รีเกียน เออร์เซล – รีแมตช์รั้งเข็มขัดมวยไทย จอร์จ จาร์วิส ศึก The Inner Circle 33

0

“รีเกียน เออร์เซล” แชมป์โลก ONE มวยไทย และ คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.) ชาวซูรินาม เตรียมออกโรงรั้งบัลลังก์มวยไทยครั้งที่ 4 ด้วยการเปิดโอกาสให้ “จอร์จ จาร์วิส” จากสหราชอาณาจักร ได้รีแมตช์แก้มือในรายการ The Inner Circle 33 ที่จะระเบิดศึกขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ย้อนกลับไปในศึก ONE Fight Night 34 เมื่อเดือน ส.ค. 68 “จอร์จ” เคยได้โอกาสขึ้นชิงเข็มขัดมวยไทยจาก “รีเกียน” แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันถูก “รีเกียน” อัดน็อกยกแรกเป็นครั้งแรกบนเส้นทางอาชีพ กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ปี “จอร์จ” เร่งฟอร์มขึ้นมาด้วยการปราบ 2 นักชกไทยตัวท็อปจนได้โอกาสกลับมาแก้มือ “รีเกียน” อีกครั้ง

งานนี้ “จอร์จ” พร้อมถอดบทเรียนทุกข้อผิดพลาดจากภาคแรก เพื่อล้างแค้นกระชากเข็มขัดจาก “รีเกียน” ให้ได้ ขณะที่ “รีเกียน” ก็พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อย้ำแผลคู่ปรับเก่า และตอกย้ำให้โลกเห็นว่าเขาคือนักชกรุ่นไลต์เวตที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์

หลังป้องกันเข็มขัดมวยไทยจาก “จอร์จ” ได้สำเร็จ ไฟต์ล่าสุด “รีเกียน” พาตัวเองกลับมาขึ้นแท่นเป็นราชัน ONE 2 กติกาแห่งรุ่นไลต์เวตได้อีกครั้ง ด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง” ในศึกชิงเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวตที่ว่างอยู่ในรายการ The Inner Circle 10 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

รีเกียน เออร์เซล - รีแมตช์รั้งเข็มขัดมวยไทย จอร์จ จาร์วิส ศึก The Inner Circle 33

กลับมาครั้งนี้ “รีเกียน” เจ้าของสถิติชนะ 14 จาก 15 ไฟต์ที่ขึ้นชกใน ONE พร้อมสานต่อฟอร์มแรงย้ำชัยคู่ปรับเก่าเพื่อรั้งเข็มขัดมวยไทยเป็นครั้งที่ 4 และรักษาสถานะราชัน ONE 2 กติกาแห่งรุ่นไลต์เวตต่อไป

ด้าน “จอร์จ” หลังพ่าย “รีเกียน” ก็สามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันควัน เริ่มจากเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “สินสมุทร กลิ่นมี” ในศึก ONE Fight Night 41 และล่าสุดทำผลงานชิ้นโบแดงด้วยการกดหมัดอัดน็อก “รุ่งราวี” คู่ปรับเก่าได้อีกครั้งในศึก ONE Fight Night 44 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังปิดเกมจอมอึดอย่าง “รุ่งราวี” ได้เป็นครั้งที่ 2 “จอร์จ” จึงไม่รอช้า ประกาศท้ารีแมตช์ชิงเข็มขัดจาก “รีเกียน” ทันที ก่อนจะได้รับโอกาสให้กลับมาแก้มือสมใจ ซึ่งต้องรอดูว่าครั้งนี้ “จอร์จ” จะสามารถเขี่ย“รีเกียน” ตกบัลลังก์ได้หรือไม่

ติดตาม “รีเกียน vs จอร์จ 2” วันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 33 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle: https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

รีเกียน เออร์เซล – รีแมตช์รั้งเข็มขัดมวยไทย จอร์จ จาร์วิส ศึก The Inner Circle 33

