สินสมุทร – เล็งสยบเก๋า ชินทาโร มัตสึกุระ คว้าชัยแรกกติกาคิกบ็อกซิง ศึก ONE ซามูไร 4

0

สินสมุทร กลิ่นมี กำปั้นอารมณ์ดี วัย 30 ปี จากชลบุรี มั่นใจอาวุธหมัดและสเตปขาที่ติวเข้มมาเต็มที่ จะช่วยดับความอันตรายของ ชินทาโร มัตสึกุระ นักสู้เจ้าถิ่น วัย 34 ปี พร้อมประเดิมคว้าชัยในกติกาคิกบ็อกซิงได้สำเร็จ โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)ในศึก ONE ซามูไร 4 ที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. นี้ ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สินสมุทร ผ่านการชกใน ONE มาแล้วถึง 11 ไฟต์ และเคยได้รับโอกาสขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต ถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถทำไม่สำเร็จ โดยผลงานล่าสุดแพ้คะแนนเอกฉันท์ “จอร์จ จาร์วิส” จากสหราชอาณาจักรในศึก ONE Fight Night 41: สินสมุทร vs จอร์จ เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

กลับมาครั้งนี้ สินสมุทร ที่สะดุดแพ้มาแล้ว 2 ไฟต์ติด ขอสลับมาปั้นฟอร์มเก่งในกติกาคิกบ็อกซิงอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยเปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับ นิกี โฮลสเกน จากเนเธอร์แลนด์ในศึก ONE ลุมพินี 100 เมื่อเดือน มี.ค. 68 ซึ่งเกมในวันนั้น แม้เจ้าตัวจะเรียกนับได้ก่อน แต่กลับพลาดท่าโดนหมัดของคู่ชกเข้าเต็มกรามแพ้น็อกไปแบบสุดช็อก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับความผิดพลาดในครั้งนั้น และมั่นใจว่าไฟต์นี้ต้องดีกว่าเดิม

“ไฟต์แรกในกติกาคิกบ็อกซิงผมยังไม่ได้โชว์อะไรมาก เพราะพลาดโดนน็อกตั้งแต่ยกแรก และตอนนั้นผมชก 79 กก. ด้วย ซึ่งไม่ใช่พิกัดที่ผมถนัด เลยดูอืดไปหน่อย แต่ไฟต์นี้ลดลงมาชก 77 กก. น้ำหนักตัวเข้าที่แล้ว คิดว่าจะเคลื่อนไหวได้พลิ้วและเร็วกว่าเดิมแน่นอนครับ”

การข้ามสายมาชิงชัยครั้งนี้ สินสมุทร ต้องเผชิญหน้ากับ ชินทาโร ตัวแทนจากค่ายดังบาชิเลอุสึยิม (Vasileus) ที่เคยร่วมฝึกซ้อมและทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้สองซูเปอร์สตาร์อย่าง ทาเครุ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล และ มาซาอากิ โนอิริ อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล

โดย ชินทาโร พกดีกรีแชมป์คิกบ็อกซิงหลายสถาบัน รวมถึงแชมป์ K-1 รุ่นมิดเดิลเวต มาเปิดตัวบนสังเวียน ONE อย่างไรก็ตาม สินสมุทร ไม่แสดงอาการหวั่นใจให้เห็นแม้แต่น้อย หลังจากที่ศึกษาคู่ชกมาเป็นอย่างดี และมั่นใจว่าประสบการณ์ที่โชกโชนบนเวที ONE จะเป็นแต้มต่อของตัวเองในไฟต์นี้

“ผมเคยเห็นเขามาทำหน้าที่พี่เลี้ยงอยู่บ้าง และไม่ได้แปลกใจอะไรที่เขากลับมาชก เพราะบรรยากาศในสนาม เป็นแรงกระตุ้นให้นักมวยทุกคนอยากขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้ว”

สินสมุทร - เล็งสยบเก๋า ชินทาโร มัตสึกุระ คว้าชัยแรกกติกาคิกบ็อกซิง ศึก ONE ซามูไร 4

“จากที่ผมศึกษาเรื่องสไตล์การชกของเขามา เห็นว่าเขาเป็นมวยรุ่นใหญ่ที่มีหมัดหนัก และมีลูกเตะที่อันตราย ทั้งคาล์ฟคิก เตะจิก เตะเจาะยาง รวมถึงอาวุธแปลก ๆ ที่ต้องคอยระวังให้ดี แต่ถ้าวัดกันที่สภาพร่างกาย ผมหนุ่มกว่า ความฟิตพร้อมกว่า และที่สำคัญคือผ่านสังเวียน ONE มาหลายไฟต์ ชินกับบรรยากาศและความกดดันบนเวทีใหญ่ ผมคิดว่าผมเหนือกว่าเขาตรงนี้ครับ”

เพื่อกู้ศรัทธาและคว้าชัยครั้งแรกในกติกานี้ให้ได้ สินสมุทร จึงได้รับการติวเข้มแบบจัดเต็มจากสองโค้ชฝีมือดีอย่าง เมห์ดี ซาทูต และ โค้ชคริส ฟอร์สเตอร์เทรนเนอร์มือเอกของค่าย ที่เข้ามาช่วยปรับแต่งการเคลื่อนไหวและเพิ่มความหลากหลายของอาวุธหมัดเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังลั่นวาจาไร้ความกดดัน แม้ต้องบุกไปสู้ถึงแดนปลาดิบ

“ไฟต์นี้มีโค้ชหลายคนเข้ามาช่วยซ้อมให้ ทั้ง เมห์ดี พี่คริส และเทรนเนอร์คนอื่นในค่าย โดยเน้นติวเรื่องสเตปขาและการออกหมัดเพิ่มให้เป็นพิเศษ”

“ส่วนเรื่องต้องไปชกต่างแดน ผมไม่ได้รู้สึกกดดัน เทรนเนอร์สอนผมเสมอว่า พอก้าวขึ้นเวทีแล้ว เวทีนั้นก็คือบ้านของเรา เพราะบนนั้นมีแค่เราสองคน คือผมกับคู่ชก บรรยากาศรอบข้างไม่มีผลหรอกครับ จะไปชกบ้านใครก็ไม่เกี่ยว ผมพร้อมใส่เต็มที่แน่นอน”

การข้ามน้ำข้ามทะเลมาชกที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ คือโอกาสทองในการกู้ฟอร์มเก่งของ สินสมุทร อีกทั้งยังได้ร่วมเดินทางมาลุ้นชัยชนะเคียงข้างสองเพื่อนรักร่วมค่ายแห่งแก๊ง “สุกี้หม้อรวม” อย่าง นาบิล อานาน และ โมฮัมหมัด เซียซารานี ซึ่งเปรียบเหมือนแรงผลักดันให้เจ้าตัวมุ่งมั่นคว้าชัยชนะ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนไม่ใช่ทางผ่านของใครทั้งนั้น

