พาร์แฮม – แลกดุเดือดก่อนชนะแต้ม นักรบ ศึก ONE Fight Night 48

0

ONE จัดเต็มการแข่งขันสุดเข้มข้นส่งตรงถึงแฟนมวยเช่นเคยในศึก ONE Fight Night 48 โดย“นักรบ แฟร์เท็กซ์” พ่ายกำปั้นหนัก “พาร์แฮม กีราติ” ขณะที่คู่เอก “ชามิล เออร์โดกัน” ใช้ความแข็งแกร่งสยบ “พอล เอลเลียต” เก็บแต้มชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 6 สำเร็จ

“นักรบ แฟร์เท็กซ์” จอมบู๊เดือดจากสุรินทร์ ขยับมาสู้ในพิกัดแบนตัมเวตแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ปะทะ “พาร์แฮม กีราติ” กำปั้นโหดจากอิหร่าน ที่คัมแบ็กสังเวียนในรอบเกือบหนึ่งปี ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

ทั้งคู่แลกอาวุธเดือดตั้งแต่ต้นเกม ก่อน “นักรบ” พลาดโดนหมัดซ้ายตรงของ “พาร์แฮม” กระแทกเข้าเต็มหน้า ก้นจ้ำเบ้าลงพื้นให้กรรมการนับในยกแรก จากนั้นนักสู้จากสุรินทร์เดินหน้าระดมอาวุธหวังเอาคืน แต่ยกสุดท้าย “พาร์แฮม” ซัดหมัดซ้ายเข้าจุดเดิม ส่ง “นักรบ” ร่วงโดนนับเป็นครั้งที่สอง ก่อนคว้าชัยสวยงามในการคืนสังเวียนในรอบหนึ่งปี

“ชามิล เออร์โดกัน” นักสู้สายโหดผู้ไม่เคยแพ้ใครจากตุรกี พบกับ “พอล เอลเลียต” จอมปิดเกมจากสหราชอาณาจักร ในกติกา MMA รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ป.) โดยผู้ชนะอาจได้คว้าสิทธิ์ขึ้นชิงบัลลังก์ ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต ที่ว่างอยู่

ยกแรก “ชามิล” เป็นฝ่ายรุกออกอาวุธทั้งเกมยืนและเกมนอน แต่ “พอล” ยังเอาตัวรอดได้ ทว่ายกที่สอง “ชามิล” ชวนทะเลาะในเกมนอนตามถนัดและอาศัยจังหวะเหมาะใช้ท่ารัดคอจากด้านหลัง “Rear Naked Choke (เรียร์ เนกเกด โช้ก) เล่นงาน “พอล” จนดิ้นไม่หลุด ส่งให้ “ชามิล” สานชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 6 ได้สำเร็จ พร้อมรับโบนัสก้อนโต 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินราว 1,700,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท) กลับบ้าน

ตลอดทั้งรายการเต็มไปด้วยการแข่งขันอันเข้มข้น มีนักกีฬาเพียงรายเดียว คือ “ชามิล เออร์โดกัน” ที่ปิดเกมดุดันถูกใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” คว้าเงินรางวัลไป 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงินราว 1,700,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE Fight Night 48

คู่เอก ชามิล เออร์โดกัน (ตุรกี) ชนะซับมิชชัน พอล เอลเลียต (สหราชอาณาจักร) นาทีที่ 2:28 ของยก 2 (MMA รุ่นเฮฟวีเวต 225-265 ป.)

พาร์แฮม - แลกดุเดือดก่อนชนะแต้ม นักรบ ศึก ONE Fight Night 48

พาร์แฮม กีราติ (อิหร่าน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ นักรบ แฟร์เท็กซ์ (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ลุค ลิสซีย์ (สหรัฐอเมริกา) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ชาร์ลี เกสต์ (สหราชอาณาจักร) (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

อันโตนิโอ เซซาร์ (บราซิล) ชนะทีเคโอ โจชัว เพอร์เรรา (สหรัฐอเมริกา) นาทีที่ 5 ของยกแรก (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เอลบรุส ออสมานอฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ยี่ หยูฉวน (จีน) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ฮวน อัลวาเรนกา (บราซิล) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ โชยะ อิชิกุโร (ญี่ปุ่น) (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

หยู เหยา ปุย (ฮ่องกง) ชนะคะแนนเอกฉันท์ มารี แมคมานามอน (สหราชอาณาจักร/ไอร์แลนด์) (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

อาเรียน เอสพาร์ซา (สหรัฐอเมริกา) ชนะน็อก แซม ฟิตซ์เจอรัลด์ (นิวซีแลนด์) นาทีที่ 2:35 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

แฟนกีฬาติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

โฟกัส – โค่นแชมป์โลกกู้หน้าสมาคมมวยสากล คว้าเหรียญทองหนึ่งเดียว ในเอเชียนเกมส์

0

การแข่งขัน มวยสากล เอเชียนเกมส์ 2026 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่นิชิโอะ สเตเดี้ยม ประเทศญี่ปุ่น ไฮไลต์ของไทยอยู่ที่รุ่น 54 กก.หญิง “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง นักชกลูกครึ่งไทย-นิวซีแลนด์จากจังหวัดนครราชสีมา พบกับ พัง ช็อล-มี ดีกรีแชมป์โลก 2 สมัยจากเกาหลีเหนือ

ยกแรก พัง ช็อล-มี เป็นฝ่ายเดินเข้าหา ขณะที่ ณัฐนิชา ใช้จังหวะฝีมือดักสวนและเคลื่อนที่ออกด้านข้างได้ดี โดยเฉพาะหมัดซ้ายและการโจมตีลำตัว ก่อนกรรมการให้กำปั้นสาวไทยเป็นฝ่ายนำ 4-1 เสียงหลังจบยก

ยกสอง นักชกเกาหลีเหนือเร่งเครื่องเดินกดดันมากขึ้น ณัฐนิชายังคงเน้นจังหวะสองและใช้ความรวดเร็วในการเข้าออก แม้มีช่วงที่ถูกหมัดจนกรรมการนับ 8 แต่ยังประคองสถานการณ์ ก่อนกลับมาใช้หมัดสวนหยุดการบุกของคู่แข่ง

เข้าสู่ยกสุดท้าย เกมยังเป็นไปอย่างสูสี พัง ช็อล-มี พยายามเดินเข้าหาเพื่อเร่งทำคะแนน แต่ณัฐนิชาไม่เปิดเกมแลกโดยไม่จำเป็น อาศัยการเคลื่อนที่และจังหวะดักหมัด พร้อมโจมตีลำตัวต่อเนื่องจนจบการแข่งขัน

