ONE Fight Night 45 – เปิดโปรแกรมเดือด เสือแบล็ค จับมือ แบล็คแพนเธอร์ ล่าชัย

0

ศึก ONE Fight Night 45 พร้อมเปิดฉากความมันเต็มพิกัดในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. 69 ด้วยโปรแกรมการแข่งขันสุดเดือด 9 คู่ นำโดยคู่เอก “ลุค ลิสซีย์” มวยมากฝีมือจากสหรัฐอเมริกา เปิดศึกกับ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” จอมบู๊อาวุธหนักจากแอลจีเรีย พร้อมด้วยสองนักสู้ชาวไทยสายลุยอย่าง “เสือแบล็ค ท.พราน49” และ “แบล็คแพนเธอร์” ที่เตรียมขึ้นสังเวียนสร้างความตื่นเต้นให้แฟนมวยทั่วโลก

คู่เอกของรายการ “ลุค ลิสซีย์” มวยเชิงสูงจากสหรัฐอเมริกา วัย 30 ปี เล็งล่าชัยหลังสะดุดแพ้ทีเคโอในศึก ONE Fight Night 37 เมื่อเดือน พ.ย. 68 ให้กับ “นิโค คาร์ริลโล” ที่ในขณะนั้นยังไม่ได้ครองตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล

ขณะที่ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” สายบู๊ วัย 29 ปี จากแอลจีเรีย ตั้งเป้ากลับคืนสู่เส้นทางแห่งชัยชนะเช่นกัน หลังผลงานในไฟต์ล่าสุดศึก ONE Fight Night 33 เมื่อเดือน ก.ค. 68 จบลงแบบ “ไม่มีผลการแข่งขัน (No Contest)” เนื่องจากพลาดทำนิ้วจิ้มตา “ชาโด้ มาวินมวยไทย” ไฟต์นี้ทั้งคู่จึงต้องงัดอาวุธเด็ดเพื่อคว้าชัยคืนมา โดยจะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)

ONE Fight Night 45 - เปิดโปรแกรมเดือด เสือแบล็ค จับมือ แบล็คแพนเธอร์ ล่าชัย

ด้านคู่รอง “เสือแบล็ค ท.พราน49” มวยกะเหรี่ยงสายลุย วัย 29 ปี จากเพชรบุรีได้คิวขึ้นสังเวียนเพื่อกู้ฟอร์มเก่งในการพบกับ “สตีเฟน เออร์วิน” นักสู้วัย 25 ปี จากสกอตแลนด์ ที่จะปรากฏตัวบนเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรกในฐานะนักกีฬา ONE เต็มตัว โดยจะดวลกันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

นอกจากนี้ “แบล็คแพนเธอร์” มวยฝีมือจัดจ้าน วัย 26 ปี จากสงขลา ออกเดินหน้าล่าแต้มชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 6 ในครั้งนี้โดย โดยโคจรมาเจอกับ “ฌอน คลิมาโค” จอมชั้นเชิง วัย 32 ปี ตัวแทนฟิลิปปินส์-สหรัฐอเมริกา ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต ร่วมด้วยเหล่ายอดฝีมือระดับโลกตบเท้าประชันฝีมือกันอีกเพียบโปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE Fight Night 45

คู่เอก ลุค ลิสซีย์ vs โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.), คู่รอง เสือแบล็ค ท.พราน49 vs สตีเฟน เออร์วิน (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), ลิโต อาดิวัง vs โจชัว เพอร์เรรา (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), จีฮิน รัดซวน vs อนาสตาเซีย นิโคลากาคอส (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.), ฟิลิปเป โลโบ vs ดีมิทรี คอฟตุน (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.), โบคัง มาซันเยน vs ลี ซัง ชอล (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.), แบล็คแพนเธอร์ vs ฌอน คลิมาโค (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.), อายากะ มิอูระ vs วิกตอเรีย ซูซา (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.), ซานซาร์ ซาคิรอฟ vs รุสลัน ซาตีเยฟ (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night 45 ทาง Watch.ONEFC.com, Facebook และ YouTube ของ ONE คู่แรกเริ่มเวลา 8.00 น. และทางช่อง 7HD กด 35 เริ่ม 10.00 น. จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

จรัสชัย – แบกความหวังครอบครัว เล็งปิดเกม ออตมาน รูนี ล่าโบนัส 4 ไฟต์ติด

0

จรัสชัย แม็กจันดี เครื่องร้อนเต็มกำลัง ประกาศขอสยบแกร่ง ออตมาน รูนี จากโมร็อกโก ตั้งเป้าล่าโบนัสและเพิ่มสถิติไร้พ่ายในรายการเป็นไฟต์ที่ 4 เพื่อเพิ่มโอกาสลุ้นสัญญา ONE โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 161 ที่จะถ่ายทอดสดจากเวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา) สู่สายตาแฟนกีฬาการต่อสู้กว่า 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. 69

จรัสชัย ดาวรุ่งไฟแรง วัย 18 ปี จากตรัง เปิดตัวอย่างร้อนแรงด้วยการเอาชนะคู่ชกแบบไม่ครบยกได้ 3 ไฟต์รวด พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทได้ทุกครั้ง รวมถึงไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 149 เมื่อเดือน เม.ย. 69 ที่โชว์เตะก้านคอปิดเกมน็อก ธานท์ ซิน จากเมียนมา ด้วยเวลาเพียง 1:38 นาทีของยกแรก ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งฟอร์มแรงที่น่าจับตามอง

“การเอาชนะ ธานท์ ซิน ซึ่งเป็นนักชกต่างชาติครั้งแรกใน ONE ลุมพินี ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดล็อกตัวเองและก้าวขึ้นไปอีกขั้น ชัยชนะครั้งนี้ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้ผมอยากเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อย ๆ”

“ผลงานที่เกิดขึ้นเกินความฝันไปมาก ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้รวดเร็วขนาดนี้ ตอนแรกหลายคนมองว่าผมยังไม่เหมาะสมกับรายการ แต่เมื่อได้รับโอกาส ผมก็พยายามพัฒนาฝีมือจนปรับตัวได้ดีขึ้น และรู้สึกภูมิใจมากกับเส้นทางตอนนี้”

“ผมมุ่งมั่นตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุด เพราะอยากสร้างรายได้จากการชกมวยเพื่อช่วยให้คนที่บ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะตอนนี้ผมต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลพ่อแม่ที่ทำงานไม่ค่อยได้ ช่วยค่าเล่าเรียนของพี่สาว และยังต้องส่งตัวเองเรียนด้วยครับ”

