อาลีฟ กดน็อก สามเอ ซิวเข็มขัดเฉพาะกาล ศึก ONE ลุมพินี 163 & The Inner Circle 23

0

ONE เสิร์ฟการแข่งขันสุดมันให้กับผู้ชมอย่างเต็มอิ่มในรายการ The Inner Circle 23 และ ONE ลุมพินี 163 ซึ่งถ่ายทอดสดส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

คู่เอก The Inner Circle 23 “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ตำนานมวยไทยจากบุรีรัมย์ วัดฝีมือ “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” กำปั้นลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล (115-125 ป.) ไฟต์นี้สนุกสมการรอคอย โดย 4 ยกแรก “สามเอ” และ “อาลีฟ” เปิดเกมแลกอาวุธมวยไทยกันอย่างดุเดือด กระทั่งยกตัดสิน “อาลีฟ” ปล่อยหมัดเต็มแรงเรียกนับจาก “สามเอ” ได้ก่อน แม้ยอดนักชกรุ่นเก๋าจะฝืนลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่โดน “อาลีฟ” ตามซ้ำปิดเกมแบบดุดัน ชนะน็อกในยกที่ 5 ผงาดขึ้นครองบัลลังก์อย่างยิ่งใหญ่ และกลายเป็นแชมป์โลก ONE คนแรกจากมาเลเซีย

คู่รอง “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” นักชกฝีมือฉกาจจากสมุทรปราการ ดวลกับ “อานัวร์ ซิสเนรอส” มวยหมัดคมจากเม็กซิโก ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ปรากฏว่าตลอดทั้ง 3 ยก “พันธ์พยัคฆ์” ที่กำลังมั่นใจ เดินหน้าออกอาวุธได้อย่างเหนือชั้น คุมเกมเหนือ “อานัวร์” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะยกตัดสินที่สาดแข้งเข้าก้านคอไม่ยั้ง จน “อานัวร์” มีอาการเมาจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ยังกัดฟันสู้ยืนจนเสียงระฆังหมดเวลาดัง ครบ 3 ยก “พันธ์พยัคฆ์” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ สานต่อชัยบนเส้นทางคิกบ็อกซิงได้ตามเป้า

อีกคู่ที่น่าสนใจ “ริวจิน นาสึกาวา” ดาวรุ่งจากญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรก ชน “ทองพูน พีเค.แสนชัย” มวยสายบู๊จากมหาสารคาม ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) เปิดฉากยกแรก “ริวจิน” ใช้ความคล่องตัวออกอาวุธหมัดต่อเนื่อง ขณะที่ “ทองพูน” ยืนปักหลักตอบโต้กลับไม่ยอมกัน เข้าสู่ยก 2 “ทองพูน” ปรับเกมเดินบุกกดดันหนัก แต่กลับโดน “ริวจิน” ดักจังหวะออกอาวุธชุดใหญ่เล่นงาน “ทองพูน” จนยืนนิ่งติดเชือก ผู้ตัดสินเห็นท่าไม่ไหวสั่งยุติการชกทันที ส่งให้ “ริวจิน” ชนะทีเคโอ ในยก 2 พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทกลับบ้าน

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 23

คู่เอก อาลีฟ ส.เดชะพันธ์ (มาเลเซีย/ไทย) ชนะน็อก สามเอ ไก่ย่างห้าดาว นาทีที่ 1:09 ของยก 5 (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป. เฉพาะกาล)

คู่รอง พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ อานัวร์ ซิสเนรอส (เม็กซิโก) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

มิเคิล ดีร์เลินบัค (เยอรมนี) ชนะคะแนนเอกฉันท์ มาฮาน โฟตูฮี (อิหร่าน) (มวยไทย รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

ริวจิน นาสึกาวา (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ ทองพูน พีเค.แสนชัย นาทีที่ 2:00 ของยก 2 (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

หลิว จุนเชา (จีน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โคเซอิ โยชิดะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ขณะที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 163 เรียกเสียงเฮดังไม่แพ้กัน โดย “ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค.” จอมบู๊ขาลุยจากบุรีรัมย์ ต้อนรับ “นัต คัต มิน” น้องใหม่จากเมียนมา ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ครั้งนี้ “นัต คัต มิน” ออกมาดวลหมัดกับ “ป้อมเพชร” แบบไม่มียอมกัน เข้าสู่ยก 2 “ป้อมเพชร” เริ่มตั้งหลักได้กดหมัดตัดเข้าลำตัวเรียกนับจาก “นัต คัต มิน” ได้สำเร็จ ยกตัดสิน “ป้อมเพชร” บุกต่อเนื่องเก็บเพิ่มได้อีก 2 นับ ปิดเกมชนะทีเคโอ “นัต คัต มิน” เก็บชัย 2 ไฟต์ติด พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ก้อนที่ 7 กลับบ้าน

อาลีฟ กดน็อก สามเอ ซิวเข็มขัดเฉพาะกาล ศึก ONE ลุมพินี 163 & The Inner Circle 23

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 163

คู่เอก ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค. ชนะทีเคโอ นัต คัต มิน (เมียนมา) นาทีที่ 2:34 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

คู่รอง มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร ชนะทีเคโอ อุตคีร์จอน คามีดอฟ (คีร์กีซสถาน) นาทีที่ 2:00 ของยก 2

(มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

กริพเพน ราชานนท์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ บราซิล เอกเมืองนนท์ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เพชรสุพรรณ ลูกเมืองเพชร ชนะทีเคโอ เพชรสามารถ เมืองผาภูมิ นาทีที่ 1:53 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

จ้าว เจิงตง (จีน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เอดูอาร์ด มาร์คาเรียน (รัสเซีย/อาร์เมเนีย) (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