“ก่อนหน้านี้ผมเคยบินมาเชียร์เพื่อน ๆ ที่ญี่ปุ่น บรรยากาศในสนามมันดีและยิ่งใหญ่มาก พอมาถึงคิวของตัวเองจริง ๆ ก็ดีใจที่จะได้ขึ้นไปโชว์ฝีมือบ้าง เพราะเราเคยมาซึมซับบรรยากาศที่นี่แล้ว ยิ่งได้มาต่อยพร้อมกับ นาบิล และ โมฮัมหมัด ยกแก๊งแบบนี้ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ถ้าไฟต์นี้เราพากันชนะยกทีมขึ้นมาจริง ๆ เตรียมฉลองกันยกใหญ่แน่นอน”

“กลับมาครั้งนี้ผมพร้อมทำหน้าที่ให้เต็มที่ที่สุด อยากคว้าชัยชนะในกติกาคิกบ็อกซิงให้ได้เป็นครั้งแรก ไฟต์นี้ไม่อยากพักผ่อนอย่างสงบอีกแล้ว อยากเดินลุยให้สุด ถ้าผมน็อกเขาไม่ได้ เขาก็ไม่มีทางน็อกผมได้เหมือนกัน ต่างคนต่างพร้อมแลกแน่นอนครับ”

“ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังส่งกำลังใจและอยากเห็นผมกลับมาสู้อีกครั้ง ผมสู้สุดใจแน่นอน เข้าใจดีว่านี่คือเกมกีฬา มีแพ้มีชนะ แต่รอบนี้ขอกลับมาชนะบ้างเถอะครับ (หัวเราะ) ฝากทุกคนช่วยเชียร์ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเอาชัยชนะมาฝาก แล้วไปฉลองกินสุกี้หม้อรวม เอาให้สะเทือนญี่ปุ่นไปเลยครับ”

ปตท. – นัดคิวใหม่วัดแกร่ง ฮัมซา ราชิด ศึก The Inner Circle 38

0

ONE เปิดโปรแกรมมันเพิ่มเติมในรายการ The Inner Circle 38 โดยจัดให้ “ปตท. อภิชาติฟาร์ม” จอมแกร่ง วัย 29 ปี เจอกับ “ฮัมซา ราชิด” นักสู้ฟอร์มสด วัย 27 ปี จากโมร็อกโก หลังเคยคลาดดวลกันมาแล้วถึงสองรอบ โดยจะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

เดิมที “ปตท.” และ “ฮัมซา” เคยถูกวางตัวให้เจอกันมาแล้วสองครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นในรายการ The Inner Circle 30 เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ “ปตท.” เกิดอาการป่วยกะทันหัน ส่งผลให้การแข่งขันต้องถูกยกเลิกไป ก่อนได้ฤกษ์ให้กลับมาเจอกันอีกครั้งในศึกนี้

ทุกครั้งที่ยืนอยู่บนสังเวียน “ปตท.” สร้างความประทับใจให้กับแฟนมวยได้เสมอ โดยเก็บชัยชนะ 3 ครั้งจากการขึ้นชก 5 ไฟต์ พร้อมรับโบนัส 350,000 บาทกลับบ้านได้หนึ่งครั้ง ซึ่งหนึ่งในไฟต์ที่ทุกคนจำกันได้ดีคือการที่เจ้าตัวเปิดเกมบู๊แลกกับ “ราชสีห์อีสาน เหล่าโชคเจริญ” ได้อย่างสุดมัน ก่อนเอาชนะด้วยคะแนนเสียงข้างมากในศึก ONE ลุมพินี 137 เมื่อเดือน ธ.ค. 68

อย่างไรก็ตาม ไฟต์ล่าสุด “ปตท.” ต้องพลาดเก็บชัยชนะต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 4 อย่างน่าเสียดาย หลังพ่ายทีเคโอยก 2 ให้กับ “จูลิโอ โลโบ” จอมแกร่งจากบราซิลในรายการ The Inner Circle 20 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ครั้งนี้ “ปตท.” ที่หายป่วยกลับมาฟิตเต็มถัง ขอกู้ฟอร์มเก่งดับห้าว “ฮัมซา” เพื่อเรียกคืนความมั่นใจ และเปิดทางกลับไปลุ้นล่าสัญญา ONE อีกครั้ง

ปตท. - นัดคิวใหม่วัดแกร่ง ฮัมซา ราชิด ศึก The Inner Circle 38

ทางฝั่ง “ฮัมซา” สร้างชื่อใน ONE ได้อย่างรวดเร็ว สมราคานักสู้ดีกรีแชมป์โลกสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) โดยเก็บชัยชนะแบบไม่ครบยกได้ 2 ไฟต์รวด ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 140 เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าตัวโชว์เปิดเกมบุกดุดันเอาชนะทีเคโอยก 3 “แอนตาร์ คาเซม” ตัวแทนฝรั่งเศส-เบลารุส ได้อย่างสวยงาม

ผลงานยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้ชื่อของ “ฮัมซา” ตกเป็นเป้าสนใจของแฟนมวยทันที พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นตัวตึงของรุ่นแบนตัมเวต ที่ใครก็ไม่สามารถมองข้ามได้ โอกาสนี้ “ฮัมซา” ตั้งใจอย่างมากที่จะสานต่อฟอร์มเก่งยืดสถิติไร้พ่ายใน ONE เป็นไฟต์ที่ 3 ด้วยการดับแกร่งดาวดังเจ้าถิ่น “ปตท.” เพื่อกรุยทางก้าวขึ้นสู่ระดับโลกให้ได้

หลังเฝ้ารอโอกาสได้วัดฝีมือกันมานาน ตอนนี้ “ปตท.” และ “ฮัมซา” พร้อมแล้วที่จะขึ้นสังเวียนไปพิสูจน์กันให้ชัดเจนว่าใครกันแน่ที่เหนือกว่ากัน งานนี้ “ปตท.” จะกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ หรือ “ฮัมซา” จะรักษาสถิติไร้พ่ายใน ONE ต่อไป แฟนมวยต้องจับตารอลุ้นให้ดี!

ติดตาม “ปตท. vs ฮัมซา” วันศุกร์ที่ 13 พ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 38 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

นาบิล – ควง สินสมุทร บุก ญี่ปุ่น ลุยล่าชัยศึก ONE ซามูไร 4

0

เปิดโปรแกรมเต็มทั้งหมด 12 คู่ในศึก ONE ซามูไร 4 ที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. นี้ ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยชูโรงด้วยไฟต์ชิงแชมป์โลก ONE 2 คู่ ร่วมด้วยการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-115 ป.) และการบุกไปล่าชัยของ 2 นักชกไทย นาบิล อานาน และสินสมุทร กลิ่นมี

คู่เอกนำรายการ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ขึ้นสังเวียนรั้งบัลลังก์ครั้งที่ 3 จาก ฮิโรกิ อากิโมโตะ อดีตราชันของรุ่นนี้ชาวญี่ปุ่น ที่พร้อมสู้สุดหัวใจเพื่อกระชากเข็มขัดกลับมาครองอีกครั้ง