การซ้อมอยู่ที่ค่ายมวยพีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ซึ่งทำให้ จรัสชัย ได้ใกล้ชิดกับนักสู้ดีกรีแชมป์โลก ONE อย่าง พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค. และ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย ก็กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวอยากทำให้ตัวเองเก่งขึ้น เพื่อก้าวขึ้นไปประสบความสำเร็จในระดับสูงให้ได้เช่นเดียวกัน

“ผมยังมีหลายจุดที่ต้องพัฒนา ทั้งเรื่องการออกหมัด การป้องกันอาวุธ และการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย เพื่อให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ในเกมที่ยืดเยื้อ”

“การได้ซ้อมกับ พี่พระจันทร์ฉาย และพี่ตะวันฉาย แทบทุกวัน ทำให้ผมได้เรียนรู้และมีแรงบันดาลใจมากขึ้น ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กอายุ 18 ปีอย่างผมก็สามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้เหมือนกันครับ”

จรัสชัย - แบกความหวังครอบครัว เล็งปิดเกม ออตมาน รูนี ล่าโบนัส 4 ไฟต์ติด

ด่านต่อไป จรัสชัย ต้องวัดฝีมือกับ ออตมาน เจ้าของสถิติชนะ 11 จาก 17 ไฟต์ในการชกระดับอาชีพ ที่หวังกลับมาแก้มือเต็มที่ หลังเปิดตัวพ่ายคะแนนไม่เอกฉันท์ให้กับ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง ในศึก ONE ลุมพินี 155 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเขาทำผลงานสู้ได้ดีจนได้รับเสียงชื่นชมพอสมควร

จรัสชัย พร้อมเต็มที่สำหรับการออกล่าชัยชนะไฟต์ที่ 4 โดยเตรียมแผนเด็ดมาไว้รับมือ ออตมาน แล้วเรียบร้อย และไม่หวั่นหากต้องสู้กันจนครบยก โดยเชื่อว่าตนจะสามารถเก็บชัยสวยและลุ้นทุบโบนัสเป็นก้อนที่ 4 ในรายการนี้

“ออตมาน เป็นนักชกที่รูปร่างสูงและออกหมัดเป็นชุดได้ดี แต่ไฟต์นี้ต้องชกมวยไทย ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นข้อได้เปรียบของผม ทั้งในเรื่องความคุ้นเคยและกระดูกมวย ส่วนรูปเกมน่าจะออกมาสูสี เพราะเราต่างเป็นมวยสูงยาวที่ชอบชิงจังหวะกัน สุดท้ายอาจตัดสินกันที่ความเร็ว ซึ่งเป็นจุดที่ผมมั่นใจว่าตัวเองได้เปรียบครับ”

“ตอนนี้ผมเหมือนเด็กที่กำลังห้าว พร้อมล่าชัยชนะและคว้าโบนัส 4 ไฟต์ติด ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นใครทำได้แบบนี้มาก่อน ผมจึงอยากทำให้ทุกคนเห็นครับ”

ถึงตอนนี้ จรัสชัย ตั้งเป้าหมายชัดว่าต้องการคว้าสัญญา ONE มาครองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าความทุ่มเทและความพยายามที่สั่งสมบนเส้นทางมวยไทยตลอดมานั้นไม่สูญเปล่า โดยตั้งใจสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนรอบข้างที่คอยสนับสนุนมาตลอด

“ผมเชื่อว่าถ้าไฟต์นี้สามารถเอาชนะคู่ชกได้อย่างสวยงาม ก็มีโอกาสได้รับการพิจารณาลุ้นคว้าสัญญา ONE แต่สิ่งสำคัญคือผมต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนหลังจากนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นต้องรอลุ้นกัน”

“การได้สัญญา ONE มีความหมายกับผมมาก เพราะเป็นเหมือนเครื่องพิสูจน์ว่าเด็กบ้านนอกคนหนึ่งสามารถสร้างอนาคตด้วยมวยไทยได้จริง และถ้าวันหนึ่งผมทำสำเร็จ จะถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งใหญ่”

“ไฟต์นี้ผมยังมุ่งมั่นเต็มที่เหมือนเดิม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัว ตอนนี้เป้าหมายของผมมีเพียงอย่างเดียว คือการคว้าสัญญา ONE ให้ได้ครับ”

เสือแบล็ค – ประกาศกู้ฟอร์มดุบู๊แหลก สตีเฟน เออร์วิน ศึก ONE Fight Night 45

0

เสือแบล็ค ท.พราน49 มวยพลังแกร่งจากเพชรบุรีตั้งเป้าทวงคืนฟอร์มเก่งด้วยการกลับมาชกในสไตล์ดุดันตามถนัด เพื่อคว้าชัยเหนือ สตีเฟน เออร์วิน จอมบู๊จากสกอตแลนด์ ในศึก ONE Fight Night 45: ลุค vs โมฮาเหม็ด โดยทั้งคู่จะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้

เสือแบล็ค เคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการคว้าชัย 6 ไฟต์ติดต่อกันในช่วงปี 2566-67 ก่อนผลงานช่วงหลังจะสะดุด ใน 2 ไฟต์ล่าสุด โดยแพ้ให้กับ ปกรณ์ พีเค.เสี่ยเล่เต็นท์มังกร ในศึก ONE ลุมพินี 137: ตะวันฉาย vs เมิงหยาง เมื่อเดือน ธ.ค. 68 และ “ฮิว” จากญี่ปุ่น ในศึก ONE Fight Night 41: สินสมุทร vs จอร์จ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่รู้สึกท้อ เพราะมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นจุดบกพร่องเพื่อนำไปพัฒนาตัวเอง โดยมีภรรยาคอยเป็นกำลังใจสำคัญ

“ถึง 2 ไฟต์ล่าสุดจะแพ้ แต่ผมไม่ได้ท้อครับ เพราะใน ONE มีแต่นักมวยเก่ง ๆ ทั้งนั้น การแพ้ ปกรณ์ หรือ ฮิว ไม่ได้ทำให้ผมเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมลดมาชกรุ่นฟลายเวต ตอนซ้อมผมพร้อมมาก แต่พอขึ้นเวทีกลับกลัวว่าจะทำให้แฟนมวยผิดหวัง กังวลว่าจะเล่นฝีมือหรือจะบู๊ดี วางตัวไม่ถูกเลยเสียโอกาสตรงนั้นไปครับ”

