หน้าแรก บล็อก

“บัวขาว-โคตะ” คลิปไฮไลท์ย้อนหลังแบบจัดเต็ม

0
บัวขาว โคตะ
บัวขาว โคตะ

คลิปไฮไลท์ “บัวขาว-โคตะ” ศึกมวย RWS ราชดำเนิน เวิล์ด ซีรีส์ ที่เวทีมวยราชดำเนิน เมื่อคืนที่ผ่านมา บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย ถล่มน็อก “โคตะ มิอุระ” นักชกดาวรุ่งวัย 20 ปี จนกรรมการต้องยุติการแข่งขันในยกที่ 3

เกมการชกระหว่าง “บัวขาว-โคตะ” ในกติกาคิกบ๊อกซิ่ง (Kickboxing Exhibition) ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีผลการตัดสิน อย่างไรก็ตาม ทั้ง บัวขาว บัญชาเมฆ และ “โคตะ มิอุระ” ต่างทำหน้าที่บนสังเวียนของตัวเองอย่างเต็มที่ ยก 1 และ 2 บัวขาว ยังไม่เร่งเกมนักดูเชิงนักชกชาวญี่ปุ่น “โคตะ มิอุระ” ค่อยๆเดินกระชับพื้นที่เข้าหา ออกอาวุธน้อยแต่หนัก ขณะที่ โคตะ พยายามใช้ความคล่องออกหมัดแล้วฉากออก

กระทั่งยกที่ 3 บัวขาว เดินเกมเต็มสูบเอาใจแฟนมวยในสนามที่มากันเต็มความจุ ก่อนจะจัดหนักทั้งหมัด แข้ง เข่าลอย ซึ่ง โคตะ ที่โดนสารพัดอาวุธติดอยู่สามเหลี่ยมเวทีกว่า 20 วินาที จนในที่สุด กรรมการต้องยุติการชก ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนมวยในสนาม

คลิปไฮไลท์จัดเต็มย้อนหลัง บัวขาว บัญชาเมฆ vs โคตะ มิอุระ

อ่านเพิ่มเติม r1fight

ก้องธรณี – เสียบแทน โยฮัน เอสตูปินาน ดวลภาค 2 ทาอิกิ นาอิโตะ กติกาคิกบ็อกซิง

0

แฟนมวยทั่วประเทศเตรียมรับชมไฟต์รีแมตช์สุดเดือดในศึก ONE Fight Night 49: ลูคัส vs อาลิเบก วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. นี้ เมื่อ “ก้องธรณี ส.สมหมาย” มวยซ้ายอันตราย วัย 29 ปี จากเพชรบูรณ์ ได้คิวกลับมาขึ้นสังเวียนดวลคู่ปรับเก่า “ทาอิกิ นาอิโตะ” นักชกมากชั้นเชิง วัย 30 ปี จากญี่ปุ่น ในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 09:00 น.

เดิมที “ทาอิกิ” ถูกวางตัวให้รีแมตช์กับ “โยฮัน เอสตูปินาน” จอมดีดจากโคลอมเบีย แต่ล่าสุดมีการปรับคู่ชกเพื่อความเหมาะสม ส่งผลให้เจ้าตัวต้องหวนเผชิญหน้าคู่ปรับเก่าอย่าง “ก้องธรณี” อีกครั้ง หลังเคยปะทะกันอย่างสนุกในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต ในศึก ONE ลุมพินี 37 เมื่อเดือน ต.ค. 66 โดยวันนั้นเป็น “ก้องธรณี” ที่โชว์ฟอร์มเหนือกว่า เอาชนะไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ พร้อมทำให้ “ทาอิกิ” ต้องพบกับความพ่ายแพ้ 2 ไฟต์ติดเป็นครั้งแรกใน ONE

“ก้องธรณี” ต้องแบกรับแรงกดดันอย่างหนักจากความพ่ายแพ้ในกติกามวยไทย 4 ไฟต์ติดต่อกัน ส่งผลให้ไฟต์ล่าสุดในศึก The Inner Circle 32 เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าตัวเลือกเปิดรับความท้าทายใหม่ข้ามสายมาชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิต และสามารถกู้ศรัทธามหาชนกลับมาได้ทันที ด้วยการหักปากกาเซียนเอาชนะ “หยวน เผิงเจี๋ย” ยอดฝีมือจากจีนไปด้วยคะแนนเอกฉันท์

ก้องธรณี - เสียบแทน โยฮัน เอสตูปินาน ดวลภาค 2 ทาอิกิ นาอิโตะ กติกาคิกบ็อกซิง

หลังเรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ไฟต์นี้ “ก้องธรณี” พร้อมสานต่อฟอร์มแจ่ม งัดชั้นเชิงดักออกอาวุธอย่างเฉียบคมมาเล่นงาน “ทาอิกิ” เพื่อย้ำแค้นให้ได้อีกครั้ง เพื่อเดินหน้าสร้างผลงานบนเส้นทางคิกบ็อกซิงให้โดดเด่นยิ่งขึ้นต่อไป

ด้าน “ทาอิกิ” ผลงานในช่วงหลังเรียกได้ว่าร้อนแรงเกินห้ามใจ หลังทะยานเก็บชัยเหนือคู่ชกฝีมือดีมาแล้วถึง 3 ไฟต์ติดต่อกัน ทั้งในกติกามวยไทยและคิกบ็อกซิง โดยผลงานล่าสุดสามารถเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ฮิว” รุ่นน้องร่วมชาติที่ไม่เคยแพ้ใครตลอดอาชีพไปได้ในศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ไฟต์นี้ “ทาอิกิ” ที่กำลังมั่นใจเต็มพิกัด หวังสานต่อฟอร์มร้อนด้วยการล้างตาเอาชนะ “ก้องธรณี” ให้ได้ เพื่อขยับเข้าใกล้โอกาสขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต ที่ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าของขึ้นไปอีกขั้น

หลังเคยเปิดฉากแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดในกติกามวยไทยมาแล้ว การรีแมตช์ครั้งนี้จึงยิ่งน่าจับตา เมื่อทั้งคู่ต้องเปลี่ยนมาวัดฝีมือกันในกติกาคิกบ็อกซิง งานนี้ “ก้องธรณี” จะทำแสบเปิดบ้านซ้ำแผลเดิมได้อีกครั้ง หรือ “ทาอิกิ” จะบุกมาชำระแค้นได้แบบทบต้นทบดอก แฟนมวยทั่วประเทศต้องห้ามพลาด

ซาเวียร์ – ตั้งเป้ากู้ฟอร์มเก่งดับฝันแจ้งเกิด เอ็กซ์ซ่า ศึก The Inner Circle 36

0

“ซาเวียร์ กอนซาเลซ” จอมบู๊สเปนหัวใจไทย วัย 25 ปี เตรียมกลับมากู้ฟอร์มเก่ง พบกับ “เอ็กซ์ซ่า วันของโอม” มวยหน้าใหม่ วัย 23 ปี จากศรีสะเกษ ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในรายการ The Inner Circle 36 ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค. นี้ ที่สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

แม้ฟอร์มยังไม่ค่อยคงเส้นคงวา แต่ทุกครั้งที่ยืนอยู่บนสังเวียน “ซาเวียร์” พร้อมโชว์หัวใจเกินร้อยเดินหน้าบู๊แลกเดือดคู่ชกแบบเต็มกำลัง โดยครั้งนี้พร้อมทำหน้าที่รับน้อง “เอ็กซ์ซ่า” ดาวรุ่งป้ายแดงที่กำลังเฉิดฉายขึ้นมา และพร้อมพิสูจน์ฝีมือให้เห็นบนสังเวียนระดับโลก