ครบ 3 ยก กรรมการตัดสินให้ “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง ชนะคะแนน พัง ช็อล-มี 4-1 เสียง คว้า เหรียญทองมวยสากลหญิง รุ่น 54 กก. เอเชียนเกมส์ 2026 มาครองได้สำเร็จ นับเป็นเหรียญทองที่ 15 ของนักกีฬาไทย รวมถึงเป็นนักชกสาวไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองในรอบ 12 ปี และเป็นเหรียญทองเดียวของสมาคมกีฬามวยสากลไทย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งนี้

โฟกัส - โค่นแชมป์โลกกู้หน้าสมาคมมวยสากล คว้าเหรียญทองหนึ่งเดียว ในเอเชียนเกมส์

หลังการแข่งขัน “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง เผยว่า ดีใจมากๆ วันนี้ทำได้เต็มที่มากๆ ใส่สุดเลย เพราะว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีนักมวยหญิงคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ก่อนขึ้นชกก็อยากจะทำให้ได้ และก็ทำได้แล้ว

“ตอนเหลือคนเดียวเป็นความหวังเหรียญทอง ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่จะตื่นเต้นมากกว่า เพราะเหลือเราคนเดียว และเป็นครั้งแรกที่มารายการใหญ่ขนาดนี้ แต่ผลจับสลากออกมาวันแรกค่อนข้างดี เพราะคนเก่งๆไปอยู่อีกสายหนึ่งหมด ของหนูก็ไม่ง่าย แต่ตัวเองก็ทำได้ดี เหรียญทองครั้งนี้ต้องขอบคุณโค้ช สมาคมกีฬามวยสากลฯ ขอบคุณโรงเรียนกีฬานครราชสีมา และผู้มีส่วนร่วมทุกคน”

“กลับไปคงต้องมีการไปแก้บนกัน เพราะคุณแม่ขอพรจาก อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม ซึ่งจะต้องกลับไปไหว้ และแก้บนด้วยเพลงโคราช”

โฟกัส เผยอีกว่า สิ่งที่จะต้องกลับไปแก้ไขของตัวเองคือ หมัดชุดที่ยังไมดี ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสไตล์ออกหมัด 1-2 แล้วพลิกออก ทั้งนี้เป้าหมายต่อไปมองไปที่ โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะหากคว้าเหรียญทองได้ คงจะดีมากๆเลย

นอกจากนี้ โฟกัส ยังเผยถึงการที่มีแฟนๆกีฬา เปรียบเทียบตัวเองว่าหน้าคล้ายกับ “ญาญ่า” อุรัสยา ดาราสาวชื่อดังว่า “เห็นมีคนเอาไปเทียบอยู่ค่ะ แต่หนูอาจจะสวยไม่เท่า”

ก้องศึก – ดวลแกร่ง รุสลัน ตุกตารอฟ ศึก The Inner Circle 34

0

“ก้องศึก ศิษย์สารวัตรเสือ” มวยเชิงสวย วัย 26 ปี จากเมืองโคราช กลับมาสานต่อฟอร์มร้อน พบกับ “รุสลัน ตุกตารอฟ” กำปั้นแกร่งวัยเดียวกันจากรัสเซีย ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในรายการ The Inner Circle 34 ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

“ก้องศึก” ฟอร์มกำลังพีกสุดขีด โดยกวาดชัยชนะ 3 ไฟต์รวดในปี 2569 พร้อมมุ่งหน้าล่าชัยเพิ่ม เพื่อไปให้ถึงฝันลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครอง แต่งานนี้ไม่ง่าย เมื่อคู่ชกอย่าง “รุสลัน” เองก็หวังกลับมาโชว์ผลงานสวย เพื่อเก็บแต้มชัยแรกในรายการและแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว สุดท้าย “ก้องศึก” จะได้รับการชูมือต่อเนื่อง หรือ “รุสลัน” จะดับฮอตนักสู้เจ้าถิ่นได้สำเร็จ แฟนมวยรอลุ้นกัน!

“ก้องศึก” เปิดปี 2569 ได้อย่างร้อนแรง ด้วยการอัดน็อกยก 3 “บาบัก โซลูคี” จากอิหร่านในศึก ONE ลุมพินี 146 เมื่อเดือน มี.ค. พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ก้อนที่ 2 ก่อนสานต่อความดุดัน ด้วยการน็อกยก 3 “คาคิมอฟ อานิสจจอน” จากอุซเบกิสถานในศึก ONE ลุมพินี 156 เมื่อเดือน พ.ค.

ก้องศึก - ดวลแกร่ง รุสลัน ตุกตารอฟ ศึก The Inner Circle 34

ล่าสุด “ก้องศึก” เปิดเกมโหดสาดแข้งแลกเดือดถอนแค้นคู่ชกที่มีสัญญา ONE อย่าง “เด็ดดวงเล็ก ทอฝันฟาร์ม” ด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ (2 ต่อ 1 เสียง) ในศึก ONE ลุมพินี 167 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจไปอีกขั้นก่อนออกโรงดับแกร่ง “รุสลัน” เพื่อเก็บชัย 4 ไฟต์ติด และขยับเข้าใกล้โอกาสพิชิตสัญญา ONE

ด้าน “รุสลัน” กำปั้นจากแดนหมีขาว ซึ่งเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายไทเกอร์ มวยไทย จ.ภูเก็ต มีพื้นฐานทั้งมวยไทยและคิกบ็อกซิง อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งเป็นจุดเด่น โดยประเดิมผลงานในศึก ONE ลุมพินี 156 ด้วยการสู้กับ “มงคลเดชเล็ก พ.พิมพ์อร” ได้อย่างสนุก ก่อนตกเป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์อย่างน่าเสียดาย

ไฟต์นี้ “รุสลัน” เตรียมใช้ความพ่ายแพ้ในไฟต์เปิดตัวเป็นแรงผลักดัน เรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ทันเวลาด้วยการเอาชนะ “ก้องศึก” ให้ได้เพื่อกู้คืนความมั่นใจ และสร้างชื่อให้เป็นที่จดจำของแฟนมวยทั่วโลก

ติดตาม “ก้องศึก vs รุสลัน” วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 34 ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

มวยสากล – เชื่อเป้าหมายเหรียญทอง ยังเป็นไปได้ บิ๊กบางจาก พอใจภาพรวม

0

การแข่งขันมวยสากลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยจะมีการแข่งขันที่ นิชิโอะ ยิมเนเซียม เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยมีชิงชัยทั้งหมด 11 รุ่น แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบเวลา 11.00 น. จำนวน 6 คู่ และรอบเวลา 15.30 น. อีก 5 คู่ ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และ AIS Play

ไฮไลต์สำคัญสำหรับทัพนักชกไทยอยู่ที่รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง เมื่อ “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง กำปั้นสาววัย 22 ปี เป็นนักมวยไทยเพียงคนเดียวที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และการันตีเหรียญรางวัลให้ทัพมวยสากลไทยได้แล้ว โดยจะขึ้นเวทีพบกับ พัง ช็อล-มี นักชกจากเกาหลีเหนือ วัย 32 ปี เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดในรุ่นนี้ ซึ่งคู่นี้มีกำหนดชกเป็นคู่แรกของรอบบ่าย เวลา 15.30 น.