“คนที่ให้กำลังใจผมมากที่สุดคือครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา เวลาผมแพ้แล้วโดนวิจารณ์จนอยากจะเลิกชกมวย เขาจะบอกเสมอว่าผมเป็นนักมวยที่เก่งคนหนึ่ง เพียงแต่ยังดึงศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ ยังมีนักมวยอีกหลายคนที่แพ้มากกว่าผมแต่ไม่เคยท้อถอย คำพูดของเขาทำให้ผมกลับมามั่นใจ และเชื่อว่าถ้าผมไม่เก่งจริง ก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ครับ”

ด้าน “สตีเฟน” นักสู้ฟอร์มแรงจากสกอตแลนด์ คว้าชัย 7 จาก 8 ไฟต์ใน ONE ลุมพินี พร้อมคว้าสัญญา ONE เป็นคนที่ 33 ของรายการ จากการหวดก้านคอน็อก “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” ในศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อเดือน ต.ค. 68 โดยไฟต์นี้จะเป็นการประเดิมเวทีระดับโลกครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวหวังเปิดตัวด้วยการโค่น “เสือแบล็ค” เพื่อแจ้งเกิดในรุ่นฟลายเวต โดยแม้ “เสือแบล็ค” จะมองว่าคู่ชกรายนี้มีความอันตราย แต่ยังเชื่อว่าเขาสามารถรับมือได้แน่นอน

“ผมศึกษา สตีเฟน มาระดับหนึ่ง สองไฟต์ล่าสุดเขาเอาชนะ ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป และ แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ เขาเป็นนักมวยที่เก่ง อาวุธหลากหลาย และหมัดหนัก แต่ผมไม่ได้กังวลอะไร เพราะเชื่อมั่นในตัวเอง กลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่จะได้วัดฝีมือกับนักชกระดับนี้ที่คว้าสัญญาจากเวที ONE ลุมพินี มาเหมือนกัน”

เสือแบล็ค - ประกาศกู้ฟอร์มดุบู๊แหลก สตีเฟน เออร์วิน ศึก ONE Fight Night 45

“ปกติเขาชกที่พิกัด 125 ปอนด์ ซึ่งอาวุธก็หนักอยู่แล้ว พอขยับขึ้นมา 135 ปอนด์ อาวุธเขาน่าจะหนักกว่าเดิม ส่วนผมลดจาก 145 ลงมาร้อย 135 ปอนด์ ทำให้ไฟต์นี้น่าสนใจ เพราะเราต่างต้องมาพิสูจน์ว่าใครจะรับแรงปะทะได้ดีกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่าอาวุธของตัวเองหนักไม่แพ้เขาเหมือนกันครับ”

หลังพลาดท่าในการประเดิมรุ่นฟลายเวตครั้งที่แล้ว “เสือแบล็ค” ยังคงเปี่ยมด้วยความกระหายที่จะกลับมาเก็บชัยชนะ พร้อมเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองในพิกัดนี้ และยืนยันว่าตนยังมีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลก

“ผมกระหายชัยชนะทุกไฟต์อยู่แล้วครับ เพียงแต่ไฟต์ล่าสุดกับ ฮิว ผมยังทำไม่สำเร็จ หลังจบไฟต์วันเสาร์ ช่วงเย็นผมกลับมาซ้อมต่อทันที เพราะไม่ได้มีอาการบาดเจ็บ และยังรักษาสภาพร่างกายมาอย่างต่อเนื่อง”

“ช่วงแรกก็รู้สึกผิดหวังครับ แต่ความเสียใจไม่ได้ช่วยให้ตัวเองเก่งขึ้น ผมเลยเลือกกลับมาซ้อมหนักเหมือนเดิม ถึงวันนี้จะยังไม่ชนะ แต่ผมเชื่อว่าถ้ายังพยายามต่อไป สักวันชัยชนะต้องเป็นของผมครับ”

แม้ผลงานช่วงหลังจะไม่เป็นดั่งใจ แต่ “เสือแบล็ค” ยืนยันว่าไฟต์นี้แฟนมวยจะได้เห็นนักสู้สายบู๊คนเดิมกลับมาอีกครั้ง โดยพร้อมเปิดเกมแลกอาวุธเต็มที่ หวังโชว์ศักยภาพเรียกศรัทธาคืนจากแฟนมวย และคว้าชัยเหนือ “สตีเฟน” ในไฟต์สำคัญที่เจ้าตัวยกให้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์บนเส้นทางอาชีพ

“ครั้งนี้จะสู้แบบเน้นปะทะแน่นอน ไม่เล่นเชิงแบบมวยฝีมือแล้ว อยากกลับไปเป็น เสือแบล็ค คนเดิมตอนเข้ามาในรายการ ONE ใหม่ ๆ อยากโชว์ศักยภาพให้แฟนมวยเห็นว่าผมยังมีดีพอ อย่างแรกคือหวังชัยชนะ แต่ที่สำคัญที่สุดคืออยากทำผลงานให้ออกมาดีและทำให้แฟนมวยประทับใจครับ”

“นี่เป็นอีกไฟต์ที่ชี้ชะตาผม เพราะได้เจอกับนักชกระดับ สตีเฟน ที่มีสัญญา ONE เหมือนกัน ผมเตรียมตัวมาเต็มที่ และอยากพิสูจน์ให้เห็นว่านักชกสัญญา ONE จากไทยกับสกอตแลนด์ ใครจะทำผลงานได้ดีกว่ากัน”

“วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ ฝากแฟนมวยทั่วโลกช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ เสือตัวนี้จะกลับมาโชว์ฟอร์มดุเหมือนเดิมแน่นอนครับ”

โจชัว – กอดบัลลังก์แน่นป้องแชมป์โลก ONE MMA ศึก The Inner Circle 21

0

ONE กลับมามอบความมันให้กับแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ในรายการ The Inner Circle 21 และ ONE ลุมพินี 161 ซึ่งถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. 69 โดยนักสู้ทั้ง 28 คนในสองอีเวนต์ ต่างงัดอาวุธเด็ดออกมาโชว์สร้างความเร้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ

คู่เอกของ The Inner Circle 21 “โจชัว พาซิโอ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) จากฟิลิปปินส์ ขึ้นป้องกันตำแหน่งจากผู้ท้าชิงคู่ปรับเก่า “มานซัวร์ มาลาชิเอฟ” จากรัสเซีย เริ่มต้นเกมทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือดทั้งเกมยืนและเกมนอน แต่สุดท้าย “โจชัว” ชิงจังหวะใช้ท่ารัดคอจากด้านหลัง “Rear Naked Choke (เรียร์ เนกเกด โช้ก)” เล่นงาน “มานซัวร์” จนหลับคาเวที ปิดเกมในนาทีที่ 4:23 ของยกแรก ป้องกันเข็มขัดได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคว้าโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1,600,000 บาท) กลับบ้านไปด้วย