งานนี้ “ซาเวียร์” จะคืนฟอร์มเก่งสกัดทางดังของ “เอ็กซ์ซ่า” หรือถูกรุ่นน้องไฟแรงทำแสบใช้เป็นสะพานแจ้งเกิด แฟนมวยห้ามพลาด

ซาเวียร์ - ตั้งเป้ากู้ฟอร์มเก่งดับฝันแจ้งเกิด เอ็กซ์ซ่า ศึก The Inner Circle 36

“ซาเวียร์” ฝากผลงานในรายการของ ONE ไปแล้ว 14 ไฟต์ พร้อมกวาดโบนัส 350,000 บาทไปครองได้ถึง 6 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นชก 2 ไฟต์ในเดือนเดียว ในศึก ONE ลุมพินี เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ไฟต์จบลงด้วยการชนะน็อกและคว้าโบนัสกลับบ้านติดต่อกันล่าสุด “ซาเวียร์” ชวดเก็บชัย 3 ไฟต์ติดต่อกันอย่างน่าเสียดาย เมื่อตกเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไม่เอกฉันท์ (2 ต่อ 1 เสียง) ให้กับ “ตุย ลิน ทัต” จากเมียนมาในศึก ONE ลุมพินี 170 เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โอกาสนี้ “ซาเวียร์” ตั้งเป้ากู้ฟอร์มเก่งดับฝันแจ้งเกิด “เอ็กซ์ซ่า” เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมาให้ได้

ด้าน “เอ็กซ์ซ่า” นักมวยไทยดาวรุ่งตัวความหวังจากค่ายมวยวันของโอม กำลังได้รับความสนใจจากแฟนมวย ด้วยสไตล์การชกที่ดุดัน เดินหน้าเปิดเกมอย่างต่อเนื่อง และมีจังหวะการออกอาวุธหนักเป็นจุดขาย จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกำปั้นไฟแรงที่มีหมัดทรงพลังและแรงปะทะที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดครั้งนี้ “เอ็กซ์ซ่า” เจ้าของสถิติชนะ 60 ครั้งจากการขึ้นชก 70 ไฟต์ในระดับอาชีพพกความมั่นใจมาเต็มร้อย หวังเปิดตัวในรายการของ ONE ให้ปัง ด้วยการสยบรุ่นพี่สายแข็งอย่าง “ซาเวียร์” เพื่อสร้างชื่อแจ้งเกิดให้แฟนมวยได้จดจำ

ติดตาม “ซาเวียร์ vs เอ็กซ์ซ่า” วันศุกร์ที่ 30 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 36 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club

แฮ็กเกอร์ตี – เล็งกระชากเข็มขัดมวยไทยจาก ยอดไอคิว หลังป้องแชมป์คิกบ็อกซิงสำเร็จ

0

“โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ประกาศพร้อมไล่ล่าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นเดียวกันมาครองเพิ่มอีกเส้น หลังโชว์ฟอร์มแกร่งรั้งบัลลังก์ครั้งที่ 3 ด้วยการบุกไปเอาชนะทีเคโอ “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” ผู้ท้าชิงดีกรีอดีตแชมป์โลกชาวญี่ปุ่นในศึก ONE ซามูไร 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

หลังปราบผู้ท้าชิงระดับแถวหน้ามาแล้ว 2 ราย ไฟต์นี้ “แฮ็กเกอร์ตี” ต้องเผชิญหน้ากับ “ฮิโรกิ” อดีตราชัน ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวตที่กำลังมั่นใจจากชัยชนะต่อเนื่อง 3 ไฟต์ และหวังทวงบัลลังก์คืนต่อหน้าแฟนมวยเจ้าถิ่นที่เข้ามาเชียร์เต็มสนาม

เกมในช่วง 2 ยกแรกเป็นไปอย่างสูสี หลังทั้ง 2 ฝ่ายต่างยืนปักหลักแลกอาวุธกันกลางเวทีแบบสุดมัน กระทั่งยก 3 “แฮ็กเกอร์ตี” ได้จังหวะแทงเข่าซ้ายเข้าเต็มคาง ส่ง “ฮิโรกิ” ร่วงลงไปถูกนับ จากนั้นจึงเดินหน้ารัวหมัดชุดสลับแทงเข่าซ้ำ จนผู้ชี้ขาดบนเวทีต้องสั่งยุติการชก ส่ง “แฮ็กเกอร์ตี” คว้าชัยทีเคโอพร้อมคว้าโบนัสก้อนโต 15 ล้านเยน หรือราว 3.2 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ไปครอง

ในงานแถลงข่าวหลังจบเกม “แฮ็กเกอร์ตี” ได้ให้สัมภาษณ์เผยถึงแผนการชกที่เตรียมมา โดยเฉพาะจังหวะปรับกลยุทธ์ในยก 3 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คว้าชัยไปครอง พร้อมย้ำว่าอาวุธเข่าของตนในเวอร์ชันคิกบ็อกซิงมีความอันตรายไม่แพ้เพลงศอกในกติกามวยไทย

“ผมรู้ว่า ฮิโรกิ เตะลำตัวได้ดี ช่วงแรกจึงวางแผนยืนปะทะกลางเวที รอจังหวะบล็อกลูกเตะแล้วสวนด้วยหมัด จริง ๆ ผมตั้งใจน็อกเขาให้ได้ในสองยกแรก เพราะทุ่มเทฝึกมวยสากลกับโค้ชอย่างหนัก เพื่อใช้หมัดเล่นงานเขาโดยเฉพาะครับ”

“หลังจบยกสอง ผมคุยกับโค้ชของผม คริสเตียน โนวส์ ว่า เราควรเริ่มใช้เข่าหนัก ๆ เล่นงานเขาเลยดีไหม เพราะเดิมทีวางแผนจะใช้เข่าตั้งแต่ยก 3 เป็นต้นไป พอขึ้นยก 3 ผมค่อย ๆ ปรับจังหวะจนเริ่มเข้าที่และทำตามแผนได้ลงตัว อาวุธเริ่มเข้าเป้าอย่างจัง เกมจึงดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ผมพอใจทั้งจังหวะปิดเกมและฟอร์มการชกครั้งนี้ ถือเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบมากครับ”

แฮ็กเกอร์ตี - เล็งกระชากเข็มขัดมวยไทยจาก ยอดไอคิว หลังป้องแชมป์คิกบ็อกซิงสำเร็จ

“สำหรับผม เข่าก็เปรียบเหมือนศอกในรูปแบบคิกบ็อกซิง ผมจะใช้เข่าเล่นงานคู่ต่อสู้ในกติกานี้ จนกว่าจะได้กลับไปชกมวยไทยอีกครั้งครับ”

แม้จะเป็นฝ่ายคว้าชัย แต่ “แฮ็กเกอร์ตี” ก็ไม่ลืมยกย่องฝีมือของ “ฮิโรกิ” ซึ่งเล่นงานตนจนเกิดแผลแตกบริเวณเปลือกตาซ้ายตั้งแต่ยกแรก ก่อนย้ำด้วยความมั่นใจว่าการปิดเกมยอดนักชกชาวญี่ปุ่นได้เป็นคนแรกใน ONE คือบทพิสูจน์สำคัญว่าตัวเขาคือนักชกคิกบ็อกซิงที่เก่งกาจที่สุดของโลกในรุ่นแบนตัมเวต

“ฮิโรกิ เป็นคู่ชกที่ยอดเยี่ยมมากครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ขึ้นสังเวียนกับเขาที่ญี่ปุ่น เขามีทักษะครบเครื่องสมกับเป็นนักชกระดับท็อป แต่สุดท้ายคนที่เก่งที่สุดเท่านั้นถึงจะเป็นฝ่ายชนะ และคนคนนั้นก็คือผม”

“ผมมั่นใจว่าตอนนี้ได้ขึ้นมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของรุ่นนี้แล้ว ไม่มีใครในรุ่นนี้ที่จะเอาชนะผมได้ ผมจะครองแชมป์ต่อไปอีกนานครับ”

