใช้ความเก๋าสยบ อาลีฟ ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย

0

สามเอ ไก่ย่างห้าดาว นักสู้สุดเก๋า วัย 42 ปี จากบุรีรัมย์ และ อาลีฟ ส.เดชะพันธ์ รุ่นน้องไฟแรง วัย 22 ปี ตัวแทนมาเลเซีย/ไทย จูงมือกันอวดความพร้อมล่าสุด ก่อนเปิดศึกชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล (115-125 ป.) ในรายการ The Inner Circle 23 ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.

“สามเอ” และ “อาลีฟ” เชิญให้สื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) พร้อมพูดคุยถึงความพร้อมในการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ ที่ค่าย Evolve MMA กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยิม EVOLVE MMA สาขาแรกในประเทศไทย

แม้วัยจะล่วงเลยขึ้นเลขสี่ แต่ “สามเอ” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต คนแรกในประวัติศาสตร์ ยังรักษาร่างกายได้ดีเยี่ยม และยืนยันว่าไม่หวั่นที่ต้องบู๊กับ “อาลีฟ” คู่ชกฟอร์มสดที่อายุน้อยกว่าเท่าตัว

“ไฟต์นี้ผมจะใช้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้เป็นประโยชน์ เลือกออกอาวุธให้เหมาะกับสถานการณ์ และเตรียมแผนรับมือความสดของ อาลีฟ มาแล้ว รอดูผลงานบนเวทีได้เลย”

“การฝึกซ้อมที่ยิม Evolve MMA รวมถึงการสอนมวย ช่วยให้ผมเห็นแนวทางการออกอาวุธที่หลากหลาย และนำมาปรับใช้กับสไตล์การชกของตัวเอง ขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีส่วนช่วยให้ผมเข้าใจการบริหารร่างกาย รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา และสามารถยืนระยะบนเวทีได้นานขึ้นครับ”

นอกจากนี้ “สามเอ” ยังยืนชัดเจนว่าอายุที่มากขึ้น จะไม่ส่งผลต่อความฝันในการล่าบัลลังก์ของตัวเองแน่นอน

สามเอ - ลั่นใช้ความเก๋าสยบ อาลีฟ ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย

“เป้าหมายของผมยังเหมือนเดิมคือการก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์โลก แม้อายุจะมากขึ้น แต่ผมยังเชื่อมั่นในสภาพร่างกายของตัวเองว่าสามารถแข่งขันต่อไปได้อีกหลายปี สมมุติถ้าผมพลาดแพ้ครั้งนี้มันก็ไม่ใช่โอกาสสุดท้าย เพราะผมยังพร้อมไล่ล่าความสำเร็จต่อไปครับ”

ขณะที่ “อาลีฟ” เดิมทีถูกวางตัวให้เป็นผู้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต จาก “พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค.” แต่เนื่องจากนักสู้เจ้าของฉายา “ฉายเป็นชุด” บาดเจ็บไม่พร้อมป้องกันตำแหน่ง ทำให้เจ้าตัวได้ชิงแชมป์โลกเฉพาะกาลกับ “สามเอ” แทน โดยยืนยันว่าพร้อมสู้เต็มที่เช่นกัน

“ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้ขึ้นชกกับพี่สามเอ เพราะเขาคือตำนานนักชกของไทย ผมติดตามดูเขาชกมาตั้งแต่เด็ก และรู้ดีว่าเขามีอาวุธซ้ายที่อันตราย ตอนนี้ผมเตรียมแผนรับมือมาแล้ว ส่วนผลบนเวทีจะออกมาเป็นอย่างไร ฝากแฟน ๆ รอติดตามกันได้เลย”

ส่วนกรณีที่ร้างสังเวียนไปนานจนแฟนมวยอดเป็นห่วงไม่ได้นั้น “อาลีฟ” ย้ำว่าไม่มีผลต่อฟอร์มการชกในครั้งนี้แน่นอน