อีกคู่ไฮไลต์ที่น่าสนใจ “เดชชวลิต ซิลค์มวยไทย” ดาวรุ่งไฟแรงจากชลบุรี ปะทะ “ทอม คาสส์” กำปั้นพลังแกร่งจากฝรั่งเศส ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ปรากฏว่าตลอดทั้ง 3 ยก “เดชชวลิต” เดินหน้าออกอาวุธได้จะแจ้ง และส่ง “ทอม คาสส์” ร่วงลงพื้น ได้ยกละ 1 นับ เมื่อครบ 3 ยก “เดชชวลิต” เอาชนะ “ทอม คาสส์” ไปได้ด้วยคะแนนเอกฉันท์ เก็บสถิติไร้พ่ายเป็นไฟต์ที่ 5 ในรายการอย่างสวยงาม

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 21

คู่เอก โจชัว พาซิโอ (ฟิลิปปินส์) ชนะซับมิชชัน มานซัวร์ มาลาชิเอฟ (รัสเซีย) นาทีที่ 4:23 ของยกแรก (ชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

โชโสะ อิโซจิมะ (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ เอดูอาร์ด โฟลายัง (ฟิลิปปินส์) นาทีที่ 4:29 ของยกแรก (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

เดชชวลิต ซิลค์มวยไทย ชนะคะแนนเอกฉันท์ ทอม คาสส์ (ฝรั่งเศส) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

อาลี เคลาต (ตุรกี) ชนะทีเคโอ เอเลียส อับเดลาลี (ฝรั่งเศส) นาทีที่ 2:29 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ขณะที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 161 ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน โดย “จรัสชัย แม็กจันดี” ยอดฝีมือจากตรัง พบกับ “ออตมาน รูนี” นักสู้ฝีมือจัดจ้านจากโมร็อกโก ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ไฟต์นี้ “จรัสชัย” ออกมาบู๊ด้วยความมั่นใจ ขณะที่ “ออตมาน” อาศัยความคล่องตัวชิงจังหวะโต้กลับ จุดเปลี่ยนมาเกิดในยก 2 เมื่อ “จรัสชัย” สาดแข้งใส่ “ออตมาน” แต่กลับพลาดโดนหมัดฮุกซ้ายสวนเข้าปลายคางหล่นพื้นเสียนับไปก่อน เข้าสู่ยกตัดสิน “จรัสชัย” จึงเร่งเครื่องบุกเต็มที่ และได้จังหวะแทงเข่าลอยสองชั้นตามด้วยก้านคอจนได้นับคืนมา สุดท้ายครบ 3 ยก ผู้ตัดสินชูมือให้ “จรัสชัย” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ เก็บชัยชนะ 4 ไฟต์รวดได้แบบสุดมัน

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 161

โจชัว - กอดบัลลังก์แน่นป้องแชมป์โลก ONE MMA ศึก The Inner Circle 21

คู่เอก จรัสชัย แม็กจันดี ชนะคะแนนเอกฉันท์ ออตมาน รูนี (โมร็อกโก) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

คู่รอง เพชรสยาม น้ำดื่มทีทูเอวอเตอร์อุบล ชนะทีเคโอ นิฮัด ทากิซาเด (อาเซอร์ไบจาน) นาทีที่ 1:53 ของยกแรก (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์ ชนะน็อก ทองลำพูน เอฟเอ.กรุ๊ป นาทีที่ 2:57 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ทอม คีโอ (ไอร์แลนด์) ชนะน็อก ไมเคิล บารานอฟ (รัสเซีย) นาทีที่ 0:46 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

กล้ารบ หนุ่ยกาแฟโบราณ ชนะคะแนนเอกฉันท์ โอมาร์ เอล ฮาลาบี (เลบานอน) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

กุหลาบขาว ลูกสิงห์นำชัย ชนะทีเคโอ เมชาล อัลซาอีด (คูเวต) นาทีที่ 1:15 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

โก โทโดโรกิ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก อเล็กซานเดอร์ ข่าน (ฝรั่งเศส/ไทย) นาทีที่ 3:21 ของยกแรก (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

ซัลโว ทอฝันฟาร์ม ชนะน็อก ขุนเดช พีเค.แสนชัย นาทีที่ 2:28 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ปฏิภาณ อาจหินกอง ชนะคะแนนเอกฉันท์ เจ ฮัน (มาเลเซีย) (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

คัง มิน ซัง (เกาหลีใต้) ชนะน็อก ยูเซอิ อิวากุระ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 2:07 ของยก 2 (MMA รุ่นไลต์เวต 155-170 ป.)

ตลอดการแข่งขันสุดมันทั้งสองอีเวนต์ในค่ำคืนนี้มีนักกีฬา 8 ราย โชว์ฝีมือปิดเกมเข้าตา “บิ๊กบอส” ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประกาศมอบเงินรางวัลโบนัสพิเศษให้แบบจุใจ ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ โจชัว พาซิโอ (50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านบาท), อาลี เคลาต ในรายการ The Inner Circle 21 และ ซัลโว ทอฝันฟาร์ม, โก โทโดโรกิ, กุหลาบขาว ลูกสิงห์นำชัย, ทอม คีโอ, เพชรสังวาลย์ ส.สมานการ์เม้นท์, เพชรสยาม น้ำดื่มทีทูเอวอเตอร์อุบล ในการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 161 รวมยอดเกือบ 4,050,000 บาท (สี่ล้านห้าหมื่นบาท)

วัชรพล – ลุ้นยืดไร้พ่ายไฟต์ที่ 6 ปะทะ อัคราม คู่เอกศึก ONE ลุมพินี 164

0

วัชรพล เหล่าโชคเจริญ มวยหมัดดุ วัย 33 ปี จากนครราชสีมา พร้อมกลับมาสานต่อสถิติไร้พ่ายไฟต์ที่ 6 ปะทะ อัคราม ฮามิดี จอมพลิ้ว วัย 27 ปี ตัวแทนฝรั่งเศส/แอลจีเรีย ในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกศึก ONE ลุมพินี 164 ที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. นี้ พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) สู่ 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

ไฟต์นี้ วัชรพล มาพร้อมเป้าหมายคว้าชัยรวดไฟต์ที่ 6 เพื่อขยับเข้าใกล้สัญญา ONE อีกขั้น โดยจะต้องเผชิญด่านท้าทายอย่าง อัคราม ที่เคยผ่านประสบการณ์ปะทะ 2 ยอดฝีมืออย่าง สามเอ ไก่ย่างห้าดาว และ พระจันทร์ฉาย ป๋องสุพรรณ พีเค. มาแล้ว และครั้งนี้จะหวนคืนสังเวียน ONE ลุมพินี ในรอบเกือบ 2 ปี พร้อมกับลดรุ่นลงมาชกในพิกัด 118 ป. โดยหวังกู้ฟอร์มเก่งและสร้างชื่ออีกครั้งบนเวทีนี้ หากเขาสามารถหยุดสถิติไร้พ่ายของ วัชรพล บทสรุปจะเป็นอย่างไร? แฟนมวยต้องติดตามชม!