0

“รีเกียน เออร์เซล” แชมป์โลก ONE มวยไทย และ คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.) ชาวซูรินาม เตรียมออกโรงรั้งบัลลังก์มวยไทยครั้งที่ 4 ด้วยการเปิดโอกาสให้ “จอร์จ จาร์วิส” จากสหราชอาณาจักร ได้รีแมตช์แก้มือในรายการ The Inner Circle 33 ที่จะระเบิดศึกขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ย้อนกลับไปในศึก ONE Fight Night 34 เมื่อเดือน ส.ค. 68 “จอร์จ” เคยได้โอกาสขึ้นชิงเข็มขัดมวยไทยจาก “รีเกียน” แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันถูก “รีเกียน” อัดน็อกยกแรกเป็นครั้งแรกบนเส้นทางอาชีพ กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ปี “จอร์จ” เร่งฟอร์มขึ้นมาด้วยการปราบ 2 นักชกไทยตัวท็อปจนได้โอกาสกลับมาแก้มือ “รีเกียน” อีกครั้ง

งานนี้ “จอร์จ” พร้อมถอดบทเรียนทุกข้อผิดพลาดจากภาคแรก เพื่อล้างแค้นกระชากเข็มขัดจาก “รีเกียน” ให้ได้ ขณะที่ “รีเกียน” ก็พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อย้ำแผลคู่ปรับเก่า และตอกย้ำให้โลกเห็นว่าเขาคือนักชกรุ่นไลต์เวตที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์

หลังป้องกันเข็มขัดมวยไทยจาก “จอร์จ” ได้สำเร็จ ไฟต์ล่าสุด “รีเกียน” พาตัวเองกลับมาขึ้นแท่นเป็นราชัน ONE 2 กติกาแห่งรุ่นไลต์เวตได้อีกครั้ง ด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง” ในศึกชิงเข็มขัด ONE คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวตที่ว่างอยู่ในรายการ The Inner Circle 10 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

รีเกียน เออร์เซล - รีแมตช์รั้งเข็มขัดมวยไทย จอร์จ จาร์วิส ศึก The Inner Circle 33

กลับมาครั้งนี้ “รีเกียน” เจ้าของสถิติชนะ 14 จาก 15 ไฟต์ที่ขึ้นชกใน ONE พร้อมสานต่อฟอร์มแรงย้ำชัยคู่ปรับเก่าเพื่อรั้งเข็มขัดมวยไทยเป็นครั้งที่ 4 และรักษาสถานะราชัน ONE 2 กติกาแห่งรุ่นไลต์เวตต่อไป

ด้าน “จอร์จ” หลังพ่าย “รีเกียน” ก็สามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันควัน เริ่มจากเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “สินสมุทร กลิ่นมี” ในศึก ONE Fight Night 41 และล่าสุดทำผลงานชิ้นโบแดงด้วยการกดหมัดอัดน็อก “รุ่งราวี” คู่ปรับเก่าได้อีกครั้งในศึก ONE Fight Night 44 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังปิดเกมจอมอึดอย่าง “รุ่งราวี” ได้เป็นครั้งที่ 2 “จอร์จ” จึงไม่รอช้า ประกาศท้ารีแมตช์ชิงเข็มขัดจาก “รีเกียน” ทันที ก่อนจะได้รับโอกาสให้กลับมาแก้มือสมใจ ซึ่งต้องรอดูว่าครั้งนี้ “จอร์จ” จะสามารถเขี่ย“รีเกียน” ตกบัลลังก์ได้หรือไม่

ติดตาม “รีเกียน vs จอร์จ 2” วันศุกร์ที่ 2 ต.ค. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 33 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle: https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

สินสมุทร – กู้ฟอร์มดวลน้องใหม่ดีกรีโหด ชินทาโร มัตสึกุระ ศึก ONE ซามูไร 4

0

“ชินทาโร มัตสึกุระ” นักสู้ป้ายแดงจากญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัวใน ONE ต่อหน้าแฟนมวยบ้านเกิด พบกับ “สินสมุทร กลิ่นมี” กำปั้นแกร่งจากชลบุรี ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.) ในศึก ONE ซามูไร 4 วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69 ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ศึกนี้คือบททดสอบสำคัญของทั้งคู่ โดย “ชินทาโร” หวังตามรอยเพื่อนร่วมทีมบาชิเลอุสึยิม (Vasileus) อย่าง “ทาเครุ” และ “มาซาอากิ โนอิริ” เข้ามาแจ้งเกิดในรายการระดับโลก ONE ขณะที่ “สินสมุทร” ตั้งเป้าหยุดสถิติแพ้สองไฟต์ติด กลับสู่เส้นทางชัยชนะเพื่อเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งเขาขึ้นไปยืนแถวหน้าของรุ่นไลต์เวตอีกครั้ง งานนี้พร้อมวัดเดือดกันหมัดต่อหมัด ใครไม่แน่จริงมีร่วง แฟนมวยเตรียมรอจับตาดูกันให้ดี!