โอนีล ทอมป์สัน (แอฟริกาใต้) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เจสัน เฉิน (ไต้หวัน) (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

มเหศวร เอกเมืองนนท์ ชนะน็อก ยอดอุดร เค.โต้งตลิ่งชัน นาทีที่ 1:07 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

นาคี ศิริลักษณ์มวยไทย ชนะน็อก เพชรบัญชา หงส์ทองมวยไทย นาทีที่ 2:58 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ไมเกะ โอฮูระ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน เจย์ เด วิลลา (ฟิลิปปินส์) นาทีที่ 4:22 ของยกแรก (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ตลอดการแข่งขันสุดเดือดทั้งสองอีเวนต์ในค่ำคืนนี้มีนักกีฬารวม 5 ราย ทำผลงานปิดเกมโดนใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จึงสั่งมอบเงินรางวัลโบนัสพิเศษให้ ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” (50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.7 ล้านบาท), “ริวจิน นาสึกาวา” ในรายการ The Inner Circle 23 และ “มเหศวร เอกเมืองนนท์”, “เพชรสุวรร ลูกเมืองเพชร”, “ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค.” ในการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 163 รวมยอดกว่า 3,000,000 บาท (สามล้านบาท)

รถถัง – ตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ONE หวังกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม

0

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวข้อสรุปกรณี “รถถัง จิตรเมืองนนท์” กับ วัน แชมเปียนชิพ (ONE Championship) ที่ ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ โดยมี “รถถัง จิตรเมืองนนท์” พร้อมด้วย “สมจิตร แว่นแก้ว” และ “ซ้อเอ๋ สุนทรี โลหะพืช ต้นสังกัดและผู้จัดการตามกฎหมายของเจ้าตัว ขณะที่ “บิ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย เป็นตัวแทนผู้บริหารของ ONE ร่วมแถลงข่าว ณ ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์

โดย “บิ๊กปลาย” ได้เผยข่าวดีหลังจากพูดคุยร่วมกันกันทุกฝ่ายว่า “การได้มาพบกันในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดี หลังจากที่เราได้พูดคุยกันถึงทิศทางและอนาคตของกับ ONE วันนี้ผมยินดีอย่างมากที่ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปที่ลงตัวด้วยดี และตกลงที่จะร่วมงานกันต่อไป”

“รถถัง จะกลับสู่ ONE อย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ ภายใต้การดูแลของค่ายจิตรเมืองนนท์ โดยทาง ONE และค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ มีแนวทางที่จะรีบิลด์ รถถัง ให้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมบนสังเวียน ONE ซึ่ง one เคยผลักดันให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักมวยไทยและนักสู้ชาวไทยที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ เราต้องการให้แฟน ๆ ทั่วโลกได้ชมฝีมือของรถถังบนสังเวียน ONE ต่อไป”

“ONE กับจิตรเมืองนนท์จะยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน พร้อมร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับวงการมวยไทยและประเทศไทย รวมถึงผลักดันนักสู้รุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ระดับโลกและเดินตามรอยรถถัง

“วันนี้ถือเป็นวันดี และตรงกับวันเกิดรถถังด้วย ผมอยากให้ทุกคนโฟกัสกับอนาคตและสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้”

รถถัง - ตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ONE หวังกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม

ด้านคุณสมจิตร และ “ซ้อเอ๋” ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีต่อการเซ็นสัญญาของ “รถถัง” กับ ONE ในครั้งนี้ โดย “ซ้อเอ๋” ได้กล่าวในงานแถลงว่า “พวกเราทุกคนจับมือกันที่จะทำให้ รถถัง กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่จะเป็นไปในทิศทางไหน อยากให้รอติดตามกันต่อไปค่ะ”

ขณะที่ตัว “รถถัง” เผยว่าพร้อมเดินตามแนวทางที่ทีมวางไว้ทุกประการ และให้คำมั่นที่จะทุ่มเทให้กับเส้นทางอาชีพนักมวยอย่างเต็มกำลังที่สุด

“ผมก็เป็นรถถังคันเดิม เดินตามลูกพี่ ลูกพี่สั่งให้ทำอะไรก็เต็มที่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูกพี่ครับ”

“ผมคิดว่าไม่มีอาชีพไหนสร้างชื่อเสียงและทำให้ผมดูแลครอบครัวได้เท่าอาชีพนักมวย ผมจะทำให้เต็มที่จนกว่าจะไม่มีแรงชกครับ” รถถังกล่าวปิดท้าย

แฟนกีฬาติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

เสือคิม – หวังโค่น นาบิล เพื่อเข้าใกล้แชมป์โลก ในศึก The Inner Circle 25

0

“เสือคิม ป๋องสุพรรณ พีเค.” เสือร้ายเมืองจันท์ฟอร์มดุ เสริมความแกร่งและเรียกความฟิตเต็มพิกัด พร้อมลุยล่าชัยไฟต์ที่ 8 ติดต่อกันในการพบกับ “นาบิล อานาน” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในรายการ The Inner Circle 25 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) วันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

“เสือคิม” มวยฟอร์มฮอตที่เตรียมขึ้นสังเวียนเพื่อล่าตั๋วชิงบัลลังก์กับแชมป์เก่าได้เปิดค่ายมวยดัง “พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม” เพื่อต้อนรับบรรดาสื่อมวลชน และโชว์เนื้อตัวล่าสุดผ่านกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) พร้อมเผยถึงความรู้สึกก่อนขึ้นชกไฟต์สำคัญในชีวิต