“ผมหยุดไปนาน 7-8 เดือน แต่ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะซ้อมเต็มที่มาตลอด ผมสามารถสู้ได้ยาวตลอดทั้ง 5 ยกแน่นอน”

“ไฟต์นี้แฟนมวยชาวมาเลเซียทั้งประเทศต่างรอชมและคาดหวังให้ผมก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ ผมพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และตั้งใจจะคว้าเข็มขัดกลับไปฝากพี่น้องชาวมาเลเซียให้ได้ครับ”

ติดตาม “สามเอ vs อาลีฟ” วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 23 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

โชคปรีชา – เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

0

โชคปรีชา พีเค.แสนชัย จอมดุ วัย 35 ปี จากระยอง เตรียมเปิดศึกรีแมตช์ อับดาลลาห์ ออนดาช คู่ปรับเก่า วัย 24 ปี จากเลบานอน ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ในรายการ The Inner Circle 24 ที่จะระเบิดความมัน ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ภาคแรกของคู่นี้เกิดขึ้นในศึก ONE ลุมพินี 70 เมื่อเดือน ก.ค. 67 ซึ่งเกมวันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกดุเดือดตลอดทั้ง 3 ยก ก่อนสุดท้ายจะเป็น โชคปรีชา ที่เบียดคว้าชัยเหนือ อับดาลลาห์ เป็นคนแรกในรายการแบบหวุดหวิดด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

เวลาผ่านไป 2 ปี ทั้งคู่ได้โอกาสให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง งานนี้ อับดาลลาห์ เจ้าของสถิติชนะ 8 จาก 9 ไฟต์ในรายการของ ONE มาพร้อมเป้าหมายชัดเจนคือการถอนแค้น โชคปรีชา ให้เด็ดขาดเพื่อลบรอยด่างพร้อยเดียวของเขา ขณะที่ โชคปรีชา ต้องการย้ำแผลเก่าให้ได้ เพื่อรักษาโมเมนตัมเก็บชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 2 งานนี้ ใครจะอยู่ ใครจะไป ต้องติดตามห้ามกะพริบตา!

หลังเอาชนะ อับดาลลาห์ ได้สำเร็จ ผลงานในรายการของ โชคปรีชา ยังไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักจากฟอร์มการชกที่ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ในไฟต์ล่าสุด เขากู้ความมั่นใจได้อีกครั้งด้วยการเอาชนะทีเคโอ ฮวิน วัน ตวน จากเวียดนามในศึก ONE ลุมพินี 155 เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เข้ากระเป๋าเป็นครั้งที่ 4

โชคปรีชา - เตรียมรีแมตช์เดือด อับดาลลาห์ ศึก The Inner Circle 24

กลับมาครั้งนี้ โชคปรีชา หวังสานต่อฟอร์มแรงย้ำแค้นคู่ปรับเก่าที่ปัจจุบันมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬา ONE ให้ได้ เพื่อเดินหน้าคว้าชัยติดต่อเป็นไฟต์ที่ 2

ด้าน อับดาลลาห์ หลังจากสะดุดพ่าย โชคปรีชา ก็สามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันควัน ด้วยการลุยกวาดชัยต่อเนื่อง 3 ไฟต์จนได้รับสัญญา ONE มาครองเป็นคนที่ 34 ของรายการ ONE ลุมพินี

ไฟต์ล่าสุด อับดาลลาห์ ขึ้นชกในฐานะนักกีฬา ONE เป็นครั้งแรก และทำผลงานแจ่มกดน็อกยกแรก เด่นเกรียงไกร มาวินมวยไทย ในรายการ The Inner Circle 16 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่ 5 และไฟต์นี้เขาพร้อมทุ่มสุดตัวหวังเอาชนะ โชคปรีชา ให้ได้แบบขาดลอยเพื่อลบรอยแผลเดียวที่ติดค้างอยู่ในใจ

ติดตาม โชคปรีชา vs อับดาลลาห์ 2 วันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 24 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