“ชินทาโร” นักสู้ประสบการณ์สูงของแดนซามูไร มีตำแหน่งแชมป์ KNOCK OUT Black รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต และแชมป์ K-1 รุ่นมิดเดิลเวต การันตีความสามารถ ก่อนได้รับโอกาสสำคัญให้เข้ามาพิสูจน์ฝีมือใน ONE ซึ่งเจ้าตัวพร้อมเผชิญหน้าความท้าทายครั้งสำคัญในอาชีพ ด้วยเป้าหมายขึ้นไปนั่งบัลลังก์บนสังเวียนแห่งนี้ให้ได้ ซึ่งภารกิจแรก “ชินทาโร” เล็งหักด่านแกร่ง “สินสมุทร” หวังเพิ่มความมั่นใจ ก่อนเดินหน้าล่าความสำเร็จในรุ่นไลต์เวตเต็มสูบ

สินสมุทร - กู้ฟอร์มดวลน้องใหม่ดีกรีโหด ชินทาโร มัตสึกุระ ศึก ONE ซามูไร 4

ด้าน “สินสมุทร” ผ่านสังเวียน ONE มาแล้วถึง 11 ไฟต์ พร้อมได้สิทธิ์ขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต ถึง 2 ครั้ง แต่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ล่าสุดชกกติกามวยไทยในศึก ONE Fight Night 41 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตกเป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์ “จอร์จ จาร์วิส” จากสหราชอาณาจักร

กลับมารอบนี้ “สินสมุทร” ที่เคยน็อก 2 ดาวดังอย่าง “นิกี โฮลสเกน” และ “เลียม โนแลน” มาแล้ว ตั้งใจอย่างมากที่จะเรียกฟอร์มเก่งคืนมาให้ได้ในการชกคิกบ็อกซิงครั้งที่ 2 ในชีวิต โดยเตรียมสกัดฝันแจ้งเกิดของ “ชินทาโร” คว้าชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจคืนมา และพิสูจน์ว่าตนยังมีดีพอที่จะก้าวขึ้นไปท้าชิงบัลลังก์ได้อีกครั้ง

แฟนกีฬาที่สนใจเข้าชมศึก ONE ซามูไร 4 ถึงขอบสนาม สามารถจองบัตรเข้าชมผ่านทาง ONEFC.com/ONESamurai 4 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH

แสตมป์ – เตรียมวัดแกร่ง เซลีนา ด้าน จ้าวเสือใหญ่ หวังคืนฟอร์ม ศึก ONE Fight Night 47

0

ศึก ONE Fight Night 47 เตรียมส่งต่อความสนุกในวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 69 ด้วยโปรแกรมแข่งขันสุดเดือด 9 คู่ นำโดยคู่เอก “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” สาวแกร่งจากระยอง พบกับ “เซลีนา ฟลอเรซ” คู่ชกจากสหรัฐอเมริกา ร่วมด้วยการกลับมาของ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” กำปั้นขาลุยจากเมืองกรุง ที่หวังคืนฟอร์มเก่งให้ได้

คู่เอกของรายการ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” วัย 28 ปี อดีตแชมป์โลก ONE 3 กติกา (มวยไทย, คิกบ็อกซิง และ MMA) รุ่นอะตอมเวต หวังเก็บชัยต่อเนื่องในการดวลกับ “เซลีนา ฟลอเรซ” สาวหมัดคมวัยเดียวกันจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.)

อีกคู่ที่น่าสนใจ “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” นักสู้จากเมืองกรุง วัย 24 ปี เล็งกู้สถานการณ์กลับมาคว้าชัยอีกครั้ง ปะทะ “จอร์แดน เอสตูปินาน” มวยสายดีด วัย 23 ปี จากโคลอมเบีย ที่หวังเร่งฟอร์มหวนคืนสู่เส้นทางชัยชนะเช่นกัน โดยจะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

นอกจากนี้ ยังมีการวัดความแข็งแกร่งระหว่าง “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” จากแอลจีเรีย พบกับ “ริคาร์โด บราโว” ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อาร์เจนตินา รวมถึง “เอลเมห์ดี เอล จามารี” จากโมร็อกโก ที่ได้โอกาสกลับมากู้ชื่อ โดยทั้งหมดเตรียมงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ให้ทุกคนได้ร่วมลุ้นกันเต็มที่