ในส่วนของเป้าหมายต่อไป นอกจากการรั้งบัลลังก์คิกบ็อกซิงครั้งที่ 4 แล้ว “แฮ็กเกอร์ตี” ยังมองไปถึงการสลับไปชกมวยไทย เพื่อไล่ล่าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต จาก “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” มาครอง หวังขึ้นแท่นเป็นราชัน ONE 2 กติกา เหมือนในอดีตอีกครั้ง

“เป้าหมายต่อไปของผม การเป็นแชมป์โลก ONE 2 กติกา ก็ฟังดูเข้าท่าดี ถ้ารายการจะให้ผมป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิงกับ นาบิล หรือไปชิงเข็มขัดมวยไทยจาก ยอดไอคิว ก็ได้ ผมพร้อมชกกับทั้งคู่ในคืนเดียวกันเลยครับ”

พระจันทร์ฉาย – เปิดศึกนัดหยุดโลก รวบเข็มขัดมวยไทยดวล อาลีฟ ใน The Inner Circle 43

0

สิ้นสุดการรอคอย “พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค.” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต วัย 32 ปี ได้คิวซัดเดือด “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล ลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย วัย 22 ปี เพื่อเฟ้นหาผู้ครองบัลลังก์เพียงหนึ่งเดียวในรายการ The Inner Circle 43 วันศุกร์ที่ 18 ธ.ค. นี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ทั้ง 2 คนเคยขึ้นสังเวียนไปเผชิญหน้าท้าทายระบบกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บของ “พระจันทร์ฉาย” ทำให้ไฟต์ที่ทุกคนรอคอยยังไม่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ “พระจันทร์ฉาย” ที่ร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง และได้ชกไฟต์เคาะสนิมไปเป็นที่เรียบร้อยในไฟต์ที่ผ่านมา พร้อมทำหน้าที่รั้งบัลลังก์จากรุ่นน้องแชมป์โลกเฉพาะกาลอย่าง “อาลีฟ” ที่กระหายอยากลองของยอดนักชกรุ่นพี่มานาน

ไฟต์หยุดโลกที่ทุกคนตั้งตารอครั้งนี้ “พระจันทร์ฉาย” หรือ “อาลีฟ” ใครจะได้ครองบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา แฟนมวยทั่วประเทศต้องห้ามพลาด!

“พระจันทร์ฉาย” ป้องกันเข็มขัดมวยไทยเส้นนี้สำเร็จมาแล้ว 1 ครั้งจากการเอาชนะทีเคโอยก 4 “เอลลิส บาร์โบซา” ผู้ท้าชิงจากสหราชอาณาจักรในศึก ONE Fight Night 28 เมื่อเดือน ก.พ. 68 ก่อนได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวจากไฟต์ที่พ่ายคะแนนเอกฉันท์ “โจนาธาน ดิ เบลลา” ยอดนักชกตัวแทนอิตาลี-แคนาดาในศึก ONE Fight Night 36 เมื่อเดือน ต.ค. 68 พร้อมกับเสียเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต ไปอย่างน่าเจ็บใจ

พระจันทร์ฉาย - เปิดศึกนัดหยุดโลก รวบเข็มขัดมวยไทยดวล อาลีฟ ใน The Inner Circle 43

ล่าสุด “พระจันทร์ฉาย” สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาชกในรอบปี โดยสู้กับ “หวัง จึงกวง” กำปั้นอดีตผู้ท้าชิงจากจีนได้อย่างสนุกในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต ก่อนพ่ายหวุดหวิดด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ (2 ต่อ 1 เสียง) ในรายการ The Inner Circle 35 เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ตอนนี้ “พระจันทร์ฉาย” พร้อมแล้วที่จะกลับมาชกมวยไทยเพื่อป้องกันตำแหน่งจาก “อาลีฟ” และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาคือนักมวยไทยรุ่นสตรอว์เวตที่เก่งกาจที่สุดในโลก

ขณะที่ “อาลีฟ” กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีกสุดขีด หลังคว้าชัยเหนือคู่ชกตัวตึงมาแล้ว 6 ไฟต์ติด โดยล่าสุด “อาลีฟ” ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยการชนะน็อกยก 5 “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ในรายการ The Inner Circle 23 เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา คว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล มาครอง พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาชาวมาเลเซียคนแรกที่ได้ครองเข็มขัด ONE

หลังเฝ้ารอโอกาสดวลกับ “พระจันทร์ฉาย” มานาน ในที่สุด “อาลีฟ” ก็ได้เวลาพิสูจน์ตัวเองในไฟต์สำคัญที่สุดบนเส้นทางอาชีพ โดยพร้อมทุ่มสุดกำลังหวังโค่นยอดมวยรุ่นพี่ลงจากบัลลังก์ให้ได้ เพื่อรวมเข็มขัดมาครอง และก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต แต่เพียงผู้เดียว

ติดตาม “พระจันทร์ฉาย vs อาลีฟ” วันศุกร์ที่ 18 ธ.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 43 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle : https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

แฮ็กเกอร์ตี้ – ป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง ด้าน นาบิล กอดคอ สินสมุทร คว้าชัยกลับไทย

0

จบลงอย่างสุดมันสมการรอคอยกับศึก ONE ซามูไร 4 ที่อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ดับฝัน “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” ผู้ท้าชิงเจ้าถิ่นรั้งเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 3 เช่นเดียวกับ “นาดากะ” ที่สามารถป้องกันตำแหน่งได้เป็นครั้งที่ 2

ขณะที่ “มาซาอากิ โนอิริ” ลอยลำเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต ส่วนสองนักสู้ขวัญใจชาวไทย “นาบิล อานาน” และ “สินสมุทร กลิ่นมี” แท็กทีมคว้าชัยกลับบ้านสมใจ

คู่เอกของรายการ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ป้องกันตำแหน่งจาก “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” อดีตราชันของรุ่นนี้ชาวญี่ปุ่น ที่หวังกระชากเข็มขัดคืนต่อหน้าแฟนมวยเจ้าถิ่น

สองยกแรกทั้ง “แฮ็กเกอร์ตี” และ “ฮิโรกิ” ผลัดกันรุกรับอย่างสูสี กระทั่งยก 3 “แฮ็กเกอร์ตี” ได้จังหวะซัดหมัดตามด้วยแทงเข่าซ้ายเข้าเต็มคาง ส่งคู่ชกร่วงลงไปโดนนับแปด ก่อนตามไปรัวหมัดชุดและแทงเข่าซ้ำจนเลือดสาด ผู้ชี้ขาดบนเวทีเห็นว่า “ฮิโรกิ” บาดเจ็บหนักเกินกว่าจะแข่งต่อได้ จึงต้องยุติการชก ส่งให้ “แฮ็กเกอร์ตี” ชนะทีเคโอ รั้งเข็มขัดไว้ได้พร้อมรับโบนัสก้อนโต 15 ล้านเยน หรือราว 3.2 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) กลับบ้านอย่างสมศักดิ์ศรี

คู่รอง “นาดากะ” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ขึ้นสังเวียนทำหน้าที่รั้งเข็มขัดครั้งที่ 2 จาก “รีฟดีน มาสดอร์” ผู้ท้าชิงชาวมาเลย์

หลังแลกอาวุธกันได้ที่ เกมจบลงอย่างไวในต้นยก 2 เมื่อ “รีฟดีน” พยายามเหวี่ยงหมัดกลับหลัง แต่ช้ากว่า “นาดากะ” ที่ชิงหวดแข้งซ้ายเข้าปลายคางเต็มแรงจนนอนกับพื้น แม้จะลุกขึ้นมาได้แต่ทรงตัวไม่อยู่