EVOLVE MMA – สถาบันศิลปะการต่อสู้ระดับเอเชีย เปิดสาขาแรกในไทย ที่ เอ็มสเฟียร์

0

EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) สถาบันศิลปะการต่อสู้ระดับแชมป์ชั้นนำของเอเชีย ขยายสู่ประเทศไทย ในชื่อ EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) พร้อมเปิดสอนกว่า 150 คลาสต่อสัปดาห์ โดยทีมผู้ฝึกสอนแชมป์โลกด้านศิลปะการต่อสู้ ศูนย์ฝึก EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาสมาตรฐาน 5 ดาว ใจกลางกรุงเทพฯ

EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) สถาบันศิลปะการต่อสู้ระดับแชมป์ชั้นนำของเอเชีย ประกาศเปิดตัว EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) อย่างเป็นทางการ โดยมี ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) และผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) เป็นประธาน ที่ EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) กรุงเทพฯ

นับเป็นก้าวแรกของความมุ่งมั่นระยะยาวของ EVOLVE (อีโวลฟ์) ในการร่วมพัฒนาและขยายชุมชนศิลปะการต่อสู้ในประเทศไทย

EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาสมาตรฐาน 5 ดาว พร้อมอุปกรณ์การฝึกซ้อมที่ทันสมัย รองรับผู้ฝึกทุกช่วงวัยและทุกระดับประสบการณ์ ภายใต้การดูแลของทีมผู้ฝึกสอนระดับแชมป์โลกจากนานาชาติ

สถาบันมุ่งมั่นมอบการเรียนการสอนศิลปะการต่อสู้ที่ได้มาตรฐานสูงสุดและคงไว้ซึ่งความดั้งเดิม ภายในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และเป็นมิตรสำหรับทุกคน เปิดโอกาสให้ทั้งผู้เริ่มต้น ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย หรือแม้แต่นักกีฬามืออาชีพ สามารถฝึกซ้อมร่วมกันได้

EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเปิดสอนกว่า 150 คลาสต่อสัปดาห์ ครอบคลุม มวยไทย, มวยสากล, บราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ), มวยปล้ำ, ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA), มวยไทยสำหรับเด็ก และบราซิลเลียนยิวยิตสูสำหรับเด็ก ต่อยอดจากความสำเร็จของสถาบัน EVOLVE (อีโวลฟ์) ในประเทศสิงคโปร์

ตารางเรียนของ EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้เรียนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน ครอบครัว และเด็ก ๆ โดยเปิดสอนตลอดทั้งวัน เพื่อให้สมาชิกสามารถเลือกเวลาเรียนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และตารางเวลาของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) และผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) กล่าวว่า “เมื่อเราก่อตั้ง EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) ที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 2552 วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของตนผ่านพลังแห่งศิลปะการต่อสู้”

“ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา เรารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งกับการสนับสนุนอันยอดเยี่ยมที่เราได้รับในประเทศสิงคโปร์ ตอนนี้เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะผู้คนจำนวนมากขึ้นจะได้มีโอกาสเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ที่คงไว้ซึ่งความเป็นต้นตำรับ จากทีมผู้ฝึกสอนระดับแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติของเรา”

“การนำ EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) มาสู่กรุงเทพฯ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นในพันธกิจของเราในการทำให้ศิลปะการต่อสู้ระดับโลกเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”

“เราเชื่อว่าศิลปะการต่อสู้เป็นของทุกคน ไม่ว่าคุณจะต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น สร้างความมั่นใจ ลดน้ำหนัก เรียนรู้การป้องกันตัว ก้าวสู่การแข่งขันในระดับสูงสุด หรือเพียงต้องการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด เราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ผ่านพลังแห่งศิลปะการต่อสู้”

นอกจากนี้ EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์) ยังเปิดตัว EVOLVE Kids’ Program (อีโวลฟ์ คิดส์ โปรแกรม) ซึ่งเป็นโปรแกรมมวยไทยและบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) สำหรับเด็กที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