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE Fight Night 47 ทั้งหมดมีดังนี้

คู่เอก แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ vs เซลีนา ฟลอเรซ (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

คู่รอง จิลเบิร์ต นาคาทานี vs นาซาเรธ ลัลทาซูอาลา (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

แสตมป์ - เตรียมวัดแกร่ง เซลีนา ด้าน จ้าวเสือใหญ่ หวังคืนฟอร์ม ศึก ONE Fight Night 47

โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์ vs ริคาร์โด บราโว (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

เรียวเฮอิ คุโรซาวะ vs ฟาบิโอ เอ็นริเก (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี vs จอร์แดน เอสตูปินาน (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ราฟาเอล โลวาโต จูเนียร์ vs พาเวล ยาวอร์สกี (ปล้ำจับล็อก รุ่นมิดเดิลเวต 185-205 ป.)

เอ็กตอร์ อัลโมนาซิด vs เปโดร ดานตัส (MMA รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

กาเบรียลลา ฟูจิโมโตะ vs มาคาเรนา อารากอน (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

น็อก ฟู เหงียน vs เอลเมห์ดี เอล จามารี (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night 47 ทาง Watch.ONEFC.com, Facebook และ YouTube ของ ONE คู่แรกเริ่มเวลา 8.00 น. และทางช่อง 7HD กด 35 เริ่ม 10.00 น. จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

เฟอร์รารี – สลับบู๊คิกบ็อกซิงดวล อาคีฟ กูลูซาดา ศึก The Inner Circle 29

0

“เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” กำปั้นใจแกร่ง วัย 29 ปี จากสุราษฎร์ธานี เตรียมข้ามสายมาโชว์สกิลนวมใหญ่ พบกับ “อาคีฟ กูลูซาดา” คู่ชกไฟแรง วัย 21 ปี จากอาเซอร์ไบจาน ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในคู่เอกของรายการ The Inner Circle 29 ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

หลังจากบู๊มวยไทยในรายการของ ONE มาแล้ว 11 ไฟต์ “เฟอร์รารี” พร้อมเผชิญความท้าทายใหม่ ด้วยการขึ้นชกคิกบ็อกซิงครั้งแรกในชีวิต หวังกรุยเส้นทางใหม่ล่าความสำเร็จ ขณะที่ “อาคีฟ” ตั้งเป้าเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ โดยขยับจากรุ่นฟลายเวตขึ้นมาประเดิมพิกัดใหม่รุ่นแบนตัมเวต งานนี้ทั้งคู่ต่างต้องเจอกับความท้าทายครั้งสำคัญ ใครจะทำผลงานได้ดีกว่ากัน แฟนมวยห้ามพลาด!

“เฟอร์รารี” เจ้าของแชมป์สนามมวยช่อง 7 สี รุ่น 135 ป. และรางวัล “ยอดมวย” ถ้วยพระราชทานปี 2564 ฝากผลงานน่าจดจำมากมายในช่วงเกือบ 4 ปี ที่อยู่ภายใต้สังกัด ONE รวมถึงเคยมีช่วงเวลายอดเยี่ยมเก็บชัยชนะ 4 ไฟต์ติดต่อกัน ล่าสุดชนะคะแนนเอกฉันท์ “ชินจิ ซูซูกิ” จากญี่ปุ่น ในศึก ONE Fight Night 44 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

เฟอร์รารี - สลับบู๊คิกบ็อกซิงดวล อาคีฟ กูลูซาดา ศึก The Inner Circle 29

แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้กติกามวยไทย กลับมาครั้งนี้ “เฟอร์รารี” ต้องเจอกับบททดสอบใหม่ในการชกกติกาคิกบ็อกซิง งานนี้เจ้าตัวพร้อมทุ่มสุดตัว หวังสานต่อฟอร์มเก่งโค่น “อาคีฟ” เพื่อสร้างชื่อบนเส้นทางใหม่ให้น่าจดจำ

ด้าน “อาคีฟ” เริ่มต้นเส้นทางนักสู้จากการฝึกคาราเต้ ก่อนหันมาเอาดีด้านคิกบ็อกซิงและคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการในระดับโลก โดยเจ้าตัวเพิ่งเสียสถิติไร้พ่ายใน ONE เป็นครั้งแรก หลังขึ้นชกมา 6 ไฟต์ เมื่อพ่ายคะแนนเอกฉันท์ต่อ “โยฮัน เอสตูปินาน” จากโคลอมเบีย ในศึก ONE Fight Night 44