“ตอนรู้ว่าจะได้เจอกับนาบิลก็ตกใจเหมือนกันครับ เพราะเขาเป็นนักมวยที่เก่งมาก ทั้งได้เปรียบเรื่องส่วนสูงและกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี ถือเป็นคู่ชกตัวสูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ และน่าจะเป็นไฟต์ที่ยากที่สุดในชีวิต”

“แต่พอรู้แล้วก็ไม่ได้คิดมากครับ ตั้งใจซ้อมอย่างเดียว ตอนนี้เก็บตัวซ้อมมาได้เดือนกว่าแล้ว และก็ได้ลงนวมกับคู่ซ้อมที่ตัวสูง ๆ เพื่อให้คุ้นชินกับการรับมือคู่ชกสไตล์นี้”

เสือคิม - หวังโค่น นาบิล เพื่อเข้าใกล้แชมป์โลก ในศึก The Inner Circle 25

นอกจากเร่งเสริมความฟิตแล้ว “เสือคิม” ยังศึกษาสไตล์การชกของ “นาบิล” เพื่อเตรียมแผนรับมือกับจุดแข็งของอดีตแชมป์โลก และหวังใช้โอกาสครั้งนี้สร้างผลงานชิ้นสำคัญบนสังเวียน

“นอกจากส่วนสูงแล้ว นาบิล ยังมีหมัดที่คมมากครับ ผมเคยดูเขาชกกับ ราชสีห์อีสาน เหล่าโชคเจริญ แล้วติดตาตอนที่เขาจับหัวตีเข่า ดูอันตรายมาก แต่ผมก็มองว่าเขาไม่ค่อยบวกซึ่ง ๆ หน้าเท่าไหร่ ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่เรานำมาแก้เกมได้”

“เพราะฉะนั้นไฟต์นี้ผมต้องหาจังหวะออกอาวุธให้ได้มากกว่าเขา แล้วก็รีบถอยฉากออกมา ที่สำคัญคือต้องหลบอาวุธให้ได้มากที่สุด”

“หากไฟต์นี้ชนะได้ ผมก็จะเข้าใกล้แชมป์โลกมากขึ้น ฝากเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ไฟต์นี้ยากที่สุดในชีวิต แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด สู้ให้เต็มที่ ไม่ยอมง่าย ๆ และทำให้คุ้มค่าที่ได้ขึ้นชกกับเขา”

ติดตาม “นาบิล vs เสือคิม” วันศุกร์ที่ 7 ส.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 23 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

ตะวันฉาย – ประกาศสละแชมป์โลก ONE มวยไทย เฟเธอร์เวต เปิดทาง นิโค ขึ้นรั้งตำแหน่ง

0

วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ ประกาศข่าวใหญ่ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) แจ้งขอสละเข็มขัดราชันของรุ่นนี้ เพื่อโฟกัสการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้กลับมาสมบูรณ์เต็มร้อย และเพื่อเปิดทางให้การแข่งขันเดินหน้าต่อไปตามความเหมาะสม พร้อมส่งผลให้ “นิโค คาร์ริลโล” เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกเฉพาะกาลจากสกอตแลนด์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นแชมป์โลกอย่างเป็นทางการ

นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักในศึก ONE ลุมพินี 137 เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 “ตะวันฉาย” ที่ต้องพักการแข่งขันเป็นเวลานานและไม่สามารถป้องกันตำแหน่งได้ ถูกแฟนมวยจับจ้องอย่างมากถึงอนาคตบนเส้นทางต่อสู้ สุดท้ายเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายนักชกขวัญใจชาวไทยจึงเลือกสละบัลลังก์ที่ครองมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2565 เพื่อเปิดทางให้รุ่นเฟเธอร์เวตเดินหน้าต่อไป

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา “ตะวันฉาย” ได้เปิดค่ายมวยพีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ต้นสังกัดในย่านพระราม 3 เปิดใจถึงประเด็นนี้ด้วยตัวเอง โดยนักสู้เจ้าของฉายา “ซ้ายดารา” ยืนยันว่าการสละเข็มขัดครั้งนี้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายแล้ว

“ตั้งแต่เป็นแชมป์มามีความสุขมาก เข็มขัดเส้นนี้ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย ผ่านอะไรมาหลาย ๆ อย่าง ทุกคนมีความฝันอยากเป็นแชมป์นาน ๆ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น”

ตะวันฉาย - ประกาศสละแชมป์โลก ONE มวยไทย เฟเธอร์เวต เปิดทาง นิโค ขึ้นรั้งตำแหน่ง

“แต่หลังจากได้คิดทบทวนอะไรหลายๆอย่างแล้ว วันนี้ผมขอประกาศสละแชมป์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้แชมป์เฉพาะกาลได้ทำตามความฝันต่อ”

“การได้ครองเข็มขัดเส้นนี้ ถือเป็นเกียรติสำหรับผม แต่ไม่ว่าจะมีเข็มขัดหรือไม่ เกียรติและศักดิ์ศรีของผมยังคงอยู่”

“ผมตัดสินใจสละตำแหน่ง ด้วยความเคารพต่อองค์กร และแฟน ๆ ทุกคน ผมขอขอบคุณ ONE ที่ให้โอกาสและดูแลทุกอย่าง และที่สำคัญเลยคือแฟนมวยทุกคนที่ให้กำลังใจกันตลอดครับ” ตะวันฉายกล่าว

สำหรับ นิโค คาร์ริลโล นักชกจากสกอตแลนด์ ที่ขึ้นมารับตำแหน่งแชมป์โลกแทน ตะวันฉาย ถือเป็นอีกหนึ่งนักมวยฝีมือเยี่ยม เขาขึ้นมานั่งแท่นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล จากการเอาชนะ ชาโด้ มาวินมวยไทย เมื่อเดือน ก.พ. 69 ก่อนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นแชมป์โลกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 หลัง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ประกาศสละบัลลังก์ราชันของรุ่นนี้

ติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

วันชัยน้อย – เตรียมวัดฮอต เพชรน้ำโขง ชิงแต้มชัย 4 ไฟต์รวด ศึก ONE ลุมพินี 166

0

“วันชัยน้อย ป๋องสุพรรณ พีเค.” มวยดุดัน วัย 26 ปี จากนครพนม เตรียมดวลเดือด “เพชรน้ำโขง ส.มณีโคตร” ขาลุยจาก สปป.ลาว วัย 22 ปี โดยต่างหมายมั่นเก็บชัยชนะติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 4 เพื่อขยับเข้าใกล้สัญญา ONE ทั้งคู่จะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ศึก ONE ลุมพินี 166 วันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 69 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) สู่ 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30-23.30 น.

“วันชัยน้อย” และ “เพชรน้ำโขง” ต่างกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง เก็บชัยชนะมา 3 ไฟต์ติดต่อกัน และถูกจับตามองจากแฟนมวยว่ามีศักยภาพมากพอที่จะก้าวไปคว้าสัญญา ONE ในอนาคต แต่ไฟต์นี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะคว้าชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 4 เพื่อขยับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น ขณะที่ผู้แพ้เส้นทางฝันคงต้องสะดุด งานนี้จึงไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ พร้อมการันตีความดุเดือดตั้งแต่เสียงระฆังยกแรก!

“วันชัยน้อย” ยังคงรักษาฟอร์มร้อนแรงได้ตั้งแต่เปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ด้วยการชนะคะแนนเอกฉันท์ “โกโก้ ม.รัตนบัณฑิต” ก่อนสานต่อฟอร์มแจ่มทุบทีเคโอ “ไล เทต ออง” จากเมียนมาในศึก ONE ลุมพินี 143 เมื่อเดือน ก.พ. 2569 พร้อมประเดิมคว้าโบนัส 350,000 บาทมาครอง

วันชัยน้อย - เตรียมวัดฮอต เพชรน้ำโขง ชิงแต้มชัย 4 ไฟต์รวด ศึก ONE ลุมพินี 166

ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 160 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา “วันชัยน้อย” ยกระดับผลงานขึ้นไปอีกขั้นด้วยการกดหมัดปิดเกม “ดอกไม้ป่า สันติอุบล” ได้ตั้งแต่ 54 วินาทีแรกของยกแรก พร้อมประกาศเป้าหมายขอไต่เส้นทางสู่การท้าชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต กับ “นาดากะ” ทันที ซึ่งไฟต์นี้ “วันชัยน้อย” พร้อมทุ่มสุดแรงสานต่อไร้พ่ายไฟต์ที่ 4 เพื่อขยับเข้าใกล้สัญญา ONE ขึ้นไปอีกก้าว

ด้าน “เพชรน้ำโขง” หลังจากเคยทำฟอร์มสะดุดและหายไปลับฝีมือพักใหญ่ เจ้าตัวก็กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการเอาชนะ “พญาครุฑ เสือจันถกมวยไทย” ในศึก ONE ลุมพินี 142 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนเดินหน้าสานแต้มชัยด้วยการปิดเกม “ทองลำพูน เอฟเอ.กรุ๊ป” ในรายการ The Inner Circle 9 เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด “เพชรน้ำโขง” เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ไม้ซางคำ ส.ยิ่งเจริญการช่าง” ได้ในศึก ONE ลุมพินี 158 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งให้เจ้าตัวเก็บชัยชนะ 3 ไฟต์ติดต่อกัน และเขาพร้อมสานต่อฟอร์มแรงขึ้นอีกขั้นด้วยการบุกมาหยุดไร้พ่ายของ “วันชัยน้อย” ให้ได้เพื่อสานฝันลุ้นล่าสัญญา ONE ต่อไป

ศึก ONE ลุมพินี 166 จองบัตรเข้าชมในสนามได้ทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand, ยูทูบ ONE Championship, เว็บไซต์ Watch.ONEFC.com (เฉพาะบางประเทศ), ช่อง 7HD กด 35

เพชรนิลมังกร – ท้าดวล เพชร สวนหลวงรถยก ล่าชัยกรุยทางสู่สัญญา ONE

0

“เพชรนิลมังกร น้ำแข็งไอซ์แลนด์” มวยอาวุธหนักจากสุรินทร์ วัย 28 ปี ได้คิวปะทะเดือดเพื่อสานต่อชัยไฟต์ที่ 7 กับ “เพชร สวนหลวงรถยก” ดาวรุ่งสายบู๊ วัย 19 ปี จากขอนแก่น โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ในศึก ONE ลุมพินี 165 วันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 69 พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) สู่ 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

“เพชรนิลมังกร” กำลังเดินหน้าสานต่อสถิติไร้พ่ายในรายการนี้ หลังเก็บชัยมาแล้ว 6 ไฟต์ติดต่อกัน ขณะที่ “เพชร สวนหลวงรถยก” ก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กัน จากการปราบคู่ชกตัวตึงของรุ่นมาแล้ว 3 ไฟต์รวด ศึกครั้งนี้เป็นการเผชิญหน้าของสองนักชกที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการล่าชัยเพื่อไต่ขึ้นสู่กลุ่มนักชกแถวหน้าของรุ่น และลุ้นคว้าสัญญา ONE ในอนาคต