EVOLVE MMA - สถาบันศิลปะการต่อสู้ระดับเอเชีย เปิดสาขาแรกในไทย ที่ เอ็มสเฟียร์

หลักสูตรได้รับการออกแบบโดยผู้สำเร็จการศึกษาระดับ MBA (เอ็มบีเอ) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เปิดรับเด็กอายุ 4-13 ปี ทุกระดับประสบการณ์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลิกภาพ การป้องกันการถูกรังแก (Bully-proofing) การเสริมสร้างความมั่นใจ การพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย ความคล่องตัว วินัย ความอดทน และการมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดชีวิต

ภายใต้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างชัดเจน ปลอดภัย และสร้างแรงบันดาลใจ เด็ก ๆ จะได้รับการพัฒนาทั้งทักษะด้านร่างกาย ความมั่นใจ ความเข้มแข็งทางจิตใจ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จ ทั้งบนเบาะฝึกและในชีวิตประจำวัน

“ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ผมเข้าใจดีว่าพ่อแม่ทุกคนต่างต้องการให้ลูกเติบโตขึ้นด้วยความมั่นใจ ความเข้มแข็ง และความสามารถในการก้าวผ่านความท้าทายในชีวิต ที่ EVOLVE (อีโวลฟ์) เราเชื่อว่าศิลปะการต่อสู้คือหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถมอบให้กับอนาคตของลูกได้”

“พันธกิจของเราไม่เคยเป็นเพียงการสอนมวยไทยหรือบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) แต่คือการช่วยให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาความมั่นใจ วินัย ความเคารพผู้อื่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความมุ่งมั่น และความเข้มแข็งทางจิตใจ เพื่อให้สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต ผ่านการเรียนการสอนระดับโลกในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีการสนับสนุน และเป็นระบบ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การรับมือกับแรงกดดัน การก้าวข้ามอุปสรรค และการพัฒนาตนเองให้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”

“ในขณะที่ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูด การกดดันทางอารมณ์ หรือการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย ยังคงเป็นความกังวลของหลายครอบครัว เด็กทุกคนสมควรได้รับความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากความหวาดกลัว”

“โปรแกรมสำหรับเด็กของเราช่วยให้เด็ก ๆ สามารถป้องกันตนเองจากการถูกกลั่นแกล้ง ด้วยการเสริมสร้างทักษะการป้องกันตัวที่ใช้ได้จริง ความมั่นใจในการยืนหยัดเพื่อตนเอง และวินัยในการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความกล้าหาญ การควบคุมตนเอง และความเคารพผู้อื่น”

พันธกิจดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยผู้ฝึกสอนของ EVOLVE MMA (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ) มีประสบการณ์การคว้าแชมป์รวมกันมากกว่า 1,000 ปี ผสานประสบการณ์การแข่งขันระดับสูงเข้ากับความมุ่งมั่นร่วมกันในการช่วยให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยและทุกระดับความสามารถได้พัฒนาศักยภาพสูงสุดของตน ผ่านการเรียนการสอนศิลปะการต่อสู้ที่คงไว้ซึ่งความเป็นต้นตำรับ

เพื่อเสริมสร้างบทบาทของ EVOLVE ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น EVOLVE EmSphere ยังเป็นที่ตั้งของ EVOLVE Fight Team ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาระดับแนวหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันบนเวทีระดับโลก รวมถึง ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทีมผู้ฝึกสอนของ EVOLVE MMA EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มเอ็มเอ เอ็มสเฟียร์) ประกอบด้วย สามเอ ไก่ย่างห้าดาว อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต, เสกสรร เอี่ยมอุไร (สะเก็ดดาว เพชรพญาไท) แชมป์เวทีลุมพินี 4 สมัย, เพชรพงัน ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม แชมป์ WBC มวยไทย, ยามีน พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม และ หนึ่ง ธรณี ก๋วยบางคอแหลม นักกีฬาผู้มากประสบการณ์จาก ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ)