โอกาสนี้ “อาคีฟ” ขอกลับมาตั้งหลักสู้ใหม่ โดยตัดสินใจขยับน้ำหนักขึ้นไปบู๊ในรุ่นแบนตัมเวตเป็นครั้งแรกในรายการ และเตรียมใช้ทักษะคิกบ็อกซิงที่ช่ำชองกว่าเล่นงาน “เฟอร์รารี” ให้อยู่หมัด เพื่อคว้าชัยชนะเรียกศรัทธาคืนมา

ติดตาม “เฟอร์รารี vs อาคีฟ” วันศุกร์ที่ 4 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 29 ในช่วงเวลา 18.30 น. – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle: https://www.onefc.com/th/news/how-to-subscribe-the-inner-circle-superfan-club/

เลนนี – สยบแกร่ง วรพล ด้าน อูเบด เฮคว้าสัญญา ศึก ONE ลุมพินี 168 & The Inner Circle 28

0

ONE เสิร์ฟความมันเต็มพิกัดให้กับแฟนมวย สำหรับการแข่งขันในรายการ The Inner Circle 28 และ ONE ลุมพินี 168 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก เมื่อช่วงค่ำคืนวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 69 โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

คู่เอก The Inner Circle 28 “วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” มวยขาลุยจากบุรีรัมย์ ปะทะ “เลนนี บลาซี” กำปั้นแกร่งจากอิตาลี ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงต้นยกสอง เมื่อ “เลนนี” ปล่อยฮุกซ้ายเข้าเต็มแรง ส่ง “วรพล” ร่วงลงพื้นโดนนับแปด ก่อนที่นักชกไทยจะเร่งเครื่องบุกหนักหวังพลิกเกมแต่ “เลนนี” แก้ทางได้ยอดเยี่ยม ไม่เปิดช่องให้ “วรพล” เข้าทำได้ถนัด หลังครบ 3 ยก กรรมการเห็นพ้องให้ “เลนนี” ชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ เก็บชัย 3 ไฟต์ติดต่อกันสำเร็จ

คู่รอง “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” นักสู้อาวุธหนักจากลำพูน พบกับ “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” คู่ชกสายแข็งจากสตูล ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ตลอดการแข่งขัน “แรมบ๊อง” และ “ชาติพยัคฆ์” เปิดหน้าแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดไม่มีพัก โดยในยกตัดสิน “ชาติพยัคฆ์” เน้นชกด้วยความแม่นยำ ขณะที่ “แรมบ๊อง” เริ่มออกอาการแผ่วเมื่อเกมจบ “ชาติพยัคฆ์” จึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ เดินหน้าคว้าชัยชนะ 3 ไฟต์ติดต่อกันได้ตามเป้า

สรุปผลการแข่งขันศึก The Inner Circle 28

คู่เอก เลนนี บลาซี (อิตาลี) ชนะคะแนนเอกฉันท์ วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

คู่รอง ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล ชนะคะแนนเอกฉันท์ แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

อูเบด ฮัสเซน (ปากีสถาน/สหราชอาณาจักร) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อีสานเหนือ ศ.ศศิวัฒน์ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

ฟาคริดดิน คาซานอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ บาสตา อับเดลมูเนม (แอลจีเรีย) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เคสุเกะ มงกุชิ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ จุง ฮยุน วู (เกาหลีใต้) (คิกบ็อกซิง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

ข้ามไปที่คู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 168 มอบความเร้าใจไม่แพ้กัน โดย “วุฒิไกร ว.จักรวุฒิ” มวยครบเครื่องจากบุรีรัมย์ ดวลแกร่ง “โมฮัมหมัด ฮาบิปปูร์” จอมบู๊จากอิหร่าน ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เปิดเกมมา “วุฒิไกร” เดินหน้าสาดแข้งเข้าใส่ต่อเนื่อง ขณะที่ “โมฮัมหมัด” ดักจังหวะสวนหมัดกลับได้น่ากลัว ก่อนเข้าสู่ยกตัดสิน “วุฒิไกร” กลับดูแผ่วลงไป เปิดโอกาสให้ “โมฮัมหมัด” เร่งเครื่องทวงแต้มคืนเต็มที่ แต่สุดท้ายไม่ทันเวลา ครบ 3 ยก “วุฒิไกร” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ คว้าชัย 2 ไฟต์ติดต่อกันได้สำเร็จ