ขณะที่ นาดากะ แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ขวัญใจเจ้าถิ่น เตรียมป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 จากผู้ท้าชิงฟอร์มสด รีฟดีน มาสดอร์ วัยรุ่นไฟแรงชาวมาเลเซียที่เพิ่งพิชิตสัญญา ONE จากรายการ The Inner Circle 19 มาครองเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ร่วมด้วยการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต โดยสาย A มารัต กริกอเรียน จอมดุจากอาร์เมเนีย ปะทะ หลัว เชา จากจีน และสาย B มาซาอากิ โนอิริ อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล พบ โมฮัมหมัด เซียซารานี จอมแสบจากอิหร่าน

อีก 2 คู่ไฮไลต์ที่แฟนมวยชาวไทยห้ามพลาด เริ่มจาก นาบิล อานาน อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เชื้อสายไทย-แอลจีเรีย พบ ยูกิ โยซะ จอมสับขาในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต และ สินสมุทร กลิ่นมี มวยแกร่งจากชลบุรี ดวล ชินทาโร มัตสึกุระ จอมเก๋าชาวญี่ปุ่นในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)

นอกเหนือจากความมันบนสังเวียน แฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกยังจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานในอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ เมื่อ ทาเครุ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล และอดีตแชมป์ K-1 สามรุ่น จะได้รับการประกาศชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของ ONE อย่างเป็นทางการ

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE ซามูไร 4 มีดังนี้

• คู่เอก โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี vs ฮิโรกิ อากิโมโตะ (ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

• นาดากะ vs รีฟดีน มาสดอร์ (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

นาบิล - ควง สินสมุทร บุก ญี่ปุ่น ลุยล่าชัยศึก ONE ซามูไร 4

• มาซาอากิ โนอิริ vs โมฮัมหมัด เซียซารานี (ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป. รอบรองชนะเลิศ)

• มารัต กริกอเรียน vs หลัว เชา (ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป. รอบรองชนะเลิศ)

• ยูกิ โยซะ vs นาบิล อานาน (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

• รูคิยะ อันโปะ vs บ็อกดัน ชูมารอฟ (คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

• อิตซูกิ ฮิราตะ vs จีฮิน รัดซวน (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

• ชินทาโร มัตสึกุระ vs สินสมุทร กลิ่นมี (คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

• โชโสะ อิโซจิมะ vs โคตะ อาเบะ (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

• โทกิ ทามารุ vs โชมะ โอกุมุระ (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

• ยู ทาเคอูชิ vs เรียวโตะ นิชิยามะ (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

• โยชินาริ ฟูกูชิมะ vs มาซากิ ทาเคอูระ (ปล้ำจับล็อก รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

รุสตัม – กด 2 นับชนะแต้ม สุริยันต์เล็ก ยืดไร้พ่าย 9 ไฟต์ ศึก The Inner Circle 34

0

การแข่งขันทั้งสองอีเวนต์จบลงอย่างสวยงามในรายการ The Inner Circle 34 และ ONE ลุมพินี 174 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 69 โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

คู่เอก The Inner Circle 34 “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” กำปั้นสายแข็งจากมหาสารคาม กลับมาทวงฟอร์มเก่ง พบกับ “รุสตัม ยูนูซอฟ” นักสู้ฟอร์มฮอตจากรัสเซีย ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) หลังเสียงระฆังยกแรกดัง “สุริยันต์เล็ก” เปิดเกมลุยทันที แต่ “รุสตัม” อาศัยชั้นเชิงโต้กลับเข้าเป้าอย่างจะแจ้ง ก่อนปลายยก 2 จะกดหมัดซ้ายเข้าลำตัวเรียกนับได้สำเร็จ เข้าสู่ยก 3 “สุริยันต์เล็ก” ฮึดสู้เต็มกำลัง แต่ยังถูก “รุสตัม” รัวอาวุธชุดใหญ่เรียกนับเพิ่มอีกครั้ง จบเกม “รุสตัม” คว้าชัยด้วยคะแนนเอกฉันท์ เก็บชัย 9 ไฟต์รวดในรายการนี้ แต่ยังต้องรอลุ้นคว้าสัญญา ONE ต่อไป

คู่รอง “ไทสัน แฮร์ริสัน” นักชกแกร่งจากออสเตรเลีย สลัดอาการเจ็บหวนคืนสังเวียนในรอบปี ปะทะ “ลีนุส บีลันเดอร์” กำปั้นสายลุยจากสวีเดน ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ตลอด 3 ยก “ไทสัน” และ “ลีนุส” เปิดเกมแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดตามสไตล์สายบู๊ ก่อนที่ช่วงท้าย “ไทสัน” จะเร่งเครื่องบุกเต็มกำลัง แต่กลับถูก “ลีนุส” ใช้ความครบเครื่องโต้กลับเข้าเป้า สุดท้ายจบเกมกรรมการเห็นพ้องให้ “ลีนุส” ชนะคะแนนเอกฉันท์ หวนคืนสู่เส้นทางแห่งชัยชนะสำเร็จ

อีกคู่ที่แฟนมวยให้ความสนใจ “ก้องศึก ศิษย์สารวัตรเสือ” มวยฝีมือดีจากนครราชสีมา กลับมาสานต่อฟอร์มร้อน ปะทะ “รุสลัน ตุกตารอฟ” คู่ชกหมัดดุจากรัสเซีย ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เปิดฉากยกแรก “ก้องศึก” เดินหน้าสาดแข้งดุดันจน “รุสลัน” ตั้งเกมไม่ติด แทบไม่มีโอกาสออกอาวุธถนัด ช่วงที่เหลือ “ก้องศึก” ยิ่งชกยิ่งมั่นใจ เดินบี้เข้าใส่ ขณะที่ “รุสลัน” อาศัยลูกหนักตอบโต้เป็นระยะ สุดท้ายครบ 3 ยก “ก้องศึก” เบียดชนะด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ คว้าชัยชนะ 4 ไฟต์ติดต่อกันบนเวทีนี้

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 34

คู่เอก รุสตัม ยูนูซอฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

คู่รอง ลีนุส บีลันเดอร์ (สวีเดน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ไทสัน แฮร์ริสัน (ออสเตรเลีย) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ก้องศึก ศิษย์สารวัตรเสือ ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ รุสลัน ตุกตารอฟ (รัสเซีย) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ยอดเทวินทร์ เสี่ยอาร์มเกราะเพชรฟาร์ม ชนะน็อก อาร์มาน โมราดี (อิหร่าน) นาทีที่ 1:29 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

อรรถชัย กีล่าสปอร์ต ชนะคะแนนเอกฉันท์ โคจิโร ชิบะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

รุสตัม - กด 2 นับชนะแต้ม สุริยันต์เล็ก ยืดไร้พ่าย 9 ไฟต์ ศึก The Inner Circle 34

ต่อกันที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 174 ก็ดุเดือดไม่น้อยหน้ากัน โดย “เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม” มวยแข้งดุจากขอนแก่น ดวลกับ “มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร” จอมเก๋าจากร้อยเอ็ด ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ไฟต์นี้ “เด็ดดวงเล็ก” ออกมาสู้ด้วยความมั่นใจ โดยไม่หวั่นกระดูกมวยรุ่นใหญ่ เข้าสู่ยก 2 “เด็ดดวงเล็ก” ใช้ประโยชน์จากความสดของร่างกายและรูปร่างสูงยาว เดินหน้ารัวอาวุธชุดใหญ่จนชนะน็อก “มงคลเดชเล็ก” ได้สำเร็จ นับเป็นการปิดเกมแบบไม่ครบยกครั้งแรกใน ONE จากการขึ้นชก 16 ไฟต์ พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทได้เป็นครั้งแรกด้วย