เส้นทางของ “โฟกัส” ในการแข่งขันครั้งนี้เริ่มต้นจากรอบ 16 คนสุดท้าย เอาชนะ ริซา ปาซุต จากฟิลิปปินส์ไป 5-0 ก่อนเดินหน้าผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยการเฉือนชนะ นีจีน่า อุคตาโมวา จากอุซเบกิสถาน 3-2 จากนั้นในรอบรองชนะเลิศ เธอต้องพบกับ สึกิมิ นามิกิ นักชกเจ้าภาพญี่ปุ่น และสามารถเอาชนะไปได้แบบระทึก 3-2 คะแนน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ผลงานดังกล่าวทำให้ “โฟกัส” เป็นนักมวยไทยเพียงคนเดียวจากทั้งหมด 10 คนที่ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ และเป็นนักชกไทยคนเดียวที่คว้าเหรียญจากการแข่งขันมวยสากลในครั้งนี้

ดีกรีของกำปั้นสาววัย 22 ปีรายนี้ไม่ธรรมดาเช่นกัน โดยเคยคว้า เหรียญทองซีเกมส์ 2025, เหรียญทองศึกมวยสากลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี 2025 และล่าสุดคว้าเหรียญทองรายการ ไอนด์โฮเฟ่น คัพ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026

หาก “โฟกัส” สามารถเอาชนะคู่ปรับจากเกาหลีเหนือและคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ เธอจะกลายเป็นนักมวยไทยคนแรกในรอบ 12 ปี ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ โดยนักชกไทยคนล่าสุดที่ทำได้คือ วุฒิชัย มาสุข ซึ่งคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ หลังเอาชนะ ลิม ฮยุน-ชุล นักชกเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2014

มวยสากล - เชื่อเป้าหมายเหรียญทอง ยังเป็นไปได้ บิ๊กบางจาก พอใจภาพรวม

นอกจากนี้ “โฟกัส” ยังมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เป็น นักมวยหญิงไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ นับตั้งแต่มีการบรรจุมวยสากลหญิงในเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2010

ก่อนหน้านี้ นักมวยหญิงไทยเคยคว้าเหรียญรางวัลจากเอเชียนเกมส์มาแล้ว 7 เหรียญ แบ่งเป็น 4 เหรียญเงิน ได้แก่ ทัศมาลี ทองจันทร์ ในปี 2010, สุดาพร สีสอนดี ในปี 2018 และ จุฑามาศ รักสัตย์ กับ จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง ในปี 2023 ส่วนอีก 3 เหรียญเป็นเหรียญทองแดงจาก นิลาวัลย์ เตชะสืบ ในปี 2018 และ ธนัญญา สมนึก กับ ใบสน มณีก้อน ในปี 2023 แต่ยังไม่เคยมีนักมวยหญิงไทยคนใดคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ภารกิจในรอบชิงชนะเลิศของ “โฟกัส” ไม่ใช่งานง่าย เมื่อคู่ชกอย่าง พัง ช็อล-มี ถือเป็นหนึ่งในนักชกหญิงระดับแนวหน้าของเอเชียและเวทีโลก โดยกำปั้นจากเกาหลีเหนือรายนี้เป็นเจ้าของ เหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2023 ในรุ่นนี้ รวมถึงเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

นอกจากนี้ พัง ช็อล-มี ยังมีประสบการณ์ระดับโลกอย่างโชกโชน โดยเคยคว้าแชมป์ World Boxing Championships มาแล้ว 2 สมัย ในปี 2018 และ 2025 ขณะชกในรุ่นฟลายเวท และเคยเป็นแชมป์เอเชียมาแล้ว 1 สมัย ในปี 2019 ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นจัดขึ้นที่ประเทศไทย

ด้วยประสบการณ์และดีกรีของคู่ชก ทำให้ “โฟกัส” ต้องเจอกับบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของการแข่งขัน แต่การผ่านทั้งนักชกอุซเบกิสถานและเจ้าภาพญี่ปุ่นมาได้ ทำให้เธอมีโอกาสลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการมวยสากลหญิงไทย

ด้าน “บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า พอใจกับภาพรวมของทีมมวยสากลไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ โดยเฉพาะบรรดานักชกรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ซึ่งหลายคนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกมาก

นายพิชัยมองว่าเป้าหมายการคว้า 1 เหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 2026 ยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะจากผลงานของ “โฟกัส” ที่สามารถเอาชนะนักชกฝีมือดีจากอุซเบกิสถานในรอบก่อนรองชนะเลิศ และผ่านนักชกเจ้าภาพในรอบรองชนะเลิศ จนก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

นักรบ – การันตีอาวุธหนักพร้อมเสิร์ฟ พาร์แฮม กีราติ ล่าชัยต่อเนื่อง ศึก ONE Fight Night 48

0

“นักรบ แฟร์เท็กซ์” มวยสายลุย วัย 27 ปี จากสุรินทร์ อัปเกรดอาวุธหนักหลังตัดสินใจขยับขึ้นมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ครั้งแรก โดยพร้อมเสิร์ฟอาวุธใส่ “พาร์แฮม กีราติ” จอมหมัด วัย 22 ปี จากอิหร่าน แบบจัดเต็มเพื่อหวังคว้าชัย 2 ไฟต์ติดให้ได้ในไฟต์ที่ทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ในศึก ONE Fight Night 48: ชามิล vs พอล ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 3 ต.ค.นี้

ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE Fight Night 44: จอร์จ vs รุ่งราวี 2 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา “นักรบ” หยุดสถิติแพ้ต่อเนื่องไว้ที่ 3 ไฟต์ติดต่อกันได้สำเร็จ หลังคืนฟอร์มเก่งเอาชนะคู่ชกดีกรีอดีตผู้ท้าชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อย่าง “จาค็อบ สมิธ” จากสหราชอาณาจักรไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ส่งผลให้เจ้าตัวกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ถูกแฟนมวยวิจารณ์อย่างหนัก

“ก่อนขึ้นชกไฟต์ล่าสุดกับ จาค็อบ ผมรู้สึกกดดันมาก เพราะแพ้มา 3 ไฟต์ติด ถ้าเกิดแพ้อีกก็คงยากที่จะไปต่อในรายการใหญ่ แถมยังโดนแฟนมวยวิจารณ์เยอะด้วย หลายคนไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวผมแล้ว พอเอาชนะมาได้เลยรู้สึกโล่งมาก เหมือนยกภูเขาออกจากอกครับ”

“รูปเกมวันนั้น ผมวางแผนมาชิงจังหวะแลกอาวุธ เพราะเขาเป็นมวยที่หมัดหนักมาก จะเข้าไปแลกบุ่มบ่ามไม่ได้ ภาพรวมทั้ง 3 ยกถือว่าเป็นไปตามแผน ผมแทบไม่พลาดโดนอาวุธเขาเลย และดักออกอาวุธทั้งหมัดทั้งแข้งเข้าเป้าชัดเจน จนทำให้เอาชนะคะแนนมาได้ครับ”

หลังกู้ศรัทธามหาชนกลับมาได้สำเร็จ ไฟต์นี้ “นักรบ” ตัดสินใจขยับขึ้นมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวตเป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัวชี้ชัดว่าการได้ชกในรุ่นนี้จะช่วยให้สามารถแสดงศักยภาพและปล่อยอาวุธหนักได้เต็มที่ยิ่งกว่าเดิม

“ผมเลือกขยับขึ้นมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวต เพราะอยากทดสอบตัวเองว่าถ้าชกในพิกัดนี้แล้วผลงานจะออกมาเป็นอย่างไร ข้อดีคือผมทำน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและพร้อมเต็มที่สำหรับวันแข่งครับ”

“ส่วนเรื่องรูปร่างที่อาจเสียเปรียบ ผมไม่กังวลครับ เพราะช่วงที่ผ่านมาเน้นฝึกเวตเทรนนิง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจึงเป็นกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน นอกจากนี้ ผมยังพัฒนาสเตปขา เพื่อชดเชยความเร็วที่อาจลดลงด้วย ส่วนเรื่องการออกอาวุธ แม้จะไม่ได้เร็วเท่าเดิม แต่ก็แลกมาด้วยพละกำลังที่มากขึ้น ตอนซ้อมผมยังรู้สึกเลยว่าตัวเองออกอาวุธได้หนักขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อนครับ”

นักรบ - การันตีอาวุธหนักพร้อมเสิร์ฟ พาร์แฮม กีราติ ล่าชัยต่อเนื่อง ศึก ONE Fight Night 48

ในไฟต์นี้ “นักรบ” จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ชกสุดอันตรายอย่าง “พาร์แฮม” ที่สลัดอาการบาดเจ็บพร้อมกลับมาขึ้นสังเวียนในรอบปี โดยกำปั้นจากอิหร่านรายนี้ ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การชกเดินหน้าบู๊แหลกแบบไม่เกรงกลัวใคร และมีอาวุธหมัดที่ออกได้ทั้งหนักและแม่นยำเป็นทีเด็ดประจำกาย โดยคว้าชัยแบบไม่ครบยกมาแล้วมากถึง 5 ครั้งจากชัยชนะทั้งหมด 7 ไฟต์ใน ONE

แม้ “พาร์แฮม” จะมีสถิติการชกสุดร้ายกาจใน ONE แถมยังมั่นใจว่าจะสามารถสู้วงในกับ “นักรบ” ได้อย่างสนุก แต่เนื่องจากการร้างสังเวียนไปนาน ทำให้ “นักรบ” ที่เคยผ่านประสบการณ์ลักษณะเดียวกันมาก่อน เชื่อว่านั่นจะกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ตนสามารถใช้ความสดที่เหนือกว่าเข้าเล่นงานได้แบบถึงใจ

“พาร์แฮม เป็นมวยที่เก่งมาก สามารถชกได้ทุกรูปแบบ และมีหมัดเป็นอาวุธที่อันตรายมาก ยอมรับว่าแทบไม่เห็นจุดอ่อนของเขาเลย คงต้องไปลุ้นดูตอนชกจริงอีกทีว่าจะหาเจอไหม ส่วนไฟต์ที่เขาแพ้ แรมโบ้เล็ก (ฉ.อจลบุญ) ผมมองว่าวันนั้นเขามั่นใจเกินไป ทำให้พลาดแพ้ทีเคโอ พอไฟต์ถัดมาเขากลับมาตั้งใจชก ไม่ประมาท เขาก็คืนฟอร์มชนะน็อกได้ทันที”

“จุดได้เปรียบเดียวของผมตอนนี้ คือการที่เขาหยุดไปนาน ผมเองก็เคยหยุดเป็นปีเหมือนกัน พอกลับมาชกไฟต์แรกรู้เลยว่า ต่อให้ซ้อมหนักแค่ไหนร่างกายก็ยังมีอาการอืด ไม่เหมือนตอนที่ชกต่อเนื่อง ทั้งเรื่องจังหวะและการรับอาวุธ พอไม่ได้โดนมานานแล้วกลับมาโดนจริง ๆ มันจะสะดุ้งง่าย ซึ่งผมจะใช้จุดนี้เป็นข้อได้เปรียบ ชิงออกอาวุธเล่นงานเขาให้มากที่สุด คิดว่าถ้าโดนสะสมไปเรื่อย ๆ น่าจะมีอาการยุบให้เห็นแน่”

“ส่วนที่เขาบอกว่าไม่กลัวถ้าต้องสู้วงในกับผม ก็ต้องไปรอดูบนเวทีว่าถ้าได้ไล่แขน กอดคอปล้ำกันจริง ๆ ใครจะทำได้ดีกว่ากัน เพราะจากที่ผมดูคลิปการชกของเขามา ก็ยังไม่เห็นเขาปล้ำวงในกับใครเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่าวงในผมไม่แพ้ใคร เพราะเมื่อก่อนผมก็เป็นมวยเข่ามาก่อน ถ้าเขาอยากจะลองของก็ไม่ติดครับ”