สรุปผลการแข่งขันศึก ONE ลุมพินี 168

เลนนี - สยบแกร่ง วรพล ด้าน อูเบด เฮคว้าสัญญา ศึก ONE ลุมพินี 168 & The Inner Circle 28

คู่เอก วุฒิไกร ว.จักรวุฒิ ชนะคะแนนเอกฉันท์ โมฮัมหมัด ฮาบิบปูร์ (อิหร่าน) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

คู่รอง บราซิล เอกเมืองนนท์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เพชรภูผา เอกปู่ยีนส์ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

เดนิส ดอตเซนโก (ยูเครน) ชนะทีเคโอ หนึ่งเก้าหนึ่ง เหล่าโชคเจริญ นาทีที่ 2:00 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

กอไผ่ ส.ยิ่งเจริญการช่าง ชนะน็อก เพชรบูรพา เพชรชมพู นาทีที่ 2:32 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ฉลามขาว ศิษย์คุณมะ ชนะน็อก โมฮาเหม็ด เฟซาน (สหราชอาณาจักร) นาทีที่ 0:20 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

เบิกฤกษ์ ลูกเมืองเพชร ชนะน็อก เหนือพยัคฆ์ พุฒประชาชื่น นาทีที่ 1:22 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

ยูริ ทานากะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ จ้าว ฉงหยาง (จีน) (คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ฟ้าแลบ โรงเรียนกีฬานครสวรรค์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ วาเลนตินา กันเชลโล (อิตาลี) (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)

เรียวโตะ นิชิยามะ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก กึน โฮ ซอน (เกาหลีใต้) นาทีที่ 4:36 ของยกแรก (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

นอกจากนั้นศึกนี้ยังมีการแจกสัญญา ONE มูลค่ากว่า 3,200,000 บาท ให้กับนักกีฬาเพิ่มอีก 1 ราย ได้แก่ “อูเบด ฮัสเซน” กำปั้นลูกครึ่งปากีสถาน/สหราชอาณาจักร จากรายการ The Inner Circle 28 หลังเก็บชัยชนะรวดทั้ง 8 ไฟต์ที่ขึ้นชกในรายการ พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ไปครองได้ 2 ครั้ง

เท่านั้นไม่พอการแข่งขันสุดเดือดในค่ำคืนนี้มีนักสู้ 4 ราย ทำผลงานปิดเกมโดนใจบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ได้แก่ “เรียวโตะ นิชิยามะ”, “เบิกฤกษ์ ลูกเมืองเพชร”, “กอไผ่ ส.ยิ่งเจริญการช่าง” และ “เดนิส ดอตเซนโก” จากรายการ ONE ลุมพินี 168 ได้รับเงินรางวัลโบนัสพิเศษไปทันที รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,400,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนบาท) ไม่รวมค่าตัว

นาบิล – ลงนวมล่อเป้า มวยสากลทีมชาติ โค้ชชื่นชมสายตาเฉียบคม

0

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่อาคารศูนย์ฝึกกีฬามวยมาตรฐานระดับสากล นาบิล อานาน อดีตแชมป์โลก มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ONE Championship ได้เดินทางเข้ามาพูดคุยแนวทางกับสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ถึงการมาร่วมคัดตัวเป็นนักมวยสากลทีมชาติไทย เพื่อเป้าหมายล่าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี “บิ๊กบางจาก” นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ และร่วมพูดคุย

ในโอกาสนี้ นาบิล อานาน ได้ลองลงนวมล่อเป้ากับ มาเรียโน กอนซาเลซ คอสเม หัวหน้าโค้ชมวยสากลไทยชาวคิวบา ซึ่งทางโค้ชได้ออกปากชมว่า นาบิล เป็นนักมวยที่มีสายตาเฉียบคมมาก

นายพิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ นาบิล ได้มาช่วยเหลือชาติ ก็ทำให้เราได้มีความหวัง วันนี้นาบิล ได้มาดูสถานที่ และได้มาคุยกับโค้ช ซึ่งจากที่พูดคุย นาบิล จะยังคงต่อยมวยไทยอยู่ ขณะเดียวกันก็จะร่วมลงแข่งขันในรายการต่างๆของมวยสากลเพื่อเก็บแต้มไปโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งจากนี้ทั้งทาง ONE Championship และสมาคมกีฬามวยสากลฯ จะต้องเอาโปรแกรมของทั้งสองฝั่งมาแมตช์กัน เดี๋ยวคงมีการลงลึกในรายละเอียด