วัชรพล ถือเป็นอีกหนึ่งนักชกไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องหมัดอันทรงพลัง โดยพิสูจน์ให้แฟนมวยทั่วโลกได้เห็นมาแล้วด้วยการใช้ปิดเกมไวคู่ชกได้ถึง 4 ไฟต์ติดต่อกัน ก่อนที่ไฟต์ล่าสุดเจ้าตัวเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ลีอันโดร ดูกลาส จากบราซิล ในศึก ONE ลุมพินี 145 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

วัชรพล - ลุ้นยืดไร้พ่ายไฟต์ที่ 6 ปะทะ อัคราม คู่เอกศึก ONE ลุมพินี 164

ไฟต์นี้หาก วัชรพล สามารถงัดฟอร์มดุเผด็จศึกมวยฝีมือฉกาจอย่าง “อัคราม” ลงได้อย่างสวยงาม ก็จะถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเขาพร้อมหรือยังที่จะก้าวขึ้นไปลุ้นคว้าสัญญา ONE มาครองในอนาคต

ด้าน อัคราม เข้ามาชกใน ONE ตั้งแต่ปี 2566 โดยเคยฝากผลงานแจ่มด้วยการปิดเกม 2 จอมบู๊อย่าง จอมโหด ออโต้มวยไทย และ ก้องชัย ไฉนดอนเมือง รวมถึงยังเคยต่อกรกับยอดมวยอย่าง พระจันทร์ฉาย ได้อย่างสนุกในกติกาคิกบ็อกซิง ขณะที่ผลงานล่าสุดเขาพลาดท่าพ่ายน็อกยกแรก สามเอ ในศึก ONE ลุมพินี 81 เมื่อเดือน ก.ย. 67

หลังห่างหายจากสังเวียน ONE ไปนานเกือบ 2 ปี ครั้งนี้ อัคราม กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นหวังดับฮอตมวยไร้พ่ายอย่าง วัชรพล ให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าตนยังดีพอที่จะกลับมาแจ้งเกิดบนสังเวียนแห่งนี้อีกครั้ง

ศึก ONE ลุมพินี 164 จองบัตรเข้าชมในสนามได้ทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand, ยูทูบ ONE Championship, เว็บไซต์ Watch.ONEFC.com (เฉพาะบางประเทศ), ช่อง 7HD กด 35

อัลลิเซีย – ยกย่อง เพชรจีจ้า แกร่งสุดที่เคยเจอ เล็งเปิดตัว MMA ไฟต์หน้า

0

อัลลิเซีย เฮลเลน โรดริเกส แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) เปิดใจหลังเอาชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม รั้งเข็มขัดได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 5 ในรายการ The Inner Circle 19 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยยกย่องผู้ท้าชิงชาวไทยว่าเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาชีพ พร้อมเผยเป้าหมายต่อไปคือการท้าทายตัวเองในกติกาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA)

หลังรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเอาไว้ได้สำเร็จ “อัลลิเซีย” ไม่ลืมที่จะยกย่อง “เพชรจีจ้า” ว่าเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาชีพ และกล่าวขอบคุณที่ร่วมกันสร้างไฟต์สุดประทับใจให้แฟนมวยได้รับชม

“ในฐานะตัวแทนของ Phuket Fight Club พวกเราภูมิใจมากที่คว้าชัยชนะครั้งนี้ได้ เพราะนอกจากจะเพิ่มสถิติชนะให้ตัวเองอีกหนึ่งไฟต์แล้ว ยังสามารถรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้เอาไว้ได้ด้วย”

“เพชรจีจ้า เป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาชีพของฉัน เธอสร้างความลำบากให้ฉันตลอดทั้งไฟต์ ต้องขอบคุณสำหรับการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ฉันเคารพและชื่นชมเธอมาก ถือเป็นเกียรติที่ได้ร่วมสังเวียนเดียวกัน และหวังว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งในอนาคตค่ะ”

“อัลลิเซีย” ยอมรับว่าการป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 5 เป็นเกมที่สูสีและดุเดือดสมศักดิ์ศรีไฟต์ชิงแชมป์ แต่เธอเชื่อว่าการเตรียมแผนของทีมที่รัดกุม รวมถึงการเดินกดดันผู้ท้าชิงอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เธอรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเอาไว้ได้

“ไฟต์นี้สูสีมาก แต่ฉันยังมั่นใจว่าทำได้ดีพอที่จะเป็นฝ่ายชนะ เพราะทีมเตรียมแผนมาดีมาก ฉันทำทุกอย่างตามที่ซ้อมไว้ ทั้งเตะ เข่า และเกมวงใน ช่วงสองยกแรกทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่พอเข้าสู่ยก 3 เกมเริ่มตึงเครียดและยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

อัลลิเซีย - ยกย่อง เพชรจีจ้า แกร่งสุดที่เคยเจอ เล็งเปิดตัว MMA ไฟต์หน้า

“หลังจากนั้นเราปรับเกมและกลับมาคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง ด้วยการเดินบุกและเล่นวงในต่อเนื่อง จน เพชรจีจ้า เริ่มเสียจังหวะและต้องถอยออกไป จากตรงนั้นรูปเกมก็เริ่มเข้าทางฝั่งเรา ทำให้รักษาความได้เปรียบเอาไว้และคว้าชัยชนะได้ในที่สุดค่ะ”

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฉันได้ชัยชนะและรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเอาไว้ได้ในไฟต์นี้คือ การเดินกดดันตลอดทั้งเกม ฉันเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าหาคู่ต่อสู้แทบทุกจังหวะ ซึ่งทำให้ เพชรจีจ้า ค่อย ๆ ล้าและหมดแรง”

หลังตอกย้ำความเป็นหนึ่งในกติกามวยไทยของรุ่นอะตอมเวตได้สำเร็จ “อัลลิเซีย” ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางใหม่ โดยพร้อมตอบรับโอกาสชิมลางในกติกาคิกบ็อกซิง และยังแย้มด้วยว่าได้เริ่มฝึกซ้อม MMA อย่างจริงจัง โดยมีแผนประเดิมสังเวียนในกติกานี้เป็นไฟต์ต่อไป