“เพชรนิลมังกร” นักชกอาวุธครบเครื่องยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายจากการแข่งขันในรายการตลอด 6 ไฟต์ พร้อมปิดเกมคู่ชกคว้าโบนัสมาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยหนึ่งในผลงานเด่นเกิดขึ้นในศึก ONE ลุมพินี 93 เมื่อเดือน ม.ค. 2568 เจ้าตัวสามารถเอาชนะ “รีฟดีน มาสดอร์” ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้คว้าสัญญา ONE คนที่ 4 จากรายการ The Inner Circle

เพชรนิลมังกร - ท้าดวล เพชร สวนหลวงรถยก ล่าชัยกรุยทางสู่สัญญา ONE

หลังจากนั้น “เพชรนิลมังกร” เดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่อง โดยไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 138 เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโชว์ฟอร์มแกร่งปิดเกม “โตโยต้า อีเกิลมวยไทย” ได้ในยกที่ 3 ก่อนประกาศขอท้าชิง “นาดากะ” เจ้าของบัลลังก์รุ่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ด่านต่อไปไม่ใช่งานง่าย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ “เพชร” รุ่นน้องฟอร์มแรงที่กำลังเดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่องและหวังใช้ไฟต์นี้เป็นใบเบิกทางสู่การคว้าสัญญา ONE เช่นกัน

ด้าน “เพชร” ดาวรุ่งมีของ คว้าชัยต่อเนื่องแบบปิดเกม 4 ไฟต์ติดต่อกันในปีที่ผ่านมา ก่อนจะสานต่อความร้อนแรงในปีนี้ด้วยการเก็บชัยเหนือคู่ชกแถวหน้ามาเรียบใน 3 ไฟต์หลัง เริ่มจากการเอาชนะนักชกรุ่นพี่ “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา” อดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก ในศึก ONE ลุมพินี 147 เมื่อเดือน มี.ค. ต่อด้วยการปราบจอมบู๊ฟอร์มสด “เพชรสาม” นาห์ยัน โมฮัมเหม็ด ในรายการ The Inner Circle 11 เมื่อเดือน เม.ย. และในไฟต์ล่าสุดเอาชนะ “อดัม ส.เดชะพันธ์” ในศึก ONE ลุมพินี 160 เมื่อเดือน มิ.ย.

ศึกครั้งนี้ “เพชร” ต้องเผชิญหน้ากับ “เพชรนิลมังกร” รุ่นพี่เจ้าของสถิติไร้พ่าย 6 ไฟต์ หากเจ้าตัวฝ่าด่านหินรายนี้ไปได้ นอกจากจะสานต่อสถิติชนะต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเจ้าตัวก้าวเข้าใกล้เป้าหมายสำคัญในการคว้าสัญญา ONE อีกขั้นด้วย

เสือแบล็ค – ฮึดใส่ศอกซ้ายน็อก เออร์วิน รับโบนัสจุก 1.7 ล้านบาท ศึก ONE Fight Night 45

0

ONE จัดเต็มความสนุกเช่นเคยสำหรับศึก ONE Fight Night 45 เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยตัวแทนนักกีฬาไทยทั้งสองคน “เสือแบล็ค ท.พราน49” และ “แบล็คแพนเธอร์” ไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวัง จับมือกันคว้าชัยกลับบ้านได้สำเร็จ

“เสือแบล็ค ท.พราน49” ขึ้นสังเวียนเพื่อเรียกฟอร์มเก่ง พบกับ “สตีเฟน เออร์วิน” นักสู้สายลุยจากสกอตแลนด์ ที่ประเดิมเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรก ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

“เสือแบล็ค” เปิดเกมด้วยความดุดัน แต่มีจังหวะเข้าหลวมโดนหมัดขวาของ “สตีเฟน” จนร่วงลงไปโดนนับในช่วงปลายยกแรก จึงต้องเร่งเครื่องในยกสอง และสบโอกาสปล่อยหมัดซ้ายตรงส่งคู่ชกร่วงหงายท้อง ได้คืนมา 1 นับ ก่อนตามปิดเกมด้วยศอกซ้ายเข้าเต็มกราม ส่งให้ “เสือแบล็ค” กลับมาเก็บชัยชนะได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 1.7 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

ขณะที่ “แบล็คแพนเธอร์” นักชกสายดุจากสงขลา ปะทะ “ฌอน คลิมาโค” มวยเชิงดีตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกา ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต

สองยกแรกทั้งคู่แลกอาวุธกันสนุก โดย “แบล็คแพนเธอร์” ลุยสาดแข้งขวาเล่นงานคู่ชกได้ต่อเนื่อง แม้ช่วงปลายยกสามจะพลาดโดน “ฌอน” รัวหมัดจนออกอาการเซ แต่ยังอาศัยความแข็งแกร่งประคองตัวไว้ได้ ก่อนคว้าชัยด้วยคะแนนเอกฉันท์ จากผลงานที่ทำได้เหนือกว่าในภาพรวม ส่งให้เจ้าตัวเดินหน้าสานชัยต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 6 สมใจ

ส่วนคู่เอก “ลุค ลิสซีย์” มวยเชิงดีจากสหรัฐอเมริกา เปิดศึกชิงแต้มชัยเพื่อกลับมาแจ้งเกิดกับ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” กำปั้นพลังแกร่งจากแอลจีเรีย ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) โดยตลอดทั้งเกมทั้งคู่เปิดหน้าแลกอาวุธและชิงจังหวะกันอย่างสนุก แต่เป็น “ลุค” ที่อาศัยชั้นเชิงคุมเกมได้เหนือกว่า เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ล่าชัยกลับคืนสู่เส้นทางผู้ชนะได้สำเร็จ