“ขั้นตอนเป็นทีมชาติเมื่อรับมาแล้วก็ถือเป็นทีมชาติแล้ว แต่การจะไปต่อยโอลิมปิเกมส์ 2028 ต้องมีแรงกิ้ง เราต้องจัดตารางทัวร์นาเมนต์ต่างๆ แล้วมาคุยกันว่าจะไปต่อยรายการไหน เก็บคะแนนอย่างไร เราทราบเรื่องขั้นตอนดี และ นาบิล ก็เข้าใจ ซึ่งเราก็จะมีดูกันด้วยว่าในรุ่น 65 กิโลกรม – 70 กิโลกรัม ใครดีที่สุดในประเทศไทย ก็จะได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะนักมวยเก่าหรือมวยใหม่ ใครเก่งๆเรียนเชิญมาได้เลย” นายกสมาคมกีฬามวยสากลฯกล่าว

นาบิล - ลงนวมล่อเป้า มวยสากลทีมชาติ โค้ชชื่นชมสายตาเฉียบคม

ด้าน “บิ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย เผยว่า นาบิลเป็นความหวังของประเทศไทย เป็นระดับโลก ซึ่งนาบิล มีเวลาเตรียม 2 ปี เราก็จะเอาตารางของ ONE กับ สมาคมมวยสากลฯ มาแมตช์กันซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผน เพื่อให้นาบิลได้ต่อยทั้งมวยไทย และมวยสากล ให้ได้เก็บแรงกิ้ง พิสูจน์ตัวเองเพื่อไปโอลิมปิกเกมส์ให้ได้ ซึ่งเราก็มีความหวังเป็นอย่างมาก เรามีความเชื่อด้วย ในรุ่น 65-70 กก. นาบิล เป็นนักกีฬาระดับท็อป ที่มีโอกาสได้เหรียญทองอยู่แล้ว

ส่วน นาบิล อานาน เผยว่า รู้สึกตื่นเต้น อยากซ้อมมวยสากล มันเป็นความท้าทายใหม่ที่จะได้มาต่อยมวยสากล ส่วนตัวมีพื้นฐานมาบ้างแล้วไม่ได้เริ่มจากศูนย์เสียทีเดียว จากที่ได้ล่อเป้ากับโค้ชก็รู้สึกว่าเครื่องกำลังติด ส่วนเรื่องน้ำหนักมองว่าจะชกรุ่น 70 กิโลกรัม เพราะน้ำหนักตัวเองถ้าปล่อยๆจะประมาณ 73 ซึ่งถือว่ากำลังดี อีกทั้งมวยสากลนั้นต้องชั่งน้ำหนักเช้าวันชกเลย ถ้าเราบีบลงไป 65 กิโลกรัม อาจจะเหนื่อยเกินไป

“รุ่น 70 กิโลกกรัมคิดว่ามีหวังถ้าผมไป ส่วนเรื่องเทคติกต้องปรับกันอยู่แล้ว ต้องทำความเข้าใจใหม่ มวยไทย ONE เป็นนวมเปิดนิ้ว ส่วนมวยสากลต้องเอาคะแนนเก็บแต้ม ต้องมีความเร็ว มีฟุตเวิร์ก ดีใจที่ได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ตอนนี้ผมอายุ 22 อยากไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะไปสิ้นสุดตรงไหน แต่จะพยายามเต็มที่”

นาบิล เผยต่อว่า ส่วนเรื่องที่มีนักมวยสากลอดีตทีมชาติออกมาโพสต์ข้อความต่างๆนาๆ นั้นตนไม่ได้มีอะไร แค่ทำตามหน้าที่ อาจจะคนละมุมมอง เราแค่เต็มที่ในส่วนของเรา ต้องทำให้ได้คิดว่าไม่ไกลเกินเอื้อม ก็ต้องไปตามระบบถ้าผู้ใหญ่ให้ตนไปต่อยชิงแชมป์ประเทศไทยก่อน ถ้าไม่ตรงกับโปรแกรม ONE ถ้าไปได้ ก็ไปแน่นอน”

แรมโบ้เล็ก – หวังปิดเกม ยอดไอคิว พร้อมตั้งเป้ารั้งบัลลังก์แชมป์ให้นานที่สุด

0

แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากชัยภูมิ อวดความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนขึ้นสังเวียนป้องกันตำแหน่งครั้งแรก พบกับ ยอดไอคิว อ.พิมลศรี มวยฟอร์มฮอตจากบุรีรัมย์ ในคู่เอกศึก The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