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 174

คู่เอก เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม ชนะน็อก มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร นาทีที่ 1:26 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

คู่รอง ขุนเดช พีเค.แสนชัย ชนะคะแนนเสียงข้างมาก คิวทอง ทีเคดี.มวยไทย (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

เพชร ศิษย์ฉลองศักดิ์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ สิงหราช ศิษย์ขุนทัพ (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

เพชรมณี พีเค.เสี่ยแม็ก เอ็มพี.เซอร์วิส ชนะทีเคโอ ดีแม็กซ์ ครูติ๊กเอ็มเอสสปอร์ตไทยแลนด์ นาทีที่ 2:41 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เพชรอุบล ส.เทียนชัย ชนะทีเคโอ สุดแสบ ศ.ศศิวัฒน์ นาทีที่ 1:52 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ฟีเลโมน บิทรุส เจบ (ไนจีเรีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ บัต-อิรีตุย กันบาทาร์ (มองโกเลีย) (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ชบาแก้ว ส.แก่นจันทร์ชัย ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยานา ยิป (ฮ่องกง) (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

นาโอกิ โมริตะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ โอมาร์ เอล โมราเบ็ต (สเปน) (คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

จบการแข่งขันทั้งสองอีเวนต์ในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีนักสู้ 4 ราย ทำผลงานปิดเกมเข้าตา บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จึงสั่งมอบเงินรางวัลโบนัสพิเศษให้ ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ “ยอดเทวินทร์ เสี่ยอาร์มเกราะเพชรฟาร์ม” ในรายการ The Inner Circle 34 และ “เพชรอุบล ส.เทียนชัย”, “เพชรมณี พีเค.เสี่ยแม็ก เอ็มพี.เซอร์วิส” และ “เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม” ในการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 174 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,400,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนบาท)

มงคลเดชเล็ก – เตรียมดวล เด็ดดวงเล็ก หวังเผด็จศึกเพื่อคว้าสัญญา ONE

0

มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร มวยประสบการณ์แน่น วัย 31 ปี จากร้อยเอ็ด ตั้งเป้าใช้ความหนักของอาวุธหยุดรุ่นน้องแข้งโหด เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม วัย 23 ปี จากขอนแก่น เพื่อล่าชัย 4 ไฟต์รวด โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก ONE ลุมพินี 174 วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. นี้ พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

หลังห่างหายจากสังเวียน ONE ไปนานถึง 4 ปี มงคลเดชเล็ก กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งกวาดชัย 3 ไฟต์รวด โดยล่าสุดประเคนหมัดจน ยาสซีร์ ราสซาฟี จากโมร็อกโกโดนนับในยกสุดท้าย ก่อนเอาชนะคะแนนเสียงข้างมากในศึก The Inner Circle 29 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แม้พอใจกับผลงาน แต่เจ้าตัวมองว่าต้องฟิตซ้อมให้หนักกว่าเดิม เพื่อยกระดับผลงานในไฟต์ต่อไป

“หลังจากกลับมาชกใน ONE ผมชนะมา 3 ไฟต์รวด รู้สึกพอใจในผลงานตัวเองระดับหนึ่ง เพราะไม่คิดว่าจะเอาชนะต่อเนื่องได้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าบรรยากาศการแข่งขันในรายการเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นทำให้ผมอยากทำผลงานให้ดี และผมก็พยายามเร่งทำร่างกายให้สมบูรณ์กว่าเดิม ไฟต์นี้น่าจะเต็มร้อยแน่นอนครับ”

หากย้อนดูผลงานบนเวที ONE ตลอด 8 ไฟต์นับตั้งแต่เข้าร่วมรายการเมื่อปี 2562 “มงคลเดชเล็ก” คว้าชัยได้ถึง 7 ครั้ง โดยล้วนเป็นการปราบคู่ชกต่างชาติทั้งสิ้น การเจอกับ เด็ดดวงเล็ก ในไฟต์นี้จึงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ดวลฝีมือกับเพื่อนร่วมชาติ

สำหรับ เด็ดดวงเล็ก มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Road To ONE Thailand ซีซันแรก และเป็นเจ้าของฉายา “แข้ง 5G” จากอาวุธเตะสุดอันตราย และกำลังกระหายชัยชนะสุดขีด หลังสะดุดพ่ายมาในไฟต์ล่าสุด ซึ่งนั่นทำให้ “มงคลเดชเล็ก” ต้องเตรียมตัวในไฟต์นี้อย่างเต็มที่ โดยเน้นเสริมความแข็งแกร่งและอาวุธหนักมาเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องการฝากความหวังไว้กับการตัดสินด้วยใบคะแนน

“ที่ผ่านมาผมเคยเจอแต่กับคู่ชกต่างชาติ ไฟต์นี้มาเจอนักชกไทยครั้งแรกก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน ซึ่ง เด็ดดวงเล็ก ถือว่าเป็นมวยฝีมือที่เก่งและมีประสบการณ์ แต่ไม่มีปัญหา ไม่ว่ามาสไตล์ไหน ผมรับมือได้หมด”

มงคลเดชเล็ก - เตรียมดวล เด็ดดวงเล็ก หวังเผด็จศึกเพื่อคว้าสัญญา ONE

“จุดแข็งของเขาคือ เตะขวาและออกหมัดขวาได้รวดเร็ว แต่จุดอ่อนอยู่ตรงท้องที่โดนอาวุธหนักไม่ได้ ไฟต์นี้ผมทำร่างกายมาเต็มร้อย และยังเน้นการฝึกหมัดและศอกมาด้วย เป้าหมายของผมคือปิดเกมให้ได้ เพราะถ้าปล่อยให้ครบยก ชนะเขายากครับ”

ก่อนหน้านี้ “มงคลเดชเล็ก” เคยพิสูจน์ฝีมือบนเวที ONE ด้วยการดวลกับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ยอดนักชกที่ปัจจุบันครองบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต ในศึก BAD BLOOD เมื่อปี 2565 และสามารถสู้กันได้อย่างสูสี ซึ่งจากผลงานในวันนั้น ทำให้เจ้าตัวเชื่อมั่นว่าตัวเองมีศักยภาพพอจะหวนไปยืนบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง โดยตั้งเป้าขอเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่องให้ได้ เพื่อลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครองให้สำเร็จ

“ครั้งหนึ่งผมเคยชกกับ แฮกเกอร์ตี ถือเป็นอีกไฟต์ที่ประทับใจ เพราะรูปเกมสูสีมาก เราชิงดำกันในยกที่สาม แต่ผมเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป ทำให้รู้สึกเสียดายมาก ผมมองว่าวันนั้นเราพลาดเรื่องพละกำลัง แต่ไม่แพ้เรื่องประสบการณ์”