“ในฐานะนักกีฬาอาชีพ หน้าที่ของฉันคือทำผลงานให้ดีที่สุดทุกครั้งที่ได้รับโอกาส ไม่ว่าจะเป็นกติกามวยไทยหรือคิกบ็อกซิง ฉันก็พร้อมขึ้นชกและทุ่มเทเต็มร้อยเสมอค่ะ”

“ตอนนี้ฉันเริ่มฝึกซ้อม MMA แล้ว และตั้งใจจะทดสอบตัวเองในกติกานี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไฟต์ต่อไปก็น่าจะเป็นการเปิดตัวของฉันในกติกา MMA ค่ะ”

ปิดท้าย “อัลลิเซีย” กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาทั่วโลกที่ส่งกำลังใจให้ตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อกลับมาสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ขอบคุณทุกคนที่คอยส่งกำลังใจและสนับสนุนฉันมาตลอด รวมถึงทุกข้อความที่ส่งเข้ามา มันมีความหมายกับฉันมาก ฉันจะนำทุกกำลังใจไปพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แล้วพบกันใหม่ในไฟต์หน้าค่ะ”

ปตท. – ไม่โทษใคร ขอกลับไปทำการบ้านใหม่ กลับมาต้องแกร่งกว่าเดิม

0

ปตท. อภิชาติฟาร์ม ยืดอกรับแบบลูกผู้ชายว่าความใจร้อนคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ตนเสียท่าแพ้ จูลิโอ โลโบ จอมแกร่งจากบราซิลอย่างน่าเสียดาย ในศึกใหญ่ประจำไตรมาส 2 ของปี รายการ The Inner Circle 20 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมนำบทเรียนข้อผิดพลาดไปปรับปรุงและกลับมาลุยต่อครั้งหน้า

ปตท. จอมบู๊คางเหล็ก วัย 28 ปี กำลังมาแรงด้วยสถิติชนะรวดใน 3 ไฟต์หลัง แต่ต้องถูกหยุดไว้เท่านี้ หลังพ่ายทีเคโอยก 2 ให้กับ จูลิโอ อย่างน่าเจ็บใจ ทั้งที่เป็นฝ่ายเรียกนับได้ก่อนในยกแรก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเอง ทำให้ต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในครั้งนี้

“ไฟต์นี้ผมเน้นเพิ่มความแข็งแรง เพราะรู้ว่า จูลิโอ เป็นมวยสไตล์เดียวกัน มีอาวุธครบและพร้อมแลกกันอยู่แล้ว หลังจากได้นับในยกแรก ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้น แต่เป็นเพราะเร่งมากเกินไป ทำให้พลาดโดนบุกชุดใหญ่”

“ตอนโดนโจมตีหนักในยก 2 ผมยังมีสติเต็มที่ คิดอย่างเดียวว่าต้องสวนกลับให้ได้ แต่จังหวะนั้นโดนหมัดเข้าที่กกหูจนเสียอาการไป สุดท้ายผู้ตัดสินเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงยุติการชกทันที”

“ที่สำคัญต้องยกเครดิตให้ จูลิโอ ด้วย เขาเตรียมตัวมาดีมาก และเสริมหมัดมาสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไฟต์นี้ผมยอมรับว่าแพ้เพราะความประมาทและใจร้อนของตัวเอง ถ้ามีโอกาส ผมอยากแก้มือกับเขาอีกสักครั้ง เพื่อพิสูจน์ตัวเองและแก้ความคาใจให้ได้”

“ผมไม่ได้รู้สึกเสียดายที่ต้องแพ้ในไฟต์นี้ แต่ยังมีจุดบกพร่องอีกหลายอย่างที่ต้องปรับแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องป้องกันตัวที่ต้องทำให้ดีขึ้น หลังจากนี้ผมคงมองไปทีละไฟต์ และขอมีโอกาสได้ขึ้นชกต่อเนื่องก็พอครับ”

ปตท. - ไม่โทษใคร ขอกลับไปทำการบ้านใหม่ กลับมาต้องแกร่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม “ปตท.” ที่ฝากผลงานการชกไปแล้ว 5 ไฟต์ในศึก ONE ลุมพินี ยังแสดงความมุ่งมั่นชัดเจนว่าพร้อมกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งให้ทุกคนเห็นอีกครั้ง เพราะตนยังมีคนที่ให้กำลังใจอีกมาก และไม่อยากให้คนเหล่านั้นต้องผิดหวัง

“ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบของชีวิต ผมเพิ่งเริ่มต้นกับ ONE และยังมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ตราบใดที่รายการยังให้โอกาส ผมก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกไฟต์ เพื่อมอบความสุขให้แฟนมวยทุกคนครับ”

“แฟนมวยยังคอยให้กำลังใจผมเหมือนเดิม ถือเป็นแรงผลักดันให้ผมอยากเดินหน้าสู้ต่อไป แม้มีเสียงวิจารณ์เข้ามาบ้าง แต่ผมพร้อมรับฟังและนำไปปรับปรุงตัวเอง ถึงแพ้ผมก็พร้อมกลับมาสู้ใหม่เสมอครับ”

นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ข้อชี้แนะที่ดีจาก “บิ๊กบอส” ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ วัน แชมเปียนชิพ (ONE) ซึ่งเผยผ่านไลฟ์สดทางเพจ ONE Championship Thailand เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าตัวยิ่งฮึดสู้มากขึ้น

“ผมได้ฟังไลฟ์สดของบอสชาตรีที่พูดว่าทุกคนชื่นชมสไตล์การชกของผม แต่ควรใช้จังหวะให้เหมาะ ไม่ใช่เดินไล่กดดันตลอดเวลา เพราะอาจทำให้พลาดและโดนน็อกเอาต์ได้ ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาให้ดีขึ้น”

“ผมพร้อมนำคำแนะนำนี้มาปรับใช้ ถ้าคุมอารมณ์และใจเย็นมากขึ้น ทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน ขอบคุณบอสชาตรีที่ยังติดตามและให้โอกาสผมเสมอ ผมจะตอบแทนความหวังดีนี้ด้วยการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ”

แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

แสตมป์ – ขอเร่งฟิตอีก 2 ไฟต์ พร้อมลุยทั้งมวยไทย คิกบ็อกซิง และ MMA

0

“แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” มวยสาวสายลุยจากระยอง เปิดใจหลังเฉือนชนะคะแนนไม่เอกฉันท์เหนือ “ซินเทีย ฟลอเรส” จากเม็กซิโก โดยยอมรับว่ายังไม่พอใจกับฟอร์มการชกของตัวเอง ในรายการ The Inner Circle 20 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่พร้อมลุยต่อทั้งมวยไทย คิกบ็อกซิง และ MMA โดยมีเป้าหมายใหญ่กลับไปทวงคืนเข็มขัดแชมป์โลก MMA รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ที่เคยครอง