ผู้ตัดสินจึงยุติการชกทันที ส่งให้ “นาดากะ” คว้าชัยไม่ครบยกสมกับที่ตั้งใจ และป้องกันบัลลังก์ไว้ได้เป็นครั้งที่ 2 พร้อมรับทรัพย์เป็นโบนัส 15 ล้านเยน หรือ ราว 3.2 ล้านบาท

ด้านการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต สาย B ระหว่าง “มาซาอากิ โนอิริ” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล ดวลเดือดกับ “โมฮัมหมัด เซียซารานี” จากอิหร่าน

ตลอดทั้งเกม “มาซาอากิ” เป็นฝ่ายเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ “โมฮัมหมัด” คอยดักอาวุธโต้กลับได้อย่างคู่คี่สูสี เกมเริ่มเดือดเมื่อทั้งคู่เปิดหน้าแลกหมัดกันอย่างเมามันแต่ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ ครบ 3 ยก นักชกเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายเฉือนชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ตีตั๋วผ่านเข้าไปดวลกับ “มารัต กริกอเรียน” ที่ชนะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จากการที่คู่ชกจากจีน “หลัว เชา” ทำน้ำหนักไม่ได้

ส่วนคู่ชกที่แฟนชาวไทยตั้งตารอคอย “ยูกิ โยซะ” จอมหวดแข้งจากญี่ปุ่น ปะทะ “นาบิล อานาน” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เชื้อสายไทย-แอลจีเรีย ในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต

ตลอดทั้ง 3 ยก ทั้งคู่ต่างงัดทีเด็ดออกมาประเคนใส่กันอย่างสุดมัน โดย “ยูกิ” เน้นเดินหน้าสาดลูกเตะคาล์ฟคิกเข้าใส่ต่อเนื่อง ขณะที่ “นาบิล” อาศัยช่วงชกที่ได้เปรียบ ดักแทงเข่าและสวนหมัดคืนได้ทันควัน ครบ 3 ยก ผู้ตัดสินชูมือให้ “นาบิล” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ จากอาวุธที่แม่นยำกว่า คืนฟอร์มเก่งกลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ

ด้าน “ชินทาโร มัตสึกุระ” เจ้าถิ่นจอมเก๋าประเดิมรายการพบกับ “สินสมุทร กลิ่นมี” กำปั้นสายลุยจากชลบุรี ที่ขอกู้ฟอร์มเก่งหลังพ่ายมา 2 ไฟต์ติด ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)

“สินสมุทร” เปิดฉากเดินลุยสาดแข้งต่อยหมัดใส่ “ชินทาโร” จนตั้งรับแทบไม่ทันในยกแรก ก่อนที่ยก 2 นักสู้จากไทยยังคุมเกมเหนือชั้นและได้จังหวะหวดแข้งขวาเข้าก้านคอใส่ “ชินทาโร” ร่วงลงไปนอนแน่นิ่ง ส่งให้ “สินสมุทร” ชนะน็อก พร้อมคว้าโบนัส 7.5 ล้านเยน หรือราว 1.6 ล้านบาท กลับบ้านได้สำเร็จ

ตลอดการแข่งขันนักกีฬาทุกคนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและมีใจปิดเกม โดยสุดท้ายมีนักกีฬา 8 ราย ที่โชว์ฟอร์มเก่งอย่างโดดเด่นโดนใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” สั่งมอบเงินโบนัสให้ไปไม่ร่วมค่าตัว ได้แก่

1. “มาซากิ ทาเคอูระ” 1.5 ล้านเยน หรือประมาณ 320,000 บาท

2. “เรียวโตะ นิชิยามะ” 1.5 ล้านเยน หรือประมาณ 320,000 บาท

3. “โชมะ โอกุมุระ” 1.5 ล้านเยน หรือประมาณ 320,000 บาท

แฮ็กเกอร์ตี้ - ป้องกันแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง ด้าน นาบิล กอดคอ สินสมุทร คว้าชัยกลับไทย

4. “โทกิ ทามารุ” 1.5 ล้านเยน หรือประมาณ 320,000 บาท

5. “โคตะ อาเบะ” 1.5 ล้านเยน หรือประมาณ 320,000 บาท

6. “สินสมุทร กลิ่นมี” 7.5 ล้านเยน หรือราว 1,600,000 บาท

7. “นาดากะ” 15 ล้านเยนหรือประมาณ 3,200,000 บาท

8. “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” 15 ล้านเยนหรือประมาณ 3,200,000 บาท

รวมยอดกว่า 9,600,000 บาท (เก้าล้านหกแสนบาท) ในอีเวนต์เดียว

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE ซามูไร 4 ดังนี้

คู่เอก โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) ชนะทีเคโอ ฮิโรกิ อากิโมโตะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 0:42 ของยก 3 (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

นาดากะ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ รีฟดีน มาสดอร์ (มาเลเซีย) นาทีที่ 0:58 ของยก 2 (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

มาซาอากิ โนอิริ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ โมฮัมหมัด เซียซารานี (อิหร่าน) (ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป. รอบรองชนะเลิศ)

นาบิล อานาน (แอลจีเรีย/ไทย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูกิ โยซะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

อิตซูกิ ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ จีฮิน รัดซวน (มาเลเซีย) (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

สินสมุทร กลิ่นมี ชนะน็อก ชินทาโร มัตสึกุระ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:17 ของยก 2 (คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

โคตะ อาเบะ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ โชโสะ อิโซจิมะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:34 ของยกแรก (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

โชมะ โอกุมุระ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โทกิ ทามารุ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

เรียวโตะ นิชิยามะ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก ยู ทาเคอูชิ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 0:58 ของยกแรก (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

มาซากิ ทาเคอูระ (ญี่ปุ่น) ชนะซับมิชชัน โยชินาริ ฟูกูชิมะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 5:13 ของยกแรก (ปล้ำจับล็อก รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

แฟนกีฬาติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

พระจันทร์ฉาย – พ่ายไม่เอกฉันท์ หวัง จึงกวง ศึก ONE ลุมพินี 175 & The Inner Circle 35

0

ปิดฉากลงอย่างสุดมันสำหรับทั้งสองอีเวนต์ในรายการ The Inner Circle 35 และ ONE ลุมพินี 175 ถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

คู่เอก The Inner Circle 35 “พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค.” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต ขวัญใจชาวไทย พบกับ “หวัง จึงกวง” อดีตผู้ท้าชิงบัลลังก์จากจีน ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) แม้ห่างหายจากสังเวียน ONE ไปนานเกือบ 6 ปี แต่ “หวัง จึงกวง” กลับมาโชว์ฟอร์มแกร่งเหนือความคาดหมาย เดินหน้ารัวอาวุธชุดใหญ่ ส่วน “พระจันทร์ฉาย” ก็ตั้งรับและโต้กลับไม่มียอมกันแต่ยังไม่เข้าเป้าจะแจ้ง เข้าสู่ยกสุดท้าย แชมป์โลกชาวไทยเปิดหน้าแลกเต็มกำลัง เมื่อครบ 3 ยก “หวัง จึงกวง” ได้ลูกขยันเป็นฝ่ายชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ (2 ต่อ 1 เสียง) พร้อมส่งให้ “พระจันทร์ฉาย” แพ้สองไฟต์ติดต่อกันเป็นครั้งแรกใน ONE