ด้วยพลังกำปั้นสุดอันตรายของ “พาร์แฮม” ทำให้ “นักรบ” ในฐานะน้องใหม่ที่ขยับมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวตครั้งแรก รู้ดีว่าไฟต์นี้ตนไม่สามารถเปิดหน้าแลกตามสไตล์ถนัดได้ โดยเตรียมปรับสไตล์มาบู๊อย่างรัดกุม เพื่อหวังคว้าชัยชนะต่อเนื่องไฟต์ที่ 2 ให้ได้

“ไฟต์นี้แฟน ๆ อาจจะไม่ได้เห็นผมบู๊ดุดันเท่าไร เพราะ พาร์แฮม อาวุธหนักมาก และผมเพิ่งขยับขึ้นมาชก 145 ป. ด้วย ถ้าพลาดโดนมีโอกาสหลับได้เหมือนกัน แผนของผมจะคล้ายกับไฟต์ล่าสุดที่ชนะ จาค็อบ คือเน้นชิงจังหวะออกอาวุธเป็นหลัก และใช้เหลี่ยมมวยกับประสบการณ์มวยไทยที่มากกว่าคอยหาช่องดักโต้ เน้นความรัดกุมมากขึ้นด้วย ไม่บวกไม่แลกถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ”

“ถึงจะชกแบบรัดกุม แต่ทุกครั้งที่ขึ้นสังเวียน เป้าหมายของผมคือการปิดเกมให้ได้ ยิ่งในรุ่นนี้ ผมมั่นใจว่าอาวุธของผมหนักขึ้นมาก ถ้าเขาพลาดโดนก็มีสิทธิ์ร่วงแน่นอน และถ้าปิดเกมได้ ผมก็แอบลุ้นว่าอาจจะคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกด้วย เพราะเขาเป็นนักชกที่มีชื่อเสียงและสถิติดีมากในรุ่นนี้ครับ”

แบล็คแพนเธอร์ – เตรียมซัด อูเบด ฮัสเซน รอบ 8 คน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์

0

เปิดโผการแข่งขัน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) รอบก่อนรองชนะเลิศ อีกคู่ โดย “แบล็คแพนเธอร์” มวยครบเครื่อง วัย 26 ปี จากสงขลา จะเปิดศึกวัดดีกรีฮอตกับ “อูเบด ฮัสเซน” กำปั้นไร้พ่าย วัย 20 ปี จากปากีสถาน/สหราชอาณาจักร โดยจะพบกันในรายการ The Inner Circle 39 วันศุกร์ที่ 20 พ.ย. นี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ด้วยผลงานอันร้อนแรงของทั้ง “แบล็คแพนเธอร์” ที่คว้าชัยต่อเนื่องมาแล้ว 6 ไฟต์ และ “อูเบด” ที่ชนะรวดมา 8 ไฟต์ ทำให้ทั้งคู่ถูกรายการประกบให้มาวัดดีกรีฮอตกันในการแข่งขันรอบแรก ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต ซึ่งสำหรับผู้ชนะในไฟต์นี้ นอกจากจะได้ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกแล้ว ยังมีลุ้นเบียดขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้ท้าชิงในท็อปไฟว์แรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ในอนาคตด้วย งานนี้ใครจะสานต่อฟอร์มร้อนได้สำเร็จ ต้องติดตามกันให้ดี!

“แบล็คแพนเธอร์” ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักชกระดับชั้นแนวหน้าของรุ่นฟลายเวต จากการคว้าชัยเหนือคู่ชกระดับพระกาฬติดต่อกันถึง 6 ไฟต์ โดยผลงานล่าสุดเกิดขึ้นในศึก ONE Fight Night 45 เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะ “ฌอน คลิมาโค” คู่ชกสายแข็งตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกาไปด้วยคะแนนเอกฉันท์

แบล็คแพนเธอร์ - เตรียมซัด อูเบด ฮัสเซน รอบ 8 คน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์

ตอนนี้ “แบล็คแพนเธอร์” ที่กำลังอยู่ในช่วงร่างทอง พร้อมก้าวเข้าสู่การแข่งขัน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต ด้วยความมั่นใจ โดยเตรียมระเบิดฟอร์มฝ่าด่าน “อูเบด” ที่ไม่เคยแพ้ใครในรายการนี้เพื่อคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และลุ้นชิงโอกาสเข้าสู่แรงกิงของรุ่นนี้ต่อไป

ขณะที่ “อูเบด” สร้างผลงานไร้เทียมทานบนสังเวียน ONE ด้วยการคว้าชัย 8 ไฟต์รวด โดยผลงานล่าสุดคือการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “อีสานเหนือ ศ.ศศิวัฒน์” ในรายการ The Inner Circle 28 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมขึ้นแท่นเป็นนักกีฬารายที่ 5 ของรายการที่สามารถคว้าสัญญา ONE มาครองได้สำเร็จ

ไฟต์นี้ “อูเบด” เจ้าของสถิติไร้พ่ายตลอดการชกอาชีพ 17 ไฟต์ จะประเดิมสังเวียนในฐานะนักกีฬา ONE เต็มตัว โดยต้องเจอบททดสอบครั้งใหญ่ในการเผชิญหน้ากับนักชกตัวตึงของรุ่นอย่าง “แบล็คแพนเธอร์” ซึ่งหากเขาสามารถฝ่าด่านกำปั้นไทยผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางสู่การติดอันดับแรงกิงของรุ่นในอนาคตก็จะเปิดกว้างขึ้นทันที

ติดตาม “แบล็คแพนเธอร์ vs อูเบด” วันศุกร์ที่ 20 พ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 39 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle : https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

โฟกัส – การันตีทองแดง เอเชียนเกมส์ ส่วนนักชกไทย ร่วงเพิ่มอีก 3 คน

0

การแข่งขันมวยสากลกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่เมืองนิชิโอะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการต่อยรอบ 8 คนสุดท้าย มีนักชกไทยขึ้นสังเวียน 4 คน เริ่มที่รุ่น 54 กก. หญิง “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง พบ “นิกินา อุกตาโมวา” จาก อุซเบกิสถาน