“การกลับมา ONE รอบนี้รู้สึกว่าทุกอย่างยากขึ้น เพราะมีนักมวยเก่ง ๆ เข้ามาเยอะ ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากได้ชัยชนะ และพร้อมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งครับ”

“ผมรู้ว่ามีกระแสจากแฟนมวยบางกลุ่มที่มองว่าผมยังไม่มีใจปิดเกมมากพอ และยังขาดลูกนับลูกน็อก ไฟต์นี้ผมจึงตั้งใจจะปิดเกม เด็ดดวงเล็ก ให้ได้ จะพยายามทำให้ดีที่สุด”

“เป้าหมายของผมในการกลับมาครั้งนี้คือสัญญา ONE และโอกาสกลับไปยืนบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง ชัยชนะในไฟต์นี้จึงสำคัญมากสำหรับผม เพราะถ้าชนะเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน ก็จะเพิ่มโอกาสคว้าสัญญา ONE ครับ”

มงคลเดชเล็ก – เตรียมดวล เด็ดดวงเล็ก หวังเผด็จศึกเพื่อคว้าสัญญา ONE

0

มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร มวยประสบการณ์แน่น วัย 31 ปี จากร้อยเอ็ด ตั้งเป้าใช้ความหนักของอาวุธหยุดรุ่นน้องแข้งโหด เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม วัย 23 ปี จากขอนแก่น เพื่อล่าชัย 4 ไฟต์รวด โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก ONE ลุมพินี 174 วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. นี้ พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

หลังห่างหายจากสังเวียน ONE ไปนานถึง 4 ปี มงคลเดชเล็ก กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งกวาดชัย 3 ไฟต์รวด โดยล่าสุดประเคนหมัดจน ยาสซีร์ ราสซาฟี จากโมร็อกโกโดนนับในยกสุดท้าย ก่อนเอาชนะคะแนนเสียงข้างมากในศึก The Inner Circle 29 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แม้พอใจกับผลงาน แต่เจ้าตัวมองว่าต้องฟิตซ้อมให้หนักกว่าเดิม เพื่อยกระดับผลงานในไฟต์ต่อไป

“หลังจากกลับมาชกใน ONE ผมชนะมา 3 ไฟต์รวด รู้สึกพอใจในผลงานตัวเองระดับหนึ่ง เพราะไม่คิดว่าจะเอาชนะต่อเนื่องได้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าบรรยากาศการแข่งขันในรายการเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นทำให้ผมอยากทำผลงานให้ดี และผมก็พยายามเร่งทำร่างกายให้สมบูรณ์กว่าเดิม ไฟต์นี้น่าจะเต็มร้อยแน่นอนครับ”

หากย้อนดูผลงานบนเวที ONE ตลอด 8 ไฟต์นับตั้งแต่เข้าร่วมรายการเมื่อปี 2562 “มงคลเดชเล็ก” คว้าชัยได้ถึง 7 ครั้ง โดยล้วนเป็นการปราบคู่ชกต่างชาติทั้งสิ้น การเจอกับ เด็ดดวงเล็ก ในไฟต์นี้จึงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ดวลฝีมือกับเพื่อนร่วมชาติ

สำหรับ เด็ดดวงเล็ก มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Road To ONE Thailand ซีซันแรก และเป็นเจ้าของฉายา “แข้ง 5G” จากอาวุธเตะสุดอันตราย และกำลังกระหายชัยชนะสุดขีด หลังสะดุดพ่ายมาในไฟต์ล่าสุด ซึ่งนั่นทำให้ “มงคลเดชเล็ก” ต้องเตรียมตัวในไฟต์นี้อย่างเต็มที่ โดยเน้นเสริมความแข็งแกร่งและอาวุธหนักมาเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องการฝากความหวังไว้กับการตัดสินด้วยใบคะแนน

“ที่ผ่านมาผมเคยเจอแต่กับคู่ชกต่างชาติ ไฟต์นี้มาเจอนักชกไทยครั้งแรกก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน ซึ่ง เด็ดดวงเล็ก ถือว่าเป็นมวยฝีมือที่เก่งและมีประสบการณ์ แต่ไม่มีปัญหา ไม่ว่ามาสไตล์ไหน ผมรับมือได้หมด”

มงคลเดชเล็ก - เตรียมดวล เด็ดดวงเล็ก หวังเผด็จศึกเพื่อคว้าสัญญา ONE

“จุดแข็งของเขาคือ เตะขวาและออกหมัดขวาได้รวดเร็ว แต่จุดอ่อนอยู่ตรงท้องที่โดนอาวุธหนักไม่ได้ ไฟต์นี้ผมทำร่างกายมาเต็มร้อย และยังเน้นการฝึกหมัดและศอกมาด้วย เป้าหมายของผมคือปิดเกมให้ได้ เพราะถ้าปล่อยให้ครบยก ชนะเขายากครับ”

ก่อนหน้านี้ “มงคลเดชเล็ก” เคยพิสูจน์ฝีมือบนเวที ONE ด้วยการดวลกับ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ยอดนักชกที่ปัจจุบันครองบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต ในศึก BAD BLOOD เมื่อปี 2565 และสามารถสู้กันได้อย่างสูสี ซึ่งจากผลงานในวันนั้น ทำให้เจ้าตัวเชื่อมั่นว่าตัวเองมีศักยภาพพอจะหวนไปยืนบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง โดยตั้งเป้าขอเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่องให้ได้ เพื่อลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครองให้สำเร็จ

“ครั้งหนึ่งผมเคยชกกับ แฮกเกอร์ตี ถือเป็นอีกไฟต์ที่ประทับใจ เพราะรูปเกมสูสีมาก เราชิงดำกันในยกที่สาม แต่ผมเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป ทำให้รู้สึกเสียดายมาก ผมมองว่าวันนั้นเราพลาดเรื่องพละกำลัง แต่ไม่แพ้เรื่องประสบการณ์”

“การกลับมา ONE รอบนี้รู้สึกว่าทุกอย่างยากขึ้น เพราะมีนักมวยเก่ง ๆ เข้ามาเยอะ ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากได้ชัยชนะ และพร้อมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งครับ”

“ผมรู้ว่ามีกระแสจากแฟนมวยบางกลุ่มที่มองว่าผมยังไม่มีใจปิดเกมมากพอ และยังขาดลูกนับลูกน็อก ไฟต์นี้ผมจึงตั้งใจจะปิดเกม เด็ดดวงเล็ก ให้ได้ จะพยายามทำให้ดีที่สุด”

“เป้าหมายของผมในการกลับมาครั้งนี้คือสัญญา ONE และโอกาสกลับไปยืนบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง ชัยชนะในไฟต์นี้จึงสำคัญมากสำหรับผม เพราะถ้าชนะเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน ก็จะเพิ่มโอกาสคว้าสัญญา ONE ครับ”