ตลอดการแข่งขันนักสู้หนึ่งเดียวที่ปิดเกมดุดันจนเข้าตาบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” และคว้าโบนัสเข้ากระเป๋าคือ “เสือแบล็ค ท.พราน49” คว้าเงินรางวัลไป 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินราว 1,700,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE Fight Night 45

คู่เอก ลุค ลิสซีย์ (สหรัฐอเมริกา) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ (แอลจีเรีย) (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

เสือแบล็ค - ฮึดใส่ศอกซ้ายน็อก เออร์วิน รับโบนัสจุก 1.7 ล้านบาท ศึก ONE Fight Night 45

คู่รอง เสือแบล็ค ท.พราน49 ชนะน็อก สตีเฟน เออร์วิน (สกอตแลนด์) นาทีที่ 1:39 ของยกที่ 2 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

อันโตนิโอ เซซาร์ (บราซิล) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ลิโต อาดิวัง (ฟิลิปปินส์) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

อนาสตาเซีย นิโคลากาคอส (แคนาดา) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ จีฮิน รัดซวน (มาเลเซีย) (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

ดีมิทรี คอฟตุน (ทาจิกิสถาน/รัสเซีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฟิลิปเป โลโบ (บราซิล) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ลี ซัง ชอล (เกาหลีใต้) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โบคัง มาซันเยน (แอฟริกาใต้) (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

แบล็คแพนเธอร์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฌอน คลิมาโค (ฟิลิปปินส์/สหรัฐอเมริกา) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

วิกตอเรีย ซูซา (บราซิล) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อายากะ มิอูระ (ญี่ปุ่น) (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115 – 125 ป.)

รุสลัน ซาตีเยฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ซานซาร์ ซาคิรอฟ (อุซเบกิสถาน) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

แฟนกีฬาติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

บัวขาว – เปิดตัวภาพยนตร์สารคดี BUAKAW THE SERIES ผลักดันมวยไทยสู่ Soft Power

0

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิบัญชาเมฆ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “BUAKAW THE SERIES Dust, Sweat And Glory” ผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2568 ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ (บัวขาว บัญชาเมฆ) ยอดนักมวยไทยระดับโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจผ่านคุณค่าของความมุ่งมั่น ความมีวินัย ความอดทน และการพัฒนาตนเอง ควบคู่กับการส่งเสริมการรับรู้คุณค่าของมวยไทยในฐานะ Soft Power ของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

ภายในงาน ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีเรื่องนี้มุ่งใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์ในการส่งต่อแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดคุณค่าของความมีวินัย ความมุ่งมั่น ความอดทน และการไม่ยอมแพ้ ผ่านเรื่องราวชีวิตจริงของบุคคลต้นแบบ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการสร้างการรับรู้คุณค่าของมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของประเทศไทย

ด้าน บัวขาว บัญชาเมฆ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกซ้อม การก้าวผ่านอุปสรรค จนก้าวขึ้นเป็นยอดนักมวยไทยระดับโลกส่วนตัวรู้สึกตื่นตันใจเป็นอย่างมาก และขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตนเอง ซึ่งกว่าที่จะก้าวไปได้ชัยชนะบนเวทีเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราต้องผ่านความอดทนอดกลั้นขนาดไหน เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่ก้าวไปด้วยขั้นตอน ตนเองคิดว่ามีใจที่วิเศษกว่าคนอื่น และเรื่องราวของตนมีแรงที่แรงที่ห้า ช่วยผลักดันให้สู้มาตลอด และผ่านเรื่องราวต่างๆ ทุกย่างก้าวจนกลายเป็นประสบการณ์และก้าวมาถึงวันนี้ สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบัวขาวในวัยเด็กก็คือ ลูกของน้องสาวแท้ๆ ของตนเอง

บัวขาว - เปิดตัวภาพยนตร์สารคดี BUAKAW THE SERIES ผลักดันมวยไทยสู่ Soft Power

“หนังเรื่องนี้ผมก็มีส่วนช่วยในการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ และเป็นผู้แนะนำในการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเราที่ออกมาจากใจของบัวขาวจริงๆ ขณะที่บางส่วนก็เป็นการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมันสมองของผู้กำกับ แต่สิ่งที่เราช่วยคือบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเองว่าเป็นอย่างไร สำหรับผมนั้นต้นทุนชีวิตมีแค่ 100 เดียว ถ้าวันนั้นแม่ไม่ให้เงิน ผมก็ไม่สามารถไปชกมวยกับเพื่อนๆ ได้ จาก้าวแรกในวันนั้น ทำให้ผมได้ชกมวยและก้าวมาจนถึงวันนี้ได้ นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้เราก็ไม่ได้ทำแค่ภาษาไทยอย่างเดียว แต่เราได้แปลเป็นภาษาอื่นเพื่อถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ด้วย“

ขณะที่ อิสรา นาดี ผู้กำกับ กล่าวว่า ภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมสัมผัสเรื่องราวการต่อสู้ ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจของ “บัวขาว” ภายใต้แนวคิด “ทุกความสำเร็จ ล้วนเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยหยุดเดิน” โครงการจัดทำโดย มูลนิธิบัญชาเมฆ มี ร.ท.ธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม รองประธานมูลนิธิบัญชาเมฆ เป็นผู้จัดการโครงการ และ ดร.ยศพนธ์ สุกุมลนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาการกีฬา สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา เป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยภาพยนตร์แบ่งเป็น 6 ตอน ตอนละ 25 นาที ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของ “บัวขาว” ตั้งแต่ก้าวแรกสู่สังเวียนจนก้าวสู่แชมป์โลก การต่อยอดความสำเร็จ และการส่งต่อแรงบันดาลใจ นอกจากการถ่ายทอดเรื่องราวของนักกีฬาระดับโลกแล้ว ภาพยนตร์ยังมีบทบาทในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของมวยไทยในฐานะ Soft Power ของประเทศไทย เชื่อมโยงกีฬา วัฒนธรรม และการพัฒนาคน สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดคุณค่าของสื่อสร้างสรรค์สู่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ

ติดตาม “BUAKAW THE SERIES Dust, Sweat And Glory” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.00–11.30 น. ทาง ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 เริ่มตอนแรก EP1 “ก้าวแรกสู่สังเวียน” ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 พร้อมรับชมผ่าน Facebook, TikTok และ YouTube เพื่อร่วมสัมผัสเรื่องราวชีวิตของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ที่สะท้อนพลังของความมุ่งมั่น ความพยายาม และแรงบันดาลใจในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ พร้อมร่วมผลักดันมวยไทยสู่การเป็น Soft Power ที่สร้างคุณค่าและชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ

พันธ์พยัคฆ์ – ลุ้นยืดไร้พ่ายคิกบ็อกซิงดวลแกร่ง อานัวร์ ซิสเนรอส ศึก The Inner Circle 23

0

ยอดมวย 3 พ.ศ. พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ นักสู้เชิงจัดจ้าน วัย 30 ปี จากสมุทรปราการ เตรียมล่าชัยต่อเนื่องพบกับ “อานัวร์ ซิสเนรอส” คู่ชกสายแข็ง วัย 25 ปี จากเม็กซิโก ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก The Inner Circle 23 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

“พันธ์พยัคฆ์” เตรียมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเส้นทางคิกบ็อกซิง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคว้าสัญญา ONE และกลับคืนสู่สังเวียนยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่ “อานัวร์” พร้อมขวางทางฝัน ตั้งเป้าโค่นยอดมวยชาวไทยที่ยังไม่เคยแพ้ใครในกติกานี้ และกลับสู่เส้นทางชัยชนะอีกครั้ง เพื่อขยับเข้าใกล้โอกาสคว้าสัญญาเช่นกัน คู่นี้เตรียมซัดเดือดเต็มขั้น แฟนมวยห้ามพลาด!

ล่าสุด “พันธ์พยัคฆ์” เจ้าของรางวัลมวยไทยยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน (2556-2558) ตัดสินใจสลับมาสวมนวมใหญ่ขึ้นชกคิกบ็อกซิงในรอบ 4 ปี และทำผลงานได้ดีด้วยการงัดลูกฝีมือชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “ออตมาน รูนี” จากโมร็อกโก ในศึก ONE ลุมพินี 155 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

พันธ์พยัคฆ์ - ลุ้นยืดไร้พ่ายคิกบ็อกซิงดวลแกร่ง อานัวร์ ซิสเนรอส ศึก The Inner Circle 23

หลังเรียกความมั่นใจและกู้ศรัทธาจากแฟนมวยกลับมา “พันธ์พยัคฆ์” ที่เคยชกคิกบ็อกซิงมาแล้ว 3 ไฟต์ในรายการของ ONE และยังไม่เคยแพ้ใครในกติกานี้ ขอเดินหน้าพิสูจน์ฝีมือต่อเนื่อง ด้วยการดับแกร่ง “อานัวร์” บวกสถิติคว้าชัยสายคิกบ็อกซิงเป็นไฟต์ที่ 4 และล่าฝันกลับขึ้นไปยืนบนเวทีระดับโลกเต็มตัว

ด้าน “อานัวร์” นักสู้ตัวอันตรายจากค่ายซิลค์มวยไทยแห่งเมืองพัทยา เคยคว้าชัยในกติกาคิกบ็อกซิงมาแล้ว จากการชนะทีเคโอยก 2 “ชุน ชิราอิชิ” จากญี่ปุ่น ในศึก ONE ลุมพินี 138 เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวตัดสินใจหวนชกมวยไทยอีกครั้ง แต่ต้องสะดุดแพ้เป็นครั้งแรกใน ONE

โดยหลังแพ้คะแนนเอกฉันท์ “ขุนเดช พีเค.แสนชัย” ในรายการ The Inner Circle 8 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา “อานัวร์” ได้โอกาสทดสอบฝีมือในสายคิกบ็อกซิงอีกครั้งในไฟต์นี้ โดยพร้อมเล่นงานคู่ชกที่ชื่อชั้นเหนือกว่าอย่าง “พันธ์พยัคฆ์” เพื่อสร้างชื่อให้จดจำ และอาจเป็นแรงส่งให้เขาขยับเข้าใกล้สัญญา ONE เร็วขึ้น

ติดตาม “พันธ์พยัคฆ์ vs อานัวร์” วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 23 ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

แบล็คแพนเธอร์ – ออกล่าชัย 6 ไฟต์ติดเล็งโค่น ฌอน คลิมาโค ทะยานสู่ตัวท็อป ศึก ONE

0

“แบล็คแพนเธอร์” กำปั้นฟอร์มสดจากสงขลา มั่นใจสานต่อผลงานแรงเก็บชัย 6 ไฟต์ติด ในการพบกับ “ฌอน คลิมาโค” จอมแกร่งตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกา ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในศึก ONE Fight Night 45: ลุค vs โมฮาเหม็ด ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.69

“แบล็คแพนเธอร์” วัย 26 ปี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก ล่าสุดยอมแบกน้ำหนักมากถึง 6 ปอนด์ เอาชนะ “ดิเอโก ปาเอซ” ลูกครึ่งสหรัฐอเมริกา-โคลอมเบีย แบบสุดระทึกด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ ในศึก ONE Fight Night 42: เชส vs จาบีร์ เก็บสถิติชนะติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 5 ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักชกแถวหน้าของรุ่นฟลายเวตอย่างเต็มตัว