โดย “แสตมป์” ยอมรับตามตรงว่ายังไม่พอใจกับผลงานของตัวเองในไฟต์นี้ แม้จะสามารถเก็บชัยชนะกลับมาได้ โดยมองว่าผลงานบนเวทียังห่างไกลจากมาตรฐานที่ตัวเองคาดหวัง พร้อมยกย่องคู่ชกว่าเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งและสร้างความลำบากให้ตลอดทั้งเกม

หนูยังไม่พอใจกับผลงานไฟต์นี้เลยค่ะ ถ้าให้คะแนนตัวเองก็คงประมาณ 6 เต็ม 10 เพราะร่างกายยังไม่เข้าที่ ทำให้ออกอาวุธได้ไม่เต็มที่ หลายจังหวะตั้งใจจะเตะก้านคอ แต่ร่างกายไม่ตอบสนองอย่างที่คิด น่าจะเป็นผลจากการที่ไม่ได้ขยับร่างกายต่อเนื่องมาสักพัก”

“ต้องยอมรับว่าคู่ต่อสู้ทั้งเก่งและแข็งแรงค่ะ อาวุธที่อันตรายที่สุดคือหมัด ถ้าเข้าเต็ม ๆ ก็มีสิทธิ์หล่นได้ ส่วนที่เห็นว่าเขาเดินกดดันตลอดทั้ง 3 ยก เขาคงมองว่าหนูเริ่มแผ่ว เพราะออกอาวุธได้น้อยกว่าที่ควรค่ะ”

หลังผ่านบททดสอบในการคืนสังเวียนมาแล้ว 2 ไฟต์ “แสตมป์” ยืนยันว่าเป้าหมายสูงสุดยังคงเป็นการกลับไปชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) แต่จากฟอร์มในไฟต์ล่าสุด ทำให้มองว่าตัวเองยังไม่พร้อมสำหรับไฟต์ชิงเข็มขัด และต้องการลงแข่งขันอีก 1-2 ไฟต์เพื่อเรียกจังหวะและความฟิตกลับคืนมาก่อน

“จากฟอร์มในไฟต์นี้ ทำให้หนูคิดว่าอยากจะชกขยับร่างกายอีกสัก 1-2 ไฟต์ก่อน ถึงจะพร้อมชิงแชมป์โลก MMA จะเป็นมวยไทย คิกบ็อกซิง หรือ MMA ก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสำหรับไฟต์ชิงแชมป์ค่ะ”

แสตมป์ - ขอเร่งฟิตอีก 2 ไฟต์ พร้อมลุยทั้งมวยไทย คิกบ็อกซิง และ MMA

“หลังพักร่างกาย หนูจะกลับไปซ้อม BJJ เพื่อรื้อฟื้นทุกอย่างอีกครั้ง เพราะห่างจาก MMA มาประมาณ 2 ปี ทำให้บางจังหวะยังติดขัดว่าควรไปทางไหนหรือเล่นอย่างไร แต่เรื่องหัวใจพร้อมเต็มร้อยอยู่แล้ว รู้ดีว่าพอกลับไปซ้อม MMA เมื่อไหร่ ต้องเหนื่อยหนักแน่นอนค่ะ”

จากผลงานในไฟต์ล่าสุด “แสตมป์” มองว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องพัฒนา หากต้องกลับไปดวลกับนักชั้นนำในกติกามวยไทย โดยเฉพาะ “เวโร” และ “อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ชาวบราซิล ที่เธอยอมรับว่าจำเป็นต้องยกระดับความฟิตและการเตรียมตัวให้มากกว่านี้

“ถ้าหนูต้องเจอกับ เวโร หนูคงต้องกลับไปพัฒนาอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะระบบหายใจให้ดีกว่านี้ ส่วนถ้าได้เจอกับ อัลลิเซีย ในกติกามวยไทย หนูก็ต้องซ้อมหนักขึ้นอีก เพราะเขาทั้งแข็งแรง เก่ง และอันตรายในเกมวงในเหมือนเดิม”

สำหรับกรณีที่ “อัลลิเซีย” แสดงความสนใจอยากข้ามมาลองแข่งขันในกติกา MMA นั้น “แสตมป์” ยืนยันว่าพร้อมต้อนรับ และเชื่อว่าหากทั้งคู่ได้โคจรมาพบกัน จะเป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่น่าจับตามอง

“ถ้า อัลลิเซีย อยากมาลองแข่งกติกา MMA ก็ยินดีต้อนรับค่ะ รุ่นของเรายังมีนักสู้เก่ง ๆ อีกหลายคน ถ้าสุดท้ายมีโอกาสเจอกันก็พร้อมสู้ หนูมองว่าหนูน่าจะได้เปรียบในเกมภาคพื้น เพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน ส่วนเกมยืนน่าจะสูสีกัน เพราะต่างคนต่างถนัดการยืนสู้เหมือนกัน”

“ตอนนี้หนูขอโฟกัสกับการซ้อมเต็มที่ เพื่อกลับไปไล่ล่าแชมป์โลก MMA ให้ได้ ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่คอยส่งกำลังใจมาให้เสมอ แม้ไฟต์นี้อาจไม่ได้เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวัง แต่หนูก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ”

แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

อะเมซิ่ง มวยไทย เวิล์ด เฟสติวัล 2026 – ปิดฉากยิ่งใหญ่ ทัพนักชกไทย กวาด 9 ทอง

0

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขัน อะเมซิ่ง มวยไทย เวิล์ด เฟสติวัล 2026 มหกรรมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ โดยทัพนักชกเยาวชนไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยม ด้วยการคว้า 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง พร้อมกับ “ร้อยแก้ว ว.คู่สร้าง” ผงาดคว้ารางวัล นักมวยหญิงยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ไปครอง

พล.ต.ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยโลก มวยไทย (WBC MuayThai) และประธานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน อะเมซิ่ง มวยไทย เวิล์ด เฟสติวัล 2026 ( Amazing MuayThai World Festival 2026) ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 หลังจากเคยจัดในประเทศไทย 2 ครั้ง และประเทศอิตาลี 2 ครั้ง พร้อมมอบเหรียญรางวัลแก่นักกีฬา ที่อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