คู่รอง “โจฮัน กาซาลี” กำปั้นไฟแรงวัยลูกครึ่งมาเลเซีย-สหรัฐอเมริกา ปะทะ “ดิเอโก ปาเอซ” คู่ปรับเก่าตัวแทนสหรัฐอเมริกา-โคลอมเบีย ในไฟต์รีแมตช์ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) หลังเสียงระฆังเริ่มเกมดังขึ้น “โจฮัน” ที่มุ่งมั่นมาล้างตาเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที แต่ “ดิเอโก” อาศัยความแข็งแกร่งปักหลักสู้ไม่มีถอย ก่อนที่ “โจฮัน” จะเร่งเครื่องเดินบดทำแต้มต่อเนื่องในช่วงที่เหลือ ขณะที่ “ดิเอโก” อาศัยความเก๋าประคองตัวสู้จนครบยก สุดท้าย “โจฮัน” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ถอนแค้นได้สำเร็จตามเป้า

อีกคู่ที่แฟนมวยให้ความสนใจ “จรัสชัย แม็กจันดี” ดาวรุ่งฟอร์มสดจากตรัง ท้าชนแกร่ง “อายูบ ยาซีน” จอมบู๊ขาลุยจากโมร็อกโก ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต ไฟต์นี้ “อายูบ” เปิดเกมด้วยความดุดัน เดินบุกต่อเนื่อง ขณะที่ “จรัสชัย” เน้นความรัดกุม รอจังหวะตอบโต้ได้เป็นระยะ ก่อนเร่งเครื่องพลิกแพลงออกอาวุธหลากหลายในช่วงที่เหลือ แต่ “อายูบ” ยังอาศัยความพลิ้วไหวถอยหลบได้ดี สุดท้ายครบ 3 ยก กรรมการเห็นพ้องให้ “จรัสชัย” ที่เข้าทำชัดเจนกว่าเป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ยืดสถิติเฮ 5 ไฟต์รวดอย่างยอดเยี่ยมบนเวทีแห่งนี้

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 35 ทุกคู่มีดังนี้

คู่เอก หวัง จึงกวง (จีน) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค. (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

คู่รอง โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ดิเอโก ปาเอซ (สหรัฐอเมริกา/โคลอมเบีย) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

จรัสชัย แม็กจันดี ชนะคะแนนเอกฉันท์ อายูบ ยาซีน (โมร็อกโก) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

โอลิเวีย บาห์ซุส (แคนาดา) ชนะทีเคโอ มาลีอา วีเวอร์ (สหรัฐอเมริกา) นาทีที่ 2:46 ของยก 2 (มวยไทย 102 ป.)

เฟซ เอราวัณ ชนะคะแนนเอกฉันท์ วาเลรี สตรุนการี (มอลโดวา) (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ต่อกันที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 175 สร้างความเร้าใจไม่แพ้กัน โดย “แหลมสิงห์ ทีวันไฟต์อะคาเดมี” มวยใจเด็ดจากนครศรีธรรมราช ดวลกับ “อับเดสซามี เรนิมี” คู่ชกอันตรายจากโมร็อกโก ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต

พระจันทร์ฉาย - พ่ายไม่เอกฉันท์ หวัง จึงกวง ศึก ONE ลุมพินี 175 & The Inner Circle 35

เปิดฉากยกแรก “อับเดสซามี” รัวอาวุธเป็นพายุหวังปิดเกมทันที แม้ “แหลมสิงห์” จะอึดทนเอาตัวรอดได้ แต่ยิ่งชกยิ่งอ่อนแรง สุดท้าย “อับเดสซามี” เดินหน้าปล่อยหมัดชุดต่อเนื่องจน “แหลมสิงห์” ฝืนไม่ไหวร่วงหล่นพื้น ส่งผลให้ “อับเดสซามี” ปิดเกมน็อก “แหลมสิงห์” ได้สำเร็จในยกที่ 3 หวนคืนสู่เส้นทางแห่งชัยชนะสำเร็จ

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 175 ทุกคู่ดังนี้

คู่เอก อับเดสซามี เรนิมี (โมร็อกโก) ชนะน็อก แหลมสิงห์ ทีวันไฟต์อะคาเดมี นาทีที่ 1:49 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

คู่รอง มเหศวร เอกเมืองนนท์ ชนะทีเคโอ บักโจ้ ศิษย์คุณมะ นาทีที่ 2:05 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

คัมภีร์เทวดา สิทธิกุล ชนะทีเคโอ อานัวร์ ซิสเนรอส (เม็กซิโก) นาทีที่ 3:00 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

สลาตัน จิตรเมืองนนท์ ชนะน็อก บาบัก ฮากี (อิหร่าน) นาทีที่ 2:35 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เทพาธิป แชมป์ข้าวหมูทอด ชนะน็อก โชคปรีชา พีเค.ต้อมทีเค.อะไหล่ยนต์ นาทีที่ 1:04 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ซานจายา ฮูตาโกล (อินโดนีเซีย) ชนะซับมิชชัน ฮาเวียร์ กาเบรรา (สเปน) นาทีที่ 2:52 ของยก 2 (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

พิชัย ม.ราชภัฏโคราช ชนะคะแนนเอกฉันท์ หัตถ์เทพ ศ.ศศิวัฒน์ (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ยูโตะ ชิโอยะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อโศก บากาเด (อินเดีย) (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

โชสุเกะ อิวานากะ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก หยาง กุ้ยเหยา (จีน) นาทีที่ 1:12 ของยก 2 (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

จบการแข่งขันสุดมันทั้งสองอีเวนต์ในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีจอมบู๊ 5 ราย ออกอาวุธปิดเกมโดดเด่นจนบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” สั่งแจกเงินรางวัลโบนัสพิเศษให้ ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ “โอลิเวีย บาห์ซุส” ในรายการ The Inner Circle 35 และ “โชสุเกะ อิวานากะ”, “เทพาธิป แชมป์ข้าวหมูทอด”, “สลาตัน จิตรเมืองนนท์” และ “มเหศวร เอกเมืองนนท์” ในการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 175 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,750,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท)

ศึกมวย ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ – เปิดฉาก เฟ้นแชมป์ติดทีมชาติต่อยศึกโลก

0

การแข่งขันกีฬามวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 “ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” ชิงเงินรางวัลรวมมหาศาลกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชนเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2026 “อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว ที่อยุธยา ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยมีนักกีฬา สต๊าฟโค้ชจากทีมต่างๆ รวมถึงแฟนหมัดมวยเข้าชมจำนวนมาก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก น.ส.ประเมิน รักนาค ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ และประธานสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า), “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ฯลฯ เข้าร่วม

สำหรับศึกมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 “ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชนเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2026 “อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 6-16 พฤศจิกายน 2569

แบ่งการแข่งขันออกเป็น ประเภทกีฬามวยไทย บุคคลชาย และบุคคลหญิง ยู-14 ปี (อายุ 12-13 ปี) โดยประเภทชาย จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 36, 38, 40 และ42 กก. ส่วนประเภทหญิง จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 36, 38, 40 กก.

บุคคลชาย และบุคคลหญิง ยู-16 ปี (อายุ 14-15 ปี) โดยประเภทชาย จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 42, 45, 48 และ51 กก. ส่วนประเภทหญิง จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 45, 48, 51 กก.

บุคคลชาย และบุคคลหญิง ยู-18 ปี (อายุ 16-17 ปี) โดยประเภทชาย จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 45, 48, 51 และ54 กก. ส่วนประเภทหญิง จำแนกรุ่นดังนี้ รุ่นน้ำหนัก 45, 48, 51 กก.