รวมถึง ปฏิภาณ อาธิกอง เจ้าของสายดำบราซิลเลียนยูยิตสู แชมป์ประเทศไทยบราซิลเลียนยูยิตสู และนักกีฬา ONE Championship (วัน แชมเปี้ยนชิพ)

ทีมผู้ฝึกสอนทุกคนล้วนมีประสบการณ์การแข่งขันและการสอนในระดับสูงยาวนานหลายทศวรรษ พร้อมมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการช่วยให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยและทุกระดับประสบการณ์สามารถบรรลุเป้าหมายของตนเอง

นอกจากนี้ สามเอ ไก่ย่างห้าดาว และ อาลีฟ ส.เดชะพันธ์ ร่วมฝึกซ้อมแบบเปิด (Open Workout) (โอเพ่น เวิร์คเอาท์) ที่ EVOLVE EmSphere (อีโวลฟ์ เอ็มสเฟียร์)

และ ชาตรี ศิษย์ยอดธง ได้เปิดการสัมมนาด้านการป้องกันตัว ร่วมกับทีมผู้ฝึกสอน EVOLVE (อีโวลฟ์) ภายในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

แบล็คแพนเธอร์ – ออกล่าชัย 6 ไฟต์ติดเล็งโค่น ฌอน คลิมาโค ทะยานสู่ตัวท็อป ศึก ONE

0

“แบล็คแพนเธอร์” กำปั้นฟอร์มสดจากสงขลา มั่นใจสานต่อผลงานแรงเก็บชัย 6 ไฟต์ติด ในการพบกับ “ฌอน คลิมาโค” จอมแกร่งตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกา ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในศึก ONE Fight Night 45: ลุค vs โมฮาเหม็ด ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.69

“แบล็คแพนเธอร์” วัย 26 ปี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก ล่าสุดยอมแบกน้ำหนักมากถึง 6 ปอนด์ เอาชนะ “ดิเอโก ปาเอซ” ลูกครึ่งสหรัฐอเมริกา-โคลอมเบีย แบบสุดระทึกด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ ในศึก ONE Fight Night 42: เชส vs จาบีร์ เก็บสถิติชนะติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 5 ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักชกแถวหน้าของรุ่นฟลายเวตอย่างเต็มตัว

“ตอนนี้ผมคว้าชัยชนะมาแล้ว 5 ไฟต์ติดต่อกัน ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาทั้งฝีมือและสไตล์การชก มีอาวุธปิดเกมด้วยการนับและน็อกเพิ่มเข้ามา ทำให้รู้สึกว่ากลับมาอยู่ในช่วงพีกอีกครั้ง”

“แม้จะทำผลงานได้ดีในหลายไฟต์ที่ผ่านมา แต่ผมยังคงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พยายามแก้ไขจุดบกพร่องและยกระดับฝีมือให้ดีขึ้นต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าตัวเองยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกครับ”

กลับมาครั้งนี้ “แบล็คแพนเธอร์” ยังคงฟิตซ้อมทำร่างกายมาอย่างดีไม่ให้เสียชื่อตัวแทนจากทีมเมห์ดีซาทูต รวมถึงยังได้มีโอกาสเก็บตัวร่วมกับเพื่อนร่วมค่ายดีกรีระดับแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อย่าง “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” จากรัสเซีย ทำให้เขาได้เคล็ดลับเด็ดมาปรับใช้บนสังเวียนไม่น้อย

“ไฟต์นี้ผมเก็บตัวฝึกซ้อมมาประมาณ 3 เดือน เตรียมตัวทำการบ้านมาอย่างเต็มที่ เพราะต้องการคว้าชัยชนะเป็นไฟต์ที่ 6 ติดต่อกันให้ได้ โดยเน้นติวเข้มและพัฒนาเรื่องการออกหมัดเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดเกม”