โดยการแข่งขันอะเมซิ่ง มวยไทย เวิล์ด เฟสติวัล 2026 ( Amazing MuayThai World Festival 2026) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยในฐานะ Soft Power ของประเทศไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งปีนี้มีนักกีฬาร่วมแข่งขันกว่า 950 คน จาก 62 ประเทศทั่วโลก พร้อมผู้ฝึกสอน คณะผู้แทน และผู้ติดตามรวมกว่า 3,000 คน สะท้อนการเติบโตของมวยไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ธนพล ภักดีภูมิ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่การแข่งขันประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งในด้านการจัดการแข่งขัน มิตรภาพระหว่างนักกีฬาจากทั่วโลก และผลงานอันยอดเยี่ยมของทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพ พร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั้ง 62 ประเทศ

อะเมซิ่ง มวยไทย เวิล์ด เฟสติวัล 2026 - ปิดฉากยิ่งใหญ่ ทัพนักชกไทย กวาด 9 ทอง

สำหรับผลงานของทีมชาติไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 14 คน สามารถคว้า 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง พร้อมคว้ารางวัลพิเศษ นักมวยหญิงยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน จากผลงานของ ร้อยแก้ว ว.คู่สร้าง

สรุปผลงานนักกีฬาทีมชาติไทย เหรียญทอง (9 เหรียญ) เอกพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์, โบวี่ ศิษย์อภิเดช, วุฒิกานต์ บูมเด็กเซียน, วุฒิไกร บูมเด็กเซียน, เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง, เดอะเล็ก รีโวลูชั่น ภูเก็ต, ร้อยแก้ว ว.คู่สร้าง, มาเฟีย ศิษย์อภิเดช, ยูสรี

เหรียญเงิน (2 เหรียญ) ตะวันฉาย ศิษย์อภิเดช, ร้อยอัปสร ว.คู่สร้าง, เหรียญทองแดง (3 เหรียญ) หนุ่มเมืองจันทร์ ศิษย์เจ๊ฟิล์ม, สาวเมืองจันทร์ ศิษย์เจ๊ฟิลม์, ยอดเหล็กเพชร

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการมวยไทยไทยในการยกระดับสู่เวทีนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก และการใช้มวยไทยเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

ขุนพลน้อย – เตรียมบู๊เดือด เกรเกอร์ ศึก ONE ลุมพินี 162

0

ขุนพลน้อย ส.สมหมาย นักสู้สายลุย วัย 33 ปี จากนครศรีธรรมราช ได้คิวดวลเดือดเพื่อล่าชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 2 กับ เกรเกอร์ ทอม จอมบู๊จากสกอตแลนด์ วัย 26 ปี ที่หวังกู้ฟอร์มเก่งหลังสะดุดพ่ายมา โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในศึก ONE ลุมพินี 162 วันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งออกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.

ขุนพลน้อย กำลังสร้างแรงกระเพื่อมในรุ่นด้วยผลงานอันร้อนแรง และมุ่งมั่นเดินหน้าเก็บชัยเพื่อไต่อันดับสู่กลุ่มนักชกแถวหน้า ขณะที่ เกรเกอร์ ซึ่งเพิ่งสะดุดพ่ายในไฟต์ล่าสุด ก็หวังเรียกความมั่นใจกลับคืนด้วยการหยุดฟอร์มแรงของจอมบู๊ชาวไทยให้ได้ ไฟต์นี้จึงมีเดิมพันมากกว่าชัยชนะ เพราะผู้ชนะไม่เพียงได้แรงส่งสำคัญ แต่ยังอาจคว้าโอกาสดวลคู่ชกระดับท็อป และขยับเข้าใกล้เป้าหมายสู่การเป็นก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้อีกด้วย

ขุนพลน้อย เป็นอีกหนึ่งนักชกดาวเด่นของรุ่น ด้วยสไตล์บู๊ดุดันและอาวุธหนักครบเครื่อง ทั้งยังเคยทำสถิติชนะรวด 6 ไฟต์ พร้อมคว้าโบนัส 3 ครั้ง ก่อนสะดุดพ่ายให้ รุสตัม ยูนูซอฟ กำปั้นฟอร์มแรงจากรัสเซีย ในศึก ONE ลุมพินี 139 เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวกลับมาเรียกความมั่นใจได้ทันทีด้วยการน็อก เย ยิ่น เนา จอมแกร่งจากเมียนมา ในศึก ONE ลุมพินี 153 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ไฟต์นี้ ขุนพลน้อย ตั้งเป้าเก็บชัยเหนือ เกรเกอร์ เพื่อสานต่อฟอร์มร้อนแรงและขยับขึ้นสู่หัวแถวของรุ่นต่อไป

ขุนพลน้อย - เตรียมบู๊เดือด เกรเกอร์ ศึก ONE ลุมพินี 162

สำหรับ เกรเกอร์ เคยระเบิดฟอร์มคว้าชัยพร้อมรับโบนัสมาแล้ว 2 ไฟต์ในศึก ONE ลุมพินี จากการเอาชนะน็อก ทากุ คอนโดะ ตั้งแต่ยกแรก ในศึก ONE ลุมพินี 63 เมื่อเดือน พ.ค. 67 ก่อนปิดเกมยก 2 ดอนคิงส์ โยธารักษ์มวยไทย ในศึก ONE ลุมพินี 142 เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

แต่ในไฟต์ล่าสุด เกรเกอร์ ต้องพบกับความผิดหวังหลังพ่ายคะแนนเอกฉันท์ให้ สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง ในศึก ONE ลุมพินี 147 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้การกลับมาครั้งนี้ เจ้าตัวตั้งเป้าเก็บชัยเหนือ ขุนพลน้อย เพื่อกู้คืนความมั่นใจ และกลับสู่เส้นทางลุ้นแจ้งเกิดในฐานะหนึ่งในจอมบู๊ของรุ่นที่ใครก็ไม่อาจประมาทได้

ศึก ONE ลุมพินี 162 จองบัตรเข้าชมในสนามได้ทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand, ยูทูบ ONE Championship, เว็บไซต์ Watch.ONEFC.com (เฉพาะบางประเทศ), ช่อง 7HD กด 35

บทความยอดฮิต

สินสมุทร หวนกู้ศรัทธา เตรียมประชันเดือด นาวเซต ศึก ONE 170

เติมความมันเพิ่มอีก 1 คู่ ในศึก ONE 170 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.นี้ โดยประกบ “สินสมุทร กลิ่นมี” นักชกพ่อลูกอ่อนจากชลบุรี มาพบกับ “นาวเซต ทรูจิลโล” กำปั้นรุ่นใหญ่ วัย 34...