ศึกมวย ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ - เปิดฉาก เฟ้นแชมป์ติดทีมชาติต่อยศึกโลก

ขณะที่ประเภทไหว้ครู มี 3 กลุ่มอายุ ได้แก่ ยู-14 ปี (อายุ 12-13 ปี) ประเภทบุคคลชาย และบุคคลหญิง / ยู-16 ปี (อายุ 14-15 ปี) ประเภทบุคคลชาย และบุคคลหญิง / ยู-18 ปี (อายุ 16-17 ปี) ประเภทบุคคลชาย และบุคคลหญิง

มีสโมสรมวยไทยส่งส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยทั้งสิ้น 78 สโมสร รวมนักกีฬาทั้งหมด 369 คน แยกเป็น มวยไทย (ชาย 228 คน หญิง 107 คน รวม 335 คน) ไหว้ครู (ชาย 34 คน หญิง 30 คน รวม 34 คน) ทุกทีมจะได้รับเงินบำรุงทีมทีมละ 1,000 บาท นักกีฬาที่ชนะเลิศ นอกเหนือจากได้โควต้าเป็นตัวแทนทีมชาติไทย จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท / อันดับ 2 รับเงินรางวัล 5,000 บาท / อันดับ 3 ครองร่วมกัน 2 คนรับเงินรางวัลคนละ 2,500 บาท

น.ส.ประเมิน รักนาค ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์ เป็นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างและสืบทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่งมิได้มีเพียงทักษะการต่อสู้ แต่ยังมีเรื่องของความเคารพ ความอดทน ความเสียสละ ระเบียบวินัย ตลอดจนน้ำใจนักกีฬา ในขณะที่เยาวชนคือรากฐานสำคัญของอนาคตกีฬามวยไทยทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ การแข่งขันครั้งนี้เพื่อคัดเลือกตัวแทนทีมชาติไทย ถือเป็นทั้งเกียรติและความรับผิดชอบ เพราะนักกีฬามิได้แข่งขันในนามของตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย และเป็นผู้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ คุณค่า และจิตวิญญาณของศิลปะมวยไทยสู่สายตานานาชาติ

“เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ศึกมวยไทย “ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” เป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักกีฬามวยไทยเยาวชนจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพและพิสูจน์ความสามารถ ภายใต้มาตรฐานการแข่งขันที่ถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับ เพื่อค้นหานักกีฬาเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ นอกจากการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติแล้ว การแข่งขันครั้งนี้ยังมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักกีฬามวยไทยเยาวชน สร้างประสบการณ์การแข่งขัน ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความเคารพต่อกติกา ความเคารพต่อคู่แข่งขัน และน้ำใจนักกีฬา ขณะเดียวกัน ยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ ศิลปะมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทย ให้คงอยู่กับเยาวชนรุ่นใหม่และพัฒนาสู่เวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน

นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งรวมมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของชาติไทย การที่เยาวชนจากทั่วประเทศได้เดินทางมาร่วมการแข่งขันกีฬามวยไทยในพื้นที่แห่งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะเชื่อมโยงกีฬาเยาวชนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมของไทย มวยไทยมิได้เป็นเพียงกีฬาเพื่อการแข่งขัน แต่ยังสะท้อนถึงระเบียบวินัย ความอดทน ความเคารพ น้ำใจนักกีฬา และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ และประธานสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า) กล่าวว่า เป้าหมายการแข่งขันคือ การคัดเลือกนักกีฬามวยไทยเยาวชนเป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน มวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2026 “อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026” สมาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน เพราะเยาวชนในวันนี้คือกำลังสำคัญของวงการมวยไทยในอนาคต

ทั้งนี้แฟนกีฬามวยไทยสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม ที่อยุธยา ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.

โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี – พร้อมวัดฝีมืออดีตแชมป์ ฮิโรกิ ป้องบัลลังก์บนแผ่นดินเจ้าถิ่น

0

“The General” โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135–145 ป.) จากสหราชอาณาจักร พร้อมแสดงศักยภาพระดับแชมป์ โดยวางแผนเดินบุกสยบแกร่ง “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” ผู้ท้าชิงขวัญใจเจ้าถิ่น ดีกรีอดีตเจ้าของเข็มขัดเส้นเดียวกัน ในฐานะคู่เอกของศึก ONE ซามูไร 4 วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. นี้ ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มถ่ายทอดสดเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

“แฮ็กเกอร์ตี” ขึ้นนั่งบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต จากการชนะน็อก “ฟาบริซิโอ อานดราเด” อดีตแชมป์โลก ONE MMA รุ่นเดียวกันในศึก ONE Fight Night 16: โจนาธาน vs ฟาบริซิโอ เมื่อเดือน พ.ย. 66 ก่อนตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกด้วยชัยชนะคะแนนเอกฉันท์เหนือ “เว่ย รุย” ตัวพ่อคิกบ็อกซิงจากจีนในศึก ONE 171: Qatar เมื่อเดือน ก.พ. 68

จากนั้นเจ้าตัวยังคงรักษาฟอร์มแกร่งด้วยการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 เหนือ “ยูกิ โยซะ” ยอดฝีมือเจ้าถิ่นในศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยชัยชนะคะแนนเอกฉันท์ ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จตลอดช่วงที่ผ่านมา “แฮ็กเกอร์ตี” เผยว่าเกิดขึ้นมาจากความมุ่งมั่นและการทำงานหนักตลอดช่วงเตรียมตัวก่อนขึ้นสังเวียน

“สิ่งที่คนอื่นไม่เห็นคือเบื้องหลังที่หนักที่สุดครับ ผมซ้อมหนักทุกวัน เท่าที่ร่างกายจะรับไหว และต้องเสียสละเวลาที่ควรได้อยู่กับครอบครัว แต่ผลจากไฟต์ล่าสุดกับยูกิพิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างคุ้มค่า ผมให้เครดิตกับการทำงานหนัก ความมุ่งมั่น และการไม่ปล่อยให้มีข้อผิดพลาดหลุดรอดไปแม้แต่น้อยครับ”

การกลับมาป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 ของ “แฮ็กเกอร์ตี” ในครั้งนี้ ยังต้องเผชิญหน้ากับนักสู้เลือดซามูไรอีกราย โดย “ฮิโรกิ” นั้นเคยเป็นเจ้าของเข็มขัดเส้นนี้หลังเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี” ในศึก ONE X เมื่อเดือน มี.ค. 65 ก่อนเสียแชมป์ในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ในศึก ONE 163: ฮิโรกิ vs เพชรทนง เมื่อเดือน พ.ย. ปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ท้าชิงเลือดซามูไรกลับมาคืนฟอร์มร้อนแรง โชว์ลีลาบู๊ดุดันลุยเก็บชัยชนะมาแล้วถึง 3 ไฟต์ติด และต้องการทวงเข็มขัดที่รอคอยมานานถึง 4 ปีกลับคืนสู่อ้อมอก แม้ “แฮ็กเกอร์ตี” จะยอมรับว่าคู่ชกรายนี้ประมาทไม่ได้ แต่เขามองเห็นจุดที่ตัวเองสามารถทำได้เหนือกว่า

“ผมอยากเจอกับ ฮิโรกิ มาหลายปีแล้ว เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักชกที่เก่งที่สุดของรุ่น เขาผ่านนักชกตัวท็อปมาหลายคน และสมควรได้รับโอกาสนี้ ถึงบางคนจะมองว่าเขาเป็นรอง แต่สำหรับผม ทุกไฟต์ยากเสมอ ผมไม่เคยประมาทใครครับ”

โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี - พร้อมวัดฝีมืออดีตแชมป์ ฮิโรกิ ป้องบัลลังก์บนแผ่นดินเจ้าถิ่น

“ฮิโรกิ อันตรายตรงที่เขาออกอาวุธหนักและต่อเนื่อง เขามีหมัดชุดที่ดี ลูกเตะก้านคอก็อันตราย แถมยังเคยเป็นเจ้าของเข็มขัดเส้นนี้ และมีพื้นฐานคาราเต้ด้วยครับ”

“แต่ในมุมมองของผม สไตล์การชกของเขายังไม่หลากหลายเท่าไร เขาอาจเตรียมแผนมาดีแค่ไหนก็ได้ แต่พอขึ้นเวทีแล้วโดนหมัดผม หรือเจอฟุตเวิร์กของผมจนหาจังหวะไม่ได้ รูปเกมก็เปลี่ยนได้ทันทีครับ”