“นอกจากนี้ผมยังได้ซ้อมร่วมกับ อัสซาดูลาห์ ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะเชิงชกในสไตล์มวยรัสเซีย ซึ่งผมนำมาปรับใช้ร่วมกับมวยไทย ส่งผลให้พัฒนาการชกโดยรวมดีขึ้นครับ”

ด้าน “ฌอน” วัย 32 ปี เจ้าของตำแหน่งแชมป์ Road To ONE สหรัฐอเมริกา ปี 2566 ผ่านการชกบนเวที ONE มาแล้ว 4 ไฟต์ แต่ยังไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งต่อเนื่องได้ โอกาสนี้เจ้าตัวจึงตั้งใจอย่างมากที่จะกลับมาคว้าชัย แต่งานนี้ทาง “แบล็คแพนเธอร์” ไม่ยอมง่าย ๆ และยังตั้งเป้าเอาถึงน็อกด้วย

แบล็คแพนเธอร์ - ออกล่าชัย 6 ไฟต์ติดเล็งโค่น ฌอน คลิมาโค ทะยานสู่ตัวท็อป ศึก ONE

“ฌอน เป็นมวยซ้าย แต่ผมไม่ได้กังวล เชื่อว่าไฟต์นี้น่าจะเข้าทางผม เพราะเขาเป็นมวยที่เน้นตั้งรับ ไม่ค่อยเดินเข้าหา ดังนั้นผมจะเป็นฝ่ายเดินกดดันใส่เขาแน่นอน”

“ผมจะเป็นนักชกไทยคนแรกที่ ฌอน ต้องเจอในรายการนี้ และจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามวยไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก การได้เจอกับคู่ชกต่างชาติบ่อยขึ้น ก็ยิ่งทำให้เรียนรู้และรับมือกับสไตล์การชกที่แตกต่างได้ดีขึ้น”

“ไฟต์นี้ผมตั้งใจจะพยายามปิดเกมให้เร็วที่สุด หลังจากไฟต์ล่าสุดมีแผ่วปลาย ผมได้กลับไปปรับปรุงแก้ไข จะไม่ถอยมากเกินไปเหมือนเดิมอีกแล้วครับ”

แม้เส้นทางอาชีพกำลังพุ่งสู่ระดับที่สูงขึ้น แต่ “แบล็คแพนเธอร์” ยืนยันว่าจะไม่กดดันตัวเองจนเกินไป โดยขอขึ้นชกด้วยความสุขและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยปล่อยให้ผลงานบนสังเวียนเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง

“ทุกวันนี้ผมยังชกมวยเพราะความชอบ ถ้าถามว่ากีฬามวยให้อะไรกับผมบ้าง จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้คือความรักในการชกมวย ยิ่งได้ขึ้นเวที ยิ่งรู้สึกสนุกและมีความสุข

ชื่อของ แบล็คแพนเธอร์ อาจยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ผมอยากให้แฟนมวยจดจำผมจากฝีมือและสไตล์การชกมากกว่า ทุกครั้งผมพร้อมขึ้นเวทีออกไปสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมให้ได้มากที่สุด”

สุดท้าย “แบล็คแพนเธอร์” ย้ำว่าไฟต์นี้จะไม่ให้ทำแฟนมวยต้องผิดหวัง และพร้อมพุ่งชนเป้าหมายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

“ถ้าชนะต่อเนื่องในไฟต์นี้ได้ เป้าหมายของผมใน ONE คือการเก็บแต้มชัยต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้เจอกับคู่ชกระดับท็อป และก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของรุ่นฟลายเวตให้ได้”

“ฝากถึงทุกคนที่ติดตามเชียร์ แบล็คแพนเธอร์ ผมจะทำเต็มที่เพื่อให้ได้รับการชูมืออีกครั้ง ผมคว้าชัยชนะมาแล้ว 5 ไฟต์ และจะไม่ยอมปล่อยให้ ฌอน มาหยุดสถิติผมแน่นอนครับ”

บทความยอดฮิต