ยกแรก โฟกัส ดักต่อยซ้ายได้อย่างแม่นยำ ขณะที่นักชกอุซเบกิสถาน พยายามเดินเข้าต่อยวงใน หมดยกนักชกสาวไทยนำ3-2 ขึ้นยก2 นักชกอุซฯเริ่มเดินเร็ว และเร่งต่อย แต่ โฟกัส ยังดึงจังหวะ และดักต่อยได้สวย ๆ หมดยกคะแนนนำ 3 และเสมอ 1 แพ้ 1เสียง ยกสุดท้าย โฟกัส ถอยดักต่อยแต่โดนเตือน และถูกตัดคะแนน ทำให้นักชกอุซเบฯ ยิ่งคึก ครบยกบรรยากาศสุดตื่นเต้น กรรมการชูมือให้โฟกัส ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ 3-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศพบกับนักชกเจ้าภาพวันที่ 29 ก.ย.พร้อมการันตีเหรียญทองแดงแล้ว

ณัฐนิชา กล่าวว่า ก่อนขึ้นเวทีตื่นเต้นมาก เพราะเป็นรอบชิงเหรียญทองแดง ยอมรับกดดันตัวเองมาก ยกแรกก็คุมสติและทำได้ดี ยังนึกว่าชนะขาด นักมวยอุซเบฯแข็งแรงมากและหันมาชกวงในจนโค้ชต้องแก้เกมให้ชกวงนอกไม่ให้เขาเข้าวงในได้ รอบต่อไปเจอเจ้าภาพต่อยง่ายกว่าอุซเบฯแน่นอน แต่ก็ประมาทไม่ได้

โฟกัส - การันตีทองแดง เอเชียนเกมส์ ส่วนนักชกไทย ร่วงเพิ่มอีก 3 คน

รุ่น 65 กก. หญิง “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง พบ เฉิน เหนียนชิน จาก ไชนีสไทเป ทั้งคู่เคยลงนวมกันที่เทรนนิ่งแคมป์ประเทศไทย ตลอด 3 ยก นักชกไทยสู้ความเร็วของสาวไต้หวันไม่ได้คะแนนแพ้ทุกยกขาดลอย 0-5

หลังการชก “จันทร์แจ่ม” กล่าวว่า หลังจากหายบาดเจ็บระยะเวลาไม่เพียงพอที่จะฟิตเกินร้อย และหากจะกลับมาเพื่อเป็นผู้ชนะ จะต้องซ้อมหนักมากกว่านี้ เพราะรู้ว่าพลังหมัด และความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ ยังไม่มีท้อจะกลับมาเป็นผู้ชนะให้ได้ “เมื่อต่อยไม่ดีสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมรับ แต่หนูไม่ยอมแพ้แน่นอน”

รุ่น 60 กก. ชาย ศักดิ์ดา รวมธรรม พบ จาง ดงฮวาน จาก เกาหลีใต้ โดย ยก1-2 นักชกไทยบล็อคหมัดแล้วต่อยได้ชัดกว่าเทำคะแนนนำ แต่ยก 3 ถูกนักชกแดนโสมขยันต่อย และเข้าเป้ากว่า โดยเฉพาะในช่วยปลายยก และพลิกกลับมาชนะศักดา 3-2 หลังการชก ศักดิ์ดา กล่าวว่า หมด2ยกมั่นใจว่าชนะแน่ และยอมรับว่าไปผ่อน และออกหมัดเข้าเป้าน้อยไปหน่อย เสียใจ และเสียดาย แต่ได้ประสบการณ์กับการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อนำกลับมาปรับปรุงต่อไป

ปิดท้ายรุ่น +90 กก. ชาย อรรถพงษ์ แสงเทพ ถูกจับแพ้ นเรนเดอร์ จาก อินเดีย เพียงแค่ยกแรก

2 นักชกหนุ่มไทย – โชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนมวยสากลเอเชียนเกมส์ 2026

0

การแข่งขันมวยสากลกีฬา เอเชียนเกมส์ 2026 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ที่เมืองนิชิโอะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการชิงชัยรอบ 16 คนสุดท้าย มีนักชกไทยขึ้นสังเวียน 3 คน เริ่มที่รุ่น 60 กก. หญิง “เฟี้ยว” ปุณณ์รวี รื่นรส พบกับ หยาง เฉิงอวี่ จาก จีน

ตลอดการชกทั้ง 3 นักชกจีนที่เป็นฝ่ายเดินหน้าชวนทะเลาะทุกยกออกหมัดเป็นชุดได้อย่างจะแจ้งกว่า แม้จะโดนตัดคะแนนในช่วงท้ายยก 2 แต่เมื่อครบยกกรรมการให้ หยาง เฉิงอวี่ จาก จีน เป็นฝ่ายชนะคะแนน 3-2 เสียง ส่งผลให้ เฟี้ยว ร่วงตกรอบ 16 เป็นคนที่ 3 ของนักชกไทย

หลังแข่งขัน “เฟี้ยว” ปุณณ์รวี กล่าวว่า เขาเป็นมวยแข็งแรงเดินหน้าลุยแหลกทำให้ตนตั้งตัวไม่ติดและมีแผ่วในช่วงปลาย การที่เลื่อนขึ้นในพิกัดที่ใหญ่คงต้องเร็วและแข็งแรงกว่านี้ ส่วนเขาลดรุ่นลงมาให้แรงปะทะสู้เขาไม่ได้

2 นักชกหนุ่มไทย - โชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้ารอบ 8 คนมวยสากลเอเชียนเกมส์ 2026

ส่วนรุ่น 55 กก. ชาย “โต้” กรังปี โบขุนทด เจองานหนักพบกับ ซามันดาร์ โอลิมอฟ จากอุซเบกิสถาน เริ่มยกแรก โอลิมอฟ เดินรุกไล่เข้าใส่แต่กรังปีไม่ผลีผลามดักรอชิงจังหวะออกหมัดหมดยกแรกเราตามอยู่ 1-4 ยก 2-3 นักชกอุซเบฯ ยังเดินเข้าหา แต่กรังปีไม่แลกด้วยใช้การดักต่อยวงนอกได้อย่างจะแจ้งครบยก กรังปี เป้นฝ่ายชนะคะแนน 3-2 ผ่านเข้ารอบ 8 คนชิงเหรียญทองแดงเจอกับมองโกลเลีย วันที่ 28 กันยายน 2569

หลังแข่งขัน “โต้” กรังปี กล่าวว่า เป็นมวยสไตล์เดียวกันยกแรกแม้คะแนนเป็นรองแต่ไม่ตื่นเต้นมั่นใจสู้ได้พอยกสองแก้เกมหันมาต่อยแบบจังหวะฝีมือไม่ปะทะด้วยทำให้เกมเป็นของเราทำให้เขาต้องเดินมากขึ้น พอยก 3 ชิงดำมีกำลังใจมากขึ้นใช้การชกแบบคุมจังหวะทำให้คว้าชัยชนะมาได้รอบหน้ากับมองโกลเลียดีกรีแชมป์เอเชียแม้จะหนักแต่จะใช้การชกแบบคุมจังหวะไม่แลกไม่ปะทะมั่นใจผ่านได้