แม้ไฟต์นี้ “ฮิโรกิ” จะได้เปรียบจากการชกในบ้านและหวังทวงบัลลังก์คืนสู่แผ่นดินเกิด แต่ “แฮ็กเกอร์ตี” ยืนยันหนักแน่นว่า สิ่งแวดล้อมรอบข้างไม่เคยส่งผลกระทบต่อจิตใจ ตรงกันข้าม เขาพร้อมที่จะขึ้นไปช่วงชิงความมั่นใจ ทลายจุดแข็งของคู่ชกให้หมดสิ้น

“การไปชกในบ้านของคู่แข่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม ผมเคยไปชกในบ้านของคู่ต่อสู้มาหลายครั้งแล้ว อย่างไฟต์ที่เจอ ยูกิ เสียงเชียร์ในสนามก็ช่วยเขาไม่ได้ โค้ชของเขาทำได้แค่ยืนตะโกนบอกอยู่ข้างเวที แต่พอขึ้นไปบนเวทีแล้ว ก็เหลือแค่ผมกับเขาที่ต้องสู้กัน

“ผมเลยไม่คิดว่า ฮิโรกิ จะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าบ้าน เพราะสำหรับผม เวทีไหนก็เหมือนบ้านของผม ไฟต์นี้ผมตั้งใจจะดับความมั่นใจของ ฮิโรกิ และทำลายจุดแข็งทุกอย่างของเขาให้หมดครับ”

การขึ้นสังเวียนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของราชันอย่างไร้ข้อกังขา โดย “แฮ็กเกอร์ตี” วางเป้าหมายจะเผด็จศึกผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่นด้วยฟอร์มการชกที่เหนือชั้น เพื่อเอาชนะใจแฟนมวยเจ้าถิ่นให้ได้

“ผมคิดว่าฝีมือของผมเหนือกว่า ฮิโรกิ อยู่ระดับหนึ่ง ไม่ได้พูดเพื่อข่มเขา แต่ไฟต์นี้ผมจะเดินกดดันและพยายามน็อกเขาให้ได้ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น และทำให้แฟนมวยชาวญี่ปุ่นยอมรับผมครับ”

“เป้าหมายของผมคือการรักษาบัลลังก์ให้นานที่สุด เก็บชัยชนะไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างตำนานให้ยิ่งใหญ่ ส่วนในอนาคต ผมก็พร้อมกลับไปทวงเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวตกลับคืนมาด้วยครับ”

นาบิล – ลั่นพร้อมทั้งกายและใจ ดวล คิกบ็อกซิ่ง ยูกิ ศึก ONE ซามูไร 4

0

การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เตรียมอุบัติขึ้นอีกครั้งบนดินแดนปลาดิบในศึก ONE ซามูไร 4 ซึ่งจะระเบิดความมันชุดใหญ่ ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดสดสู่ผู้ชมใน 195 ประเทศได้ร่วมเชียร์ในวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69 เริ่มแข่งขันเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ล่าสุดได้มีการจัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมช่วงโค้งสุดท้ายของศึก ONE ซามูไร 4 ขึ้นที่ มารุโนะอุจิ บิลดิง ฮอลล์ โดยมีนักกีฬาชื่อดังร่วมตอบคำถามต่อสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่ให้ความสนใจร่วมงานคับคั่ง

ศึกนี้การันตีความมันระดับ 5 ดาวด้วยการนำนักสู้ระดับโลกมาดวลเดือดบนสังเวียนกันถึง 12 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE เป็นเดิมพันถึง 2 เส้น พร้อมด้วยการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) และการขึ้นชกของ 2 นักสู้ไทยขวัญใจมหาชน “นาบิล อานาน” และ “สินสมุทร กลิ่นมี”

โดย บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ ONE ได้เปิดใจถึงความยิ่งใหญ่และเหตุผลที่แฟนมวยไม่ควรพลาดชมรายการนี้ว่า

“พวกเราตื่นเต้นมาก ที่ได้กลับมาจัดรายการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ที่อาริอาเกะ อารีนา อีกครั้ง ส่วนตัวผมรู้สึกตื่นเต้นกับคู่เอกและคู่รองของรายการ แต่คู่อื่นในรายการนี้ก็สุดยอดไม่แพ้กัน นักชกที่เก่งที่สุดของที่สุดบนโลกมารวมตัวกันที่นี่แล้ว นี่คือหนึ่งในการแข่งขันที่น่าทึ่งที่สุด”

“โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี เป็นหนึ่งในแชมป์โลก ONE ที่เก่งที่สุดแบบปอนด์ต่อปอนด์ เขาสามารถสู้ได้ในทุกกติกาและกับทุกคน แต่ไฟต์นี้เขาต้องเจองานหนัก เพราะ ฮิโรกิ อากิโมโตะ เป็นอดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต รวมถึงเป็นรวมถึงแชมป์โลกคาราเต้ด้วย เขาเป็นนักสู้ที่อันตรายมาก นี่คือการโคจรมาพบกันของยอดฝีมือที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น กับ ยอดฝีมือที่เก่งที่สุดของโลก”

“ส่วน นาดากะ เป็นเจ้าของสถิติชนะติดกัน 42 ไฟต์ และไม่แพ้ใครมาเลยตลอด 7 ปี แฟนมวยทั่วโลกต่างยกย่องให้เขาเป็นนักมวยไทยและแชมป์โลกปอนด์ต่อปอนด์ที่เก่งที่สุดในโลก แต่ผู้ท้าชิงอย่าง รีฟดีน มาสดอร์ ก็มีหมัดน็อกที่เด็ดขาดและอันตรายมากครับ”

สำหรับคู่เอก “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ขึ้นรั้งเข็มขัดครั้งที่ 3 พบกับ “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” นักสู้คนดังชาวญี่ปุ่น ที่หวังทวงเข็มขัดกลับคืนมา

โดย “แฮ็กเกอร์ตี” เผยถึงไฟต์สำคัญนี้ “ผมขอขอบคุณที่ให้ผมกลับมาโชว์ฝีมือที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง ไฟต์นี้ผมทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก โค้ชของผมรู้ดีว่าผมจะขึ้นไปโชว์อะไร และมันต้องจบด้วยการน็อกแน่นอน”

“ผมรู้สึกโชคดีที่ได้ชกในศึกใหญ่และทำความฝันให้เป็นจริง ชกครั้งล่าสุดที่ญี่ปุ่น ผมก็ชนะมาแล้ว และวันเสาร์นี้เข็มขัดจะยังอยู่กับผมเหมือนเดิมครับ”

ด้าน “ฮิโรกิ” ขอไว้ลายเจ้าถิ่นสู้เต็มที่เพื่อทวงเข็มขัดที่เคยครอง “ผมได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในศึก ONE ซามูไร 4 และรู้สึกยินดีมากที่ถูกประกบให้มาพบกับ แฮ็กเกอร์ตี ในเมื่อเขาประกาศว่าจะมาน็อกผม ผมก็เตรียมตัวมาอย่างดีเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ป้องกันไม่ให้โดนเขาน็อก แต่เพื่อที่จะน็อกเขาให้ได้ด้วย ผมต้องชนะและนำเข็มขัดเส้นนี้กลับมาเป็นของผมให้ได้ครับ”

นาบิล - ลั่นพร้อมทั้งกายและใจ ดวล คิกบ็อกซิ่ง ยูกิ ศึก ONE ซามูไร 4

ขณะที่ “นาดากะ” ยอดฝีมือขวัญใจเจ้าถิ่น เตรียมป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ครั้งที่ 2 พบกับผู้ท้าชิงฟอร์มแรง “รีฟดีน มาสดอร์” จากมาเลเซีย เจ้าของผลงานชนะ 5 ไฟต์ติดต่อกัน