นาบิล – ลั่นไม่อยากแพ้เป็นไฟต์ที่ 3 ติดต่อกัน หวังคว้าชัยกลับไทย

0

นาบิล อานาน อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต วัย 22 ปี เชื้อสายไทย-แอลจีเรีย โชว์ความพร้อมเต็มร้อยก่อนไปเยือน ยูกิ โยซะ ซูเปอร์สตาร์จอมเตะ วัย 28 ปี ถึงแดนปลาดิบ โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต ในศึก ONE ซามูไร 4 วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

นาบิล มุ่งมั่นออกล่าชัยหลังพ่าย 2 ไฟต์ต่อเนื่องในปีนี้ โดยครั้งนี้ต้องบินไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเพื่อดวลกับ ยูกิ คู่ชกดีกรีแชมป์ K-1 และอดีตผู้ท้าชิงเข็มขัดคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต ที่เพิ่งเก็บแต้มชัยมาได้ในไฟต์ล่าสุด และต้องการปั้นฟอร์มเพื่อกลับไปท้าชิงบัลลังก์อีกครั้ง

ล่าสุด นาบิล เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) ที่ค่ายเวนัม เทรนนิง แคมป์ แห่งเมืองพัทยา ของโค้ชดัง เมห์ดี ซาทูต พร้อมปิดเผยถึงการเตรียมตัวในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนไปเยือนถิ่นคู่ชกในสัปดาห์หน้า

“ร่างกายตอนนี้พร้อมเต็มที่ ผมเริ่มซ้อมหลังจากชกไฟต์ที่แล้วเสร็จ 3-4 วัน ที่ผ่านมาก็ซ้อมหนักมาก ส่วนตอนนี้เป็นช่วงรักษาสภาพร่างกายและความฟิตให้คงที่ และทำน้ำหนักให้ได้ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าสภาพอากาศหนาวส่งผลให้ลดน้ำหนักยาก แต่ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะผมเคยไปชกที่ญี่ปุ่นมาแล้ว”

นาบิล - ลั่นไม่อยากแพ้เป็นไฟต์ที่ 3 ติดต่อกัน หวังคว้าชัยกลับไทย

นาบิล รู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะนอกจากต้องหยุดสถิติแพ้ 2 ไฟต์ติดแล้ว ยังต้องบุกไปเยือนถิ่นเจ้าบ้าน ยูกิ นักชกที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและอาวุธเตะอันตราย แต่เจ้าตัวพร้อมรับมือทุกความท้าทาย โดยวางเป้าหมายชัดเจนว่าจะคว้าชัยและกู้ศรัทธาคืนมา

“ไฟต์นี้ผมต็มที่มาก เพราะไม่อยากแพ้ติดกันเป็นไฟต์ที่ 3 ยอมรับว่า ยูกิ เขาแข็งแรง มีทักษะคาราเต้ เป็นคู่ชกที่เตะขาเก่งกว่าคู่ชกคนอื่นที่ผ่านมา และมีจังหวะการออกลูกเตะที่ดี ซึ่งเราก็ต้องหลบให้ทัน ส่วนสไตล์การชกเขาจะบู๊ดุดัน ขณะที่ลูกจุกจิกอื่น ๆ คงทำอะไรผมไม่ได้มากเท่าไรครับ”

“ก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศว่าจะเตะผมให้ขาหัก เขาก็พูดได้ แต่จะทำได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง ครั้งนี้ผมต้องไปเจอเขาในบ้าน ก็ตั้งเป้าเอาผลชนะอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนจะน็อกได้หรือไม่ ถ้ามีจังหวะ โอกาสน็อกจะมาเองครับ”

“ครั้งนี้ ผมตั้งใจไปทำหน้าที่ของนักมวยให้เต็มที่คือ สู้เพื่อชนะและกู้ศรัทธากลับคืนมา ขอกำลังใจให้ผม และเพื่อนร่วมค่ายอย่าง โมฮัมหมัด (เซียซารานี) และ สินสมุทร (กลิ่นมี) ด้วย พวกเราจะเอาชัยชนะกลับมาให้ได้ครับ”

แฟนกีฬาที่สนใจเข้าชมศึก ONE ซามูไร 4 ถึงขอบสนาม สามารถจองบัตรเข้าชมผ่านทาง ONEFC.com/ONESamurai 4 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

RWS KNOCKTOBERFEST – ยอดอีเวนต์มวยไทยเดือด นำทัพ 3 ซูเปอร์ไฟต์ กับ 1 คู่ชิงแชมป์

0

เวทีราชดำเนิน “บ้านของมวยไทย” สร้างสรรค์ความมันส์ กับอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่เอาใจแฟนมวยที่ชื่นชอบความมันส์ เร้าใจ กับรายการ RWS KNOCKTOBERFEST powered up by LEO SODA WATER ขนเอาสุดยอดคู่มวยระดับหัวแถว ความสนุกจัดหนักจัดเต็มมาให้แฟนมวยทั่วโลกได้รับชม นำทัพโดย 3 ซูเปอร์ไฟต์หยุดโลก เพชรศิลา ว.อุรชา ปะทะ แชมป์โลก RISE โคกิ โอซากิ พร้อมด้วยสองจอมบู๊เดือด รัสเซีย ดวล ญี่ปุ่น อีกอร์ บิเครฟ วัดคม คัน นากามูระ รวมถึงศึกสายเลือดไทย เพชรเดช เพชรยินดีอะคาเดมี่ เจอกับ จิ๊กซอว์ ศิษย์ไทยแลนด์ และอีก 1 คู่ชิงแชมป์ระหว่าง กำปั้นโหดรัสเซีย คิริล โคมูตอฟ วัดลูกหนักกับ อสรพิษร้ายแห่งแอฟริกา อาวอร์ด คาซิมบา วันเสาร์นี้ 10 ตุลาคม 2569 ถ่ายทอดสดทางออนไลน์ตั้งแต่ 19.10 น. ทางหน้าเพจ Facebook , YouTube ของ RWS – Rajadamnern World Series

คู่เอกไฮไลต์ของงานใหญ่ครั้งนี้ คือซูเปอร์ไฟต์ชิงเงินล้าน เดิมพันแชมป์ราชดำเนิน รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท 122 ปอนด์ ระหว่าง เพชรศิลา ว.อุรชา ป้องกันแชมป์กับดาวดังอย่าง โคกิ โอซากิ คู่นี้คือคู่ที่คลาดกันมาจากศึก RWS 200 ซึ่งทั้งคู่ต่างฟาดฝีปากใส่กันผ่านโลกออนไลน์กันมาหนักพอสมควร ได้เวลาแล้วที่จะต้องมาเจอกันเพื่อค้นหาแชมป์เพียงหนึ่งเดียว สองฝ่ายมีเป้าหมายที่ชัดเจน “เพชรศิลา” มุ่งมั่นจะล้างแค้นแทนเพื่อนร่วมค่าย “ชายโทน ว.อุรชา” ที่ถูกน็อกโดยดาวดังของญี่ปุ่นเมื่อไฟต์ที่ผ่านมา ส่วน “โคกิ” มุ่งมั่นสานฝันให้ต้นสังกัดมีแชมป์ในกติกามวยไทย