ปิดท้ายรุ่น 90 กก. ชาย จักรพงศ์ ยมโคตร พบ ราบิน เนปาล จาก เนปาล ตลอดการชกทั้ง 3 ยก จักรพงศ์เป็นฝ่ายเดินหน้าออกหมัดได้อย่างจะแจ้งกว่า โดยยก 2 นักชกเนปสาลถูกตัดคะแนน เมื่อครบยกจักรพงศ์เป็นฝ่ายชนะขาด 5-0 ผ่านเข้า 8 คนหรือรอบชิงเหรียญทองแดงเจอจีนวันที่ 28 กันยายน 2569

หลังการแข่งขัน จักรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ต่อยแบบสบายๆ เพราะคู่ชกไม่หนักเท่าไหร่ถือเป็นการวอร์มร่างกายและจัดระยะการชกเพื่อไม่ให้บาดเจ็บในรอบชิงเหรียญทองแดงเจอกับนักชกจีนประมาทไม่ได้เขาแข็งแกร่งแต่ก็จะทำให้ดีที่สุด

รถถัง – ได้คิววัดแกร่ง น้องโอ๋ รอบแรก ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต

0

ONE สร้างความฮือฮาประกาศจัดการแข่งขัน ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) รอบก่อนรองชนะเลิศ ในรายการ The Inner Circle 38 ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. โดยประกบ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต พบกับ “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เพื่อหาผู้ชนะเพียงคนเดียวที่จะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป

“รถถัง” และ “น้องโอ๋” ถูกยกเป็นสองนักสู้ระดับตำนานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประวัติศาสตร์ของ ONE ซึ่งเดิมทีเคยมีคิวชกกันในศึก ONE 173 เมื่อเดือน พ.ย. 68 เพื่อชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ว่างอยู่ แต่สุดท้ายไฟต์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้น

โดย “รถถัง” ที่ผ่านเกณฑ์ทำน้ำหนักเรียบร้อย เกิดอาการป่วยกะทันหันจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และต้องถอนตัวจากการแข่งขัน ขณะที่ “น้องโอ๋” เองก็ทำค่าน้ำไม่ผ่าน ส่งผลให้คู่นี้ต้องถูกถอดออกจากรายการ ก่อนได้ฤกษ์โคจรมาเจอกันใหม่ในครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ฝีมือและเปิดทางสู่โอกาสคว้าเข็มขัดสีเงินสุดล้ำค่า ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางสำคัญสู่บัลลังก์แชมป์โลกต่อไป

นับตั้งแต่นั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย โดย “รถถัง” หันไปชกคิกบ็อกซิง และได้พบกับคู่ปรับเก่า “ทาเครุ” จากญี่ปุ่น ซึ่งเขาปิดเกมได้ภายในเวลาเพียง 80 วินาที ทว่า “ทาเครุ” จัดการล้างแค้น “รถถัง” ได้สำเร็จ ด้วยการชนะทีเคโอแบบช็อกโลกในไฟต์อำลาสังเวียนของเขา ในศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อเดือน เม.ย. 69

รถถัง - ได้คิววัดแกร่ง น้องโอ๋ รอบแรก ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต

โอกาสนี้ “รถถัง” ผู้ท้าชิงอันดับ 2 ในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่เพิ่งต่อสัญญากับ ONE ไปเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมลืมทุกดรามาเพื่อกลับมาคว้าชัยชนะครั้งสำคัญ และเรียกศรัทธาจากแฟนมวยคืนมา รวมถึงพิสูจน์ให้เห็นว่าจะกลับไปยืนบนจุดสูงสุดได้

ด้าน “น้องโอ๋” เคยขึ้นชิงเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ว่างในศึก ONE ลุมพินี 147 เมื่อเดือน มี.ค. 69 แต่พลาดท่าพ่ายน็อกยก 2 “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” จากรัสเซีย ชวดครองบัลลังก์ ล่าสุดเจ้าตัวกู้ความมั่นใจได้จากการย้ำชัย “ก้องธรณี ส.สมหมาย” ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ในการพบกันภาค 3 ในรายการ The Inner Circle 20 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ในวัยใกล้แตะเลขสี่ “น้องโอ๋” ผู้ครองอันดับ 3 ในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ยังคงกระหายความสำเร็จและพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อฝ่าด่านคู่ชกสุดฮอตแห่งยุคอย่าง “รถถัง” ให้ได้ เพื่อตีตั๋วเข้าสู่รอบตัดเชือกต่อไป

ติดตาม “รถถัง vs น้องโอ๋” วันศุกร์ที่ 13 พ.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 38 ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

ก้องธรณี – ข้ามสายประเดิมคิกบ็อกซิง เล็งดับฮอต หยวน เผิงเจี๋ย

0

“ก้องธรณี ส.สมหมาย” มวยอาวุธคมจากเพชรบูรณ์ หลังพ่าย 4 ไฟต์ติดในเส้นทางมวยไทย ตัดสินใจข้ามสายมาชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิต เพื่อลบความกดดัน กู้ศรัทธาแฟนมวย และพิสูจน์ตัวให้สมศักดิ์ศรีนักกีฬาสัญญา ONE โดยจะพบกับ “หยวน เผิงเจี๋ย” กำปั้นฟอร์มฮอตจากจีน ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในรายการ The Inner Circle 32 ที่จะจัดการแข่งขันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

“ก้องธรณี” กำลังเผชิญสถานการณ์กดดันอย่างหนักหลังฟอร์มสะดุดใน 4 ไฟต์หลัง โดยล่าสุดถูก “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” ย้ำแค้นเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ในการพบกันภาค 3 ในศึก The Inner Circle 20 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวได้กลับไปทบทวนถึงสาเหตุที่ทำให้ฟอร์มการชกแผ่วลงไป พร้อมประกาศลั่นว่าขอกลับมาใหม่ด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยม

“การแพ้ 4 ไฟต์ติดใน ONE ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจผมมากครับ เพราะมีครอบครัวคอยสนับสนุนและให้กำลังใจอยู่เสมอ แพ้ชนะเป็นเรื่องของเกมกีฬา ขอแค่เราสู้เต็มที่ก็พอ ตอนนี้ผมก็กระตุ้นตัวเองว่าต้องทำให้เต็มที่และกลับมาชนะให้ได้ครับ”