งานนี้ “นาดากะ” ลั่นพร้อมโชว์ฟอร์มโหดกว่าเดิม “ไฟต์นี้ผมกลับมาชกกติกามวยไทยที่คุ้นเคย ทำให้รู้สึกสนุกกับการซ้อมมาก และมั่นใจว่าสภาพร่างกายตอนนี้ของผมสมบูรณ์พร้อมกว่าไฟต์ที่แล้วเสียอีกครับ”

“ผมคิดว่ารีฟดีนจะขึ้นมาสู้โดยแบกความหวังของคนมาเลเซียไว้ และเขาคงงัดทุกอย่างที่มีมาใช้กับผมแน่นอน แต่ผมอยากให้เขารู้ว่า การจะผ่านผมไปไม่ใช่เรื่องง่ายครับ”

ส่วนฝั่ง “รีฟดีน” ย้ำชัดไม่กลัวศักด์ศรีแชมป์ของอีกฝ่าย “นาดากะ คือหนึ่งในนักชกที่เก่งที่สุดในโลก แต่ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะล้มเขา เขาเองก็เป็นมนุษย์เดินดินคนหนึ่ง วันที่ 17 ต.ค. นี้ ผมจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดให้ทุกคนได้เห็น ผมไม่กลัวใคร อยากให้ทุกคนจำชื่อของผมไว้ รีฟดีน มาสดอร์ คนที่จะเอาชนะ นาดากะ และหยุดสถิติของเขาให้ได้ครับ”

ด้าน “ยูกิ โยซะ” ซูเปอร์สตาร์จอมเตะจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดศึกดวลเดือด “นาบิล อานาน” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวตเชื้อสายไทย-แอลจีเรีย ที่หวังกู้ฟอร์มเก่งกลับคืนมา ในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต

“ยูกิ” เผยเครื่องกำลังร้อนพร้อมล่าชัย “หลังจากแพ้แฮ็กเกอร์ตี เป้าหมายของผมก็เปลี่ยนไป ผมคิดแค่ว่าจะชนะยังไง หรือจะปิดเกมคู่ชกยังไง แต่ไฟต์นี้กับนาบิล ผมอยากชนะให้ได้เท่านั้นครับ”

ขณะที่ “นาบิล” มั่นใจบู๊คิกบ็อกซิงไร้ปัญหา “ตอนนี้สภาพจิตใจพร้อมมาก ผมตั้งตารอที่จะได้กลับมาชกที่ญี่ปุ่น สำหรับ ยูกิ ถือว่าเก่งในทางคิกบ็อกซิงซึ่งเป็นกติกาที่เขาถนัด แต่ผมก็เคยชกคิกบ็อกซิงมาแล้ว ล่าสุดผมชกในรุ่น 70 กก. พบกับ ฮิโรมิ (วาจิมะ) ผลงานถือว่าน่าพอใจ ครั้งนี้ชกที่พิกัด 66 กก. ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ”

ต่อกันที่ “ชินทาโร มัตสึกุระ” นักสู้จอมเก๋าจากญี่ปุ่น ดีกรีแชมป์ K-1 เปิดตัวครั้งแรกใน ONE พบกับ “สินสมุทร กลิ่นมี” กำปั้นสายแข็งจากชลบุรี ที่หวังคว้าชัยกลับมาฝากคนไทยให้ได้ ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)

ฝ่าย “ชินทาโร” ประกาศขอเปิดตัวใน ONE ให้น่าจดจำ “ไฟต์นี้ผมตั้งใจมากครับ เพราะไม่รู้ว่าจะชกต่อไปได้อีกนานแค่ไหน การได้ขึ้นชกใน ONE พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน และยังเป็นเวทีเดียวกับที่ ทาเครุ เคยคว้าแชมป์โลก ONE และประกาศแขวนนวม ยิ่งทำให้ไฟต์นี้มีความหมายกับผมมากครับ”

“ผลงานที่ผ่านมาของผมก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร ผมอยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองอยู่ระดับไหนใน ONE ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”

ทางด้าน “สินสมุทร” ก็ได้ยืนยันชัดเจนพร้อมขึ้นไปวัดเดือดบนเวที “ผมมองว่า ชินทาโร เป็นนักสู้ที่เก่ง แต่ใน ONE ยังพิสูจน์ไม่ได้ ต้องมาวัดกันดูว่าเขาจะเก่งขนาดไหน ซึ่งผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ”

เท่านั้นไม่พอภายในงานยังมีอีกหนึ่งโมเมนต์สุดพิเศษที่ทุกคนต้องห้ามพลาด เมื่อ “ทาเครุ” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล และอดีตแชมป์ K-1 สามรุ่น จะได้รับการประกาศชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของ ONE อย่างเป็นทางการ เสริมทัพด้วยคู่มวยสุดเดือดอีกคับคั่ง โดยทั้งหมดพร้อมบู๊อย่างสุดกำลัง เพื่อมอบความสุขให้ผู้ชมตลอดทั้งรายการ

กกท. – จัดศึกมวยไทย รากหญ้าสู่สากล รอบชิงฯ มุ่งผลักดันมวยไทยสู่สากล

0

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันมวยไทย รายการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” Authentic Muaythai ประจำปีงบประมาณ 2569 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ โดยมี นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, น.ส.ศมจรส มิ่งคำเลิศ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายส่งเสริมกีฬา, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กกท., ผู้ฝึกสอน, หัวหน้าค่ายมวย และนักกีฬา เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ที่เวทีมวยชั่วคราว ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี

การแข่งขันในครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประดิษฐานบนถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่ผู้จัดงาน นักกีฬา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสืบสานมวยไทยซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

กกท. - จัดศึกมวยไทย รากหญ้าสู่สากล รอบชิงฯ มุ่งผลักดันมวยไทยสู่สากล

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้และภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมกีฬาสำคัญที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน รวมถึงบุคลากรในวงการ พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักมวยไทยรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ จากเวทีระดับชุมชนและท้องถิ่นสู่การยกระดับสู่เวทีระดับประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างระบบนิเวศกีฬามวยไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ ขอขอบคุณ กกท., กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และ จ.อุดรธานี ในฐานะเจ้าภาพที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน รวมถึงขอชื่นชมผู้ฝึกสอน หัวหน้าค่ายมวย โปรโมเตอร์ และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งเสริมนักกีฬาอย่างเต็มกำลัง

สำหรับการแข่งขันรายการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ใช้ระบบแพ้คัดออกจาก 4 โซนภูมิภาค ชิงชัยใน 6 รุ่น (ชาย 5 รุ่น และหญิง 1 รุ่น) เพื่อเปิดโอกาสให้นักมวยระดับรากหญ้าได้พัฒนาฝีมือเพื่อต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนาฏยุทธมวยไทย พร้อมขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตรพระราชทานอย่างสมเกียรติ เพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยให้อยู่คู่สังคมไทยอีกด้วย

บทความยอดฮิต

สองผู้ท้าชิงเผชิญหน้า! สินสมุทร ได้ฤกษ์บู๊เดือด ดีมิทรี ศึก ONE Fight Night 22

สองอดีตผู้ท้าชิงบัลลังก์ “อควาแมนแดนสยาม” สินสมุทร กลิ่นมี ยอดฝีมือขวัญใจชาวไทย วัย 28 ปี และ “ดีมิทรี เมนชิคอฟ” นักสู้กำปั้นระเบิด วัย 26 ปี จากรัสเซีย มีคิวเผชิญหน้ากันเพื่อแย่งชิงโอกาสขึ้นสู่การชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.) อีกครั้ง ในศึก...