“ตอนนี้ผมคว้าชัยชนะมาแล้ว 5 ไฟต์ติดต่อกัน ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาทั้งฝีมือและสไตล์การชก มีอาวุธปิดเกมด้วยการนับและน็อกเพิ่มเข้ามา ทำให้รู้สึกว่ากลับมาอยู่ในช่วงพีกอีกครั้ง”

“แม้จะทำผลงานได้ดีในหลายไฟต์ที่ผ่านมา แต่ผมยังคงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พยายามแก้ไขจุดบกพร่องและยกระดับฝีมือให้ดีขึ้นต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าตัวเองยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกครับ”

กลับมาครั้งนี้ “แบล็คแพนเธอร์” ยังคงฟิตซ้อมทำร่างกายมาอย่างดีไม่ให้เสียชื่อตัวแทนจากทีมเมห์ดีซาทูต รวมถึงยังได้มีโอกาสเก็บตัวร่วมกับเพื่อนร่วมค่ายดีกรีระดับแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อย่าง “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” จากรัสเซีย ทำให้เขาได้เคล็ดลับเด็ดมาปรับใช้บนสังเวียนไม่น้อย

“ไฟต์นี้ผมเก็บตัวฝึกซ้อมมาประมาณ 3 เดือน เตรียมตัวทำการบ้านมาอย่างเต็มที่ เพราะต้องการคว้าชัยชนะเป็นไฟต์ที่ 6 ติดต่อกันให้ได้ โดยเน้นติวเข้มและพัฒนาเรื่องการออกหมัดเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดเกม”

“นอกจากนี้ผมยังได้ซ้อมร่วมกับ อัสซาดูลาห์ ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะเชิงชกในสไตล์มวยรัสเซีย ซึ่งผมนำมาปรับใช้ร่วมกับมวยไทย ส่งผลให้พัฒนาการชกโดยรวมดีขึ้นครับ”

ด้าน “ฌอน” วัย 32 ปี เจ้าของตำแหน่งแชมป์ Road To ONE สหรัฐอเมริกา ปี 2566 ผ่านการชกบนเวที ONE มาแล้ว 4 ไฟต์ แต่ยังไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งต่อเนื่องได้ โอกาสนี้เจ้าตัวจึงตั้งใจอย่างมากที่จะกลับมาคว้าชัย แต่งานนี้ทาง “แบล็คแพนเธอร์” ไม่ยอมง่าย ๆ และยังตั้งเป้าเอาถึงน็อกด้วย

แบล็คแพนเธอร์ - ออกล่าชัย 6 ไฟต์ติดเล็งโค่น ฌอน คลิมาโค ทะยานสู่ตัวท็อป ศึก ONE

“ฌอน เป็นมวยซ้าย แต่ผมไม่ได้กังวล เชื่อว่าไฟต์นี้น่าจะเข้าทางผม เพราะเขาเป็นมวยที่เน้นตั้งรับ ไม่ค่อยเดินเข้าหา ดังนั้นผมจะเป็นฝ่ายเดินกดดันใส่เขาแน่นอน”

“ผมจะเป็นนักชกไทยคนแรกที่ ฌอน ต้องเจอในรายการนี้ และจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามวยไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก การได้เจอกับคู่ชกต่างชาติบ่อยขึ้น ก็ยิ่งทำให้เรียนรู้และรับมือกับสไตล์การชกที่แตกต่างได้ดีขึ้น”

“ไฟต์นี้ผมตั้งใจจะพยายามปิดเกมให้เร็วที่สุด หลังจากไฟต์ล่าสุดมีแผ่วปลาย ผมได้กลับไปปรับปรุงแก้ไข จะไม่ถอยมากเกินไปเหมือนเดิมอีกแล้วครับ”

แม้เส้นทางอาชีพกำลังพุ่งสู่ระดับที่สูงขึ้น แต่ “แบล็คแพนเธอร์” ยืนยันว่าจะไม่กดดันตัวเองจนเกินไป โดยขอขึ้นชกด้วยความสุขและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยปล่อยให้ผลงานบนสังเวียนเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง

“ทุกวันนี้ผมยังชกมวยเพราะความชอบ ถ้าถามว่ากีฬามวยให้อะไรกับผมบ้าง จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้คือความรักในการชกมวย ยิ่งได้ขึ้นเวที ยิ่งรู้สึกสนุกและมีความสุข

ชื่อของ แบล็คแพนเธอร์ อาจยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ผมอยากให้แฟนมวยจดจำผมจากฝีมือและสไตล์การชกมากกว่า ทุกครั้งผมพร้อมขึ้นเวทีออกไปสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมให้ได้มากที่สุด”

สุดท้าย “แบล็คแพนเธอร์” ย้ำว่าไฟต์นี้จะไม่ให้ทำแฟนมวยต้องผิดหวัง และพร้อมพุ่งชนเป้าหมายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

“ถ้าชนะต่อเนื่องในไฟต์นี้ได้ เป้าหมายของผมใน ONE คือการเก็บแต้มชัยต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้เจอกับคู่ชกระดับท็อป และก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของรุ่นฟลายเวตให้ได้”

“ฝากถึงทุกคนที่ติดตามเชียร์ แบล็คแพนเธอร์ ผมจะทำเต็มที่เพื่อให้ได้รับการชูมืออีกครั้ง ผมคว้าชัยชนะมาแล้ว 5 ไฟต์ และจะไม่ยอมปล่อยให้ ฌอน มาหยุดสถิติผมแน่นอนครับ”

บทความยอดฮิต