“ช่วงที่ผ่านมา ผมได้กลับไปทบทวนตัวเองว่ามีจุดไหนที่ขาดตกบกพร่องบ้าง อย่างเช่นไฟต์ล่าสุดที่ผมควรต้องขยันออกอาวุธให้มากและต้องเด็ดขาด ซึ่งผมก็ได้นำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาแก้ไขในการซ้อม ส่วนตอนนี้ความมั่นใจของผมกลับมาเต็มร้อยแล้ว อยากกลับมาชนะ เพื่อพิสูจน์ตัวเองและกู้ศรัทธาให้แฟนมวยอีกครั้งครับ”

หลังผลงานบนเส้นทางมวยไทยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กลับมาครั้งนี้ “ก้องธรณี” จึงตัดสินใจข้ามสายมาชกคิกบ็อกซิงเพื่อหวังหาจุดเปลี่ยนกู้ฟอร์มกลับมา ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเหตุผลที่เลือกท้าทายตัวเองบนเส้นทางใหม่พร้อมเผยว่าได้ศึกษาสไตล์การชกของ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต ที่ตนชื่นชอบเพื่อนำมาปรับใช้ในไฟต์นี้

“เหตุผลที่ผมตัดสินใจข้ามสายจากมวยไทยมาชกคิกบ็อกซิง เพราะอยากเปลี่ยนแนวบ้างครับ และคิดว่ากติกานี้อาจเข้ากับสไตล์ของผมก็ได้ เพราะผมเป็นมวยฝีมือที่ออกแข้งและหมัดอยู่แล้ว”

“ไฟต์นี้คือการชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิต ยอมรับว่าตื่นเต้นและต้องระวังเรื่องการเผลอใช้เข่าหรือศอกให้ดี ผมซ้อมเพื่อไฟต์นี้มาเต็มที่ประมาณหนึ่งเดือน เริ่มเข้าใจกติกามากขึ้นว่าต้องยืน ต้องออกอาวุธ และต้องปรับจังหวะอย่างไร นอกจากนี้ ผมยังได้ศึกษาสไตล์การชกของ แฮ็กเกอร์ตี มาปรับใช้กับตัวเองด้วย เพราะเขาเป็นมวยที่เร็วและสลับออกอาวุธได้ไวครับ”

ก้องธรณี - ข้ามสายประเดิมคิกบ็อกซิง เล็งดับฮอต หยวน เผิงเจี๋ย

แม้ด่านแรกบนเส้นทางคิกบ็อกซิงของ “ก้องธรณี” จะต้องเจองานหินอย่าง “หยวน เผิงเจี๋ย” ดาวคิกบ็อกซิงชั้นแนวหน้าจากแดนมังกร ที่โชว์ชั้นเชิงปราบนักชกไทยฝีมือดีใน ONE มาแล้ว 2 รายรวด แต่เจ้าตัวรับประกันพร้อมสู้เต็มที่โดยเตรียมเน้นการออกอาวุธเป็นชุดเพื่อเปิดเกมรุกเล่นงานความจัดจ้านของคู่ชกรายนี้

“หยวน เผิงเจี๋ย เป็นนักชกที่ถนัดกติกาคิกบ็อกซิง อาวุธที่ผมมองว่าน่ากลัวคือความเร็ว รวมถึงทักษะและประสบการณ์ในกติกานี้ที่เขามีมากกว่าผม เขาเคยเอาชนะทั้ง เจ้าเสือใหญ่ (ม.กรุงเทพธนบุรี) และ ลำน้ำมูลเล็ก (ทอฝันฟาร์ม) มาได้ ก็ยอมรับว่ามีกังวลอยู่บ้าง แต่ผมเตรียมตัวมาดี พร้อมแก้เกมบนเวที และถ้ามีจังหวะที่เข้าทาง ผมเชื่อว่าจะทำได้ดีกว่าทั้ง 2 คนที่เขาชนะมาครับ”

“จุดที่ผมคิดว่าจะทำได้ดีกว่าในไฟต์นี้คือการออกอาวุธที่ต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมามีคนมองว่าผมออกอาวุธไม่เป็นชุด ไฟต์นี้ผมจึงพยายามปรับตรงจุดนี้เป็นพิเศษ และพร้อมนำสิ่งที่ซ้อมมาใช้จริงบนเวทีครับ”

ด้วยศักดิ์ศรีนักกีฬา ONE ทำให้ไฟต์นี้ “ก้องธรณี” การันตีพร้อมสู้สุดหัวใจ หวังพลิกล็อกหยุดสถิติชนะรวดของ “หยวน เผิงเจี๋ย” ในรายการ เพื่อดับฝันลุ้นคว้าสัญญา ONE ของคู่ชก พร้อมเรียกความมั่นใจและกู้ศรัทธาจากแฟนมวยทั่วประเทศคืนมาอีกครั้ง

“ไฟต์นี้ยอมรับว่ากดดัน แต่ก็จะทำให้เต็มที่ ถ้าผมชนะ หยวน เผิงเจี๋ย ได้ ก็จะดีมาก เพราะผมรอชัยชนะมานานแล้ว และหวังว่าไฟต์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ผมกลับมาทำผลงานได้ดีในไฟต์ต่อ ๆ ไปครับ”

“ผมรู้ว่า หยวน เผิงเจี๋ย อยากเอาชนะผมเพื่อลุ้นคว้าสัญญา ONE แต่ผมไม่ยอมเป็นทางผ่านให้เขาผ่านง่าย ๆ แน่นอน ผมจะแสดงให้เห็นว่านักกีฬา ONE มีดีทุกคน และขอฝากถึงแฟนมวยทุกคน อย่าเพิ่งหมดศรัทธาในตัวผม ไฟต์นี้ผมจะกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้ครับ”

ติดตาม “ก้องธรณี vs หยวน เผิงเจี๋ย” วันศุกร์ที่ 25 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 32 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

บทความยอดฮิต

เครื่องร้อนพร้อมลุยต่อ! เฟรดดี นัดดวลแฝดสายดีด จอร์แดน เอสตูปินาน ศึก ONE 170

เผยโฉมคู่มวยไฮไลต์เพิ่มอีก 1 คู่ ในศึก ONE 170 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.68 โดยประกบ 2 ดาวจรัสแสงมาประชันเดือดกันให้ถึงใจ ระหว่าง “เฟรดดี แฮ็กเกอร์ตี” กำปั้นฟอร์มแรง จากเกาะอังกฤษ พบกับ “จอร์แดน...