คู่รองคือศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองตัวตึงจากสององค์กร RWS และ RISE มาเจอกัน โดยเดิมพันแชมป์ราชดำเนิน รุ่นไลต์เวท 135 ปอนด์ ระหว่าง อีกอร์ บิเครฟ จอมน็อกเอาต์จากรัสเซีย ปะทะกับ คัน นากามูระ ดาวดังจอมดีเดือดจากญี่ปุ่น

นับตั้งแต่ อีกอร์ มาเปิดตัวชกที่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน เขาแจ้งเกิดเป็นจอมน็อกเอาต์ “ยอดมวย” หัวแถวของเมืองไทยมาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็น “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์”, “กิ่งซางเล็ก ว.คำชำนาญ” รวมถึงน็อก “แสงมณี ส.สมานการ์เม้นท์” สร้างสถิติน็อกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ไฟต์ชิงแชมป์ราชดำเนิน และทำให้เขากลายเป็นแชมป์คนปัจจุบันของรุ่นนี้ การป้องกันแชมป์ครั้งแรกไม่ง่าย เนื่องจาก คัน นากามูระ คือหนึ่งในสุดยอดนักชกคิกบ็อกซิ่ง รุ่น 135 ปอนด์ จาก RISE ประเทศญี่ปุ่น ที่ตัดสินใจข้ามสายมาท้าทายศักยภาพของตัวเอง กับเป้าหมายว่าจะเป็นนักมวย RISE คนแรกที่เป็นแชมป์ราชดำเนิน คู่นี้ต่างฝ่ายต่างเป็นมวยที่อาวุธหนักแรง บู๊ เปิดเกม ไม่คิดเรื่องป้องกันตัวมากนัก มีความเป็นไปได้สูงมากที่คู่นี้จะจบแบบไม่ครบยก

เช่นเดียวกับอีกหนึ่งซูเปอร์ไฟต์สายเลือดไทย กับการป้องกันแชมป์ราชดำเนิน รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ครั้งที่ 3 ของ เพชรเดช เพชรยินดีอะคาเดมี่ ที่จะเจอกับแชมป์ราชดำเนิน รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ อย่าง จิ๊กซอว์ ศิษย์ไทยแลนด์ นักชกรุ่นน้องที่เพิ่มน้ำหนักขึ้นมาท้าชิงแชมป์เส้นที่สอง ต่างฝ่ายต่างเป็นสุดยอดในรุ่นของตัวเองมาอย่างยาวนาน เป็นมวยทรงเดียวกัน อาวุธครบเครื่อง หนักแรง น็อกเอาต์คู่ต่อสู้ในรุ่นของตัวเองมาแล้วหลายครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งซูเปอร์ไฟต์ที่แฟนมวยชาวไทยรอติดตาม

RWS KNOCKTOBERFEST - ยอดอีเวนต์มวยไทยเดือด นำทัพ 3 ซูเปอร์ไฟต์ กับ 1 คู่ชิงแชมป์

พร้อมด้วยคู่ชิงแชมป์เฉพาะกาลราชดำเนิน รุ่นเวลเตอร์เวท 147 ปอนด์ ระหว่าง คิริล โคมูตอฟ ดาวดังกำปั้นหนักจากรัสเซีย จะดวลเดือดกับ อาวอร์ด คาซิมบา ยูกันดาสายบู๊ นับตั้งแต่มาเปิดตัวใน RWS “คิริล” คือนักชกที่หมัดโหดที่สุดในรุ่นนี้ น็อกนักชกแกร่ง ๆ ที่ไม่เคยโดนน็อกมาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็น “หนึ่งล้านเล็ก จิตรเมืองนนท์” หรือแม้แต่อดีตแชมป์ราชดำเนินอย่าง “เออร์เดม ดินเซอร์” ก็ตกเป็นเหยื่อของกำปั้นรัสเซียรายนี้ ส่วน อาวอร์ด หนึ่งในนักมวยสายเอนเตอร์เทนที่สร้างสีสันให้แฟนมวยได้ชมอย่างต่อเนื่อง ขึ้นชกทุกไฟต์ไม่มีไฟต์ไหนไม่เดือด คู่ชกไม่โดนน็อก ก็ต้องโดนนับเป็นอย่างน้อย ต่างฝ่ายต่างมีการโต้เถียงบนโลกโซเชียลกันมาอย่างยาวนาน ได้เวลาพิสูจน์ผลงานบนเวทีจริงแล้ว

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 คู่มวยประกอบรายการสุดเดือด รอระเบิดความมันส์ให้แฟน ๆ ได้รับชม พลาดไม่ได้เด็ดขาด อัคราม อูชิบี่ วัดพลังเดือด ไบรอัน เอ็นคูเบ, ปีใหม่ ป.กอบเกื้อ ท้าชน กอนซาโล่ อัลบินากอร์ต้า และปิดท้ายด้วย ตีโต้ จอห์นสัน เด็กมหัศจรรย์วัย 15 ปี จากสหรัฐอเมริกา พบกับ อุทัย แก้วสุลิน จาก สปป. ลาว

นายเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จํากัด (GSV) บอร์ด บริหารเวทีราชดําเนิน และประธานรายการ RWS กล่าวว่า “สำหรับ RWS KNOCKTOBERFEST ความพิเศษเลยคือเราร่วมมือกับ LEO ตั้งใจว่าจะจัดอีเวนต์มวยไทยที่มันส์และเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมนักมวยที่ชกได้เดือดที่สุด มันส์ที่สุด และ เก่งที่สุดมาไว้ในรายการเดียว เพราะฉะนั้นผมการันตีเลยว่าอีเวนต์นี้ ความมันส์ ความเร้าใจ จะเหนือกว่ามวยไทยที่ทุกคนเคยดูกันมาอย่างแน่นอน”

นี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการมวยไทย ที่รวบรวมเอาสุดยอดนักสู้ที่แสดงความดุเดือดเร้าใจ เตรียมประชันฝีมือสร้างสีสันให้แฟนมวยทั่วโลกได้รับชมกัน วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ณ เวทีราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ห้ามพลาด!!

แฟนมวยสามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้แล้ววันนี้ที่ www.rajadamnern.com และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึง ข่าวสารความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ทาง Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok ของ RWS – Rajadamnern World Series

สมรักษ์ – ชี้สาเหตุมวยชายไทยล้มเหลว ไร้เหรียญเอเชียนเกมส์รอบ 72 ปี

0

จากผลงานของทีมมวยสากลชายทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับวงการมวยไทย หลังนักชกชายทั้ง 6 รุ่น ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบลึกและคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้แม้แต่เหรียญเดียว ส่งผลให้เกิดสถิติที่ไม่น่าจดจำ เมื่อทีมมวยสากลชายไทยไร้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในรอบ 72 ปี

ครั้งสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวต้องย้อนกลับไปถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 2 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 1954 หรือเมื่อ 72 ปีก่อน ซึ่งนับเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของวงการมวยสากลชายไทยในปัจจุบัน

ล่าสุด “บาส” สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ และปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงผลงานของทีมมวยชายไทย พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมองว่าจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องฝีมือของนักกีฬา แต่เป็นเรื่องสภาพร่างกายและความแข็งแกร่งในช่วงท้ายของการแข่งขัน

สมรักษ์ กล่าวว่า นักมวยไทยยังมีฝีมือที่ดี แต่เมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงช่วงท้าย นักชกไทยกลับเสียเปรียบในเรื่องพละกำลัง ทำให้เมื่อเบียดสู้กันไปจนถึงช่วงท้ายของไฟต์ มักเป็นฝ่ายพ่ายแพ้คู่แข่ง

“ทีมชายไม่ได้สักเหรียญ พูดถึงฝีมือเราดี แต่แรงไม่มี พอเบียดไปแล้วช่วงท้ายเราจะแพ้ มวยมันก็เหมือนยุคผมชกแหละ อย่ามาอ้างว่ามันเปลี่ยนไป มันไม่เกี่ยวหรอก”

สมรักษ์ - ชี้สาเหตุมวยชายไทยล้มเหลว ไร้เหรียญเอเชียนเกมส์รอบ 72 ปี

อดีตฮีโร่โอลิมปิกยังเปิดเผยว่า จากการสอบถามนักมวยรุ่นน้องเกี่ยวกับรูปแบบการฝึกซ้อม พบว่าปัจจุบันมีการเน้นการซ้อมเชิงเทคนิคและการจับคู่เล่นเชิงกันค่อนข้างมาก ขณะที่การฝึกด้านความแข็งแกร่งและความฟิตบางรูปแบบอาจยังไม่เพียงพอ

“ผมได้สอบถามเรื่องการฝึกซ้อมกับรุ่นน้องหลายคน ได้ความมาว่าไม่ค่อยได้วิ่ง จับคู่เล่นเชิงเทคนิคกันเยอะ ซ้อมในร่ม ไม่ค่อยมีต่อยเป้า ไม่ค่อยมีชกกระสอบ”

สมรักษ์จึงเสนอให้สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยพิจารณานำแนวทางการฝึกซ้อมในยุคของ ฮวน ฟอนตาเนียล อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย กลับมาปรับใช้ โดยเฉพาะการสร้างความแข็งแกร่งและความฟิตให้กับนักมวย ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักชกไทยประสบความสำเร็จในอดีต

“มันไม่เหมือนตอนพวกผมซ้อม การซ้อมยุค ฮวน ฟอนตาเนียล หนักมากโหดมาก เขาจะให้สลับ วันนี้วิ่ง 15 กิโลเมตร พรุ่งนี้ก็ต้องวิ่งสปีด สลับกันไปเพื่อให้ร่างกายฟิต”

“ผมได้เสนอสมาคมไปแล้ว ฝีมือดีแต่แรงไม่มี ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อผมหรือเปล่า ต้องเอาการซ้อมแบบ ฮวน ฟอนตาเนียล เขาสร้างนักมวยได้เหรียญมาแล้วหลายราย ไม่ได้โม้” สมรักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผลงานของทีมมวยสากลชายไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ถือเป็นประเด็นที่วงการกีฬาไทยต้องเร่งหาทางแก้ไข เนื่องจากมวยสากลถือเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่เคยสร้างชื่อเสียงและคว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง

สหพันธ์เอเชีย ติงมวยสากลเอเชียนเกมส์ ยังมีข้อผิดพลาด ชงมาตราการลงโทษผู้ตัดสิน

0

สหพันธ์มวยสากลแห่งเอเชียเปิดประเด็นปัญหาการทำหน้าที่ของกรรมการผู้ตัดสินในศึกมวยสากล เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น หลังพบว่าการตัดสินในหลายคู่ยังมีข้อผิดพลาด ขณะที่ชาติสมาชิกเสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการควบคุมการทำหน้าที่ รวมถึงบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันและทำให้การแข่งขันเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยฯ หรือ “บิ๊กอ๋อย” เปิดเผยว่า ในการประชุมสหพันธ์มวยสากลแห่งเอเชีย ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายเกนนาดี โกลอฟกิน ประธานเวิลด์บ็อกซิ่ง ชาวยูเครน เข้าร่วมด้วย ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นปัญหาการตัดสินของกรรมการในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ขึ้นมาหารือ หลังพบว่าหลายคู่ยังมีข้อผิดพลาดที่ต้องนำไปพิจารณาและปรับปรุง

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ชาติสมาชิกเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐาน รวมถึงมาตรการในการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน ตลอดจนพิจารณาบทลงโทษในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้การทำหน้าที่เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องการแข่งขันที่ยุติธรรมและสิทธิของนักกีฬา ภายใต้หลักการ “นักกีฬาต้องมาก่อน ความเที่ยงธรรมต้องมีเสมอ” โดย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ย้ำว่า ระบบการแข่งขันจะต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองนักกีฬาเป็นหลัก ไม่ควรปล่อยให้กลไกใดมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองเจ้าหน้าที่หรือองค์กร มากกว่าการสร้างความมั่นใจว่านักกีฬาจะได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสิน

สหพันธ์เอเชีย ติงมวยสากลเอเชียนเกมส์ ยังมีข้อผิดพลาด ชงมาตราการลงโทษผู้ตัดสิน

นอกจากประเด็นเรื่องการตัดสินแล้ว ที่ประชุมยังเปิดโอกาสให้ชาติสมาชิกเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยเยาวชน รุ่นอายุ 15-23 ปี โดยเปิดให้ทุกชาติพิจารณาและเสนอตัวเข้ามาเป็นเจ้าภาพ โดยให้ความสำคัญกับประเทศที่ยังไม่เคยจัดการแข่งขันและมีความสนใจเป็นลำดับต้นๆ อาทิ คีร์กีซสถาน, เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนของสหพันธ์ต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีการหารือถึงแผนการแข่งขันคัดเลือกนักมวยเพื่อเข้าร่วมมหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในส่วนของโซนเอเชีย มีแผนจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกในปี 2570 (2027) ที่ประเทศ จีน และคาซัคสถาน ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2571 (2028) จะเข้าสู่การแข่งขันในโซนยุโรปและการแข่งขันคัดเลือกระดับโลก ซึ่งมีแผนจัดขึ้นที่ อิตาลี และฮังการี

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนชาติสมาชิกสหพันธ์มวยสากลแห่งเอเชียได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในการแข่งขันรอบคัดเลือกดังกล่าว น่าจะเปิดโอกาสให้ประเทศในทวีปเอเชียได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพมากขึ้น เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่มีความสำคัญต่อเส้นทางสู่โอลิมปิกเกมส์

สำหรับข้อเสนอดังกล่าว ทาง เวิลด์บ็อกซิ่ง ได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกและจะนำไปพิจารณาต่อไป โดยยังต้องรอรายละเอียดและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรูปแบบการแข่งขัน รวมถึงสถานที่จัดการแข่งขันคัดเลือกโอลิมปิกในแต่ละโซน

บทความยอดฮิต