“แรมโบ้เล็ก” นักกีฬาคนแรกจากเวที ONE ลุมพินี ที่คว้าสัญญา ONE มาครอง ก้าวขึ้นมาครองบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต อย่างยิ่งใหญ่ หลังโชว์ทีเด็ดชนะคะแนนเอกฉันท์ “นาบิล อานาน” แชมป์เก่าสัญชาติแอลจีเรีย-ไทย ในรายการ The Inner Circle 7 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนได้คิวรักษาเข็มขัดครั้งแรก

ล่าสุด “แรมโบ้เล็ก” ได้เปิดค่ายซุปเปอร์บอน มวยไทย อคาเดมี (สาขาสุขุมวิท 24) ซึ่งเป็นฐานเก็บตัวฝึกซ้อม ต้อนรับทีมงานสื่อมวลชน และโชว์ความพร้อมผ่านกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์ก่อนชกไฟต์สำคัญ ปะทะ “ยอดไอคิว” ในอีกราว 2 สัปดาห์ข้างหน้า

“ผมเตรียมตัวมาเต็มที่ประมาณหนึ่งเดือน สภาพร่างกายตอนนี้พร้อมสมบูรณ์ เหลือเพียงขั้นตอนการลดน้ำหนัก ซึ่งเกินอยู่ประมาณ 5 กก. แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน เหลือรอขึ้นชกอย่างเดียวครับ”

“การเจอกับ ยอดไอคิว ยอมรับว่ามีความกดดันเล็กน้อย เขาเป็นนักชกที่มีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง โดยเฉพาะไฟต์ที่เอาชนะ เคียมรัน ยิ่งดูดีกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมีอาวุธอันตรายแทบทุกลูก ผมต้องเตรียมตัวไปรับมือให้ดีครับ”

แรมโบ้เล็ก - หวังปิดเกม ยอดไอคิว พร้อมตั้งเป้ารั้งบัลลังก์แชมป์ให้นานที่สุด

แม้ไฟต์นี้หลายฝ่ายจะมองว่า “แรมโบ้เล็ก” เหนือกว่า แต่เจ้าตัวยืนยันไม่ประมาท “ยอดไอคิว” แน่นอน โดยพร้อมเปิดเกมสู้ดุดัน เพื่อคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นไฟต์ที่ 7 และครองบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ให้นานที่สุด

“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเหนือกว่า ยอดไอคิว แต่มองเห็นโอกาสที่จะเอาชนะได้ ไฟต์นี้ พี่ซุปเปอร์บอน ให้คำแนะนำว่าให้ออกอาวุธให้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องความหนักผมมีอยู่แล้ว เขาอย่าเผลอโดนหมัดของผมก็แล้วกัน”

“ถ้ามีโอกาสผมอยากปิดเกมให้ได้ ถ้าเขาเปิดช่องให้เห็น ก็พร้อมเล่นงานทันที แต่ต้องดูด้วยว่าเขาจะมาสู้แบบไหน”

“หลังจากเป็นแชมป์โลก ผมรู้สึกว่าต่อจากนี้จะแพ้ไม่ได้ เห็นหลายคนรักษาบัลลังก์ได้ไม่กี่ครั้งก็เสียตำแหน่ง ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ผมในวันที่ 11 ก.ย.นี้ ด้วย ผมจะป้องกันแชมป์ให้ได้ครับ”

ติดตาม “แรมโบ้เล็ก vs ยอดไอคิว” วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 30 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

ยอดไอคิว – หวังชิงบัลลังก์ แรมโบ้เล็ก พิสูจน์คู่ควรแชมป์โลก ศึก The Inner Circle 30

0

ยอดไอคิว อ.พิมลศรี จอมบู๊ฟอร์มแรงจากบุรีรัมย์ เผยความฟิตเต็มพิกัดก่อนขึ้นสังเวียนไฟต์สำคัญที่สุดในชีวิตเพื่อท้าชิงบัลลังก์จาก แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ยอดไอคิว เตรียมขึ้นชิงชัยด้วยความมั่นใจ หลังไฟต์ล่าสุดเพิ่งโชว์ฟอร์มเก่งเอาชนะจอมเก๋าไร้พ่ายชาวรัสเซียอย่าง เคียมรัน นาบาติ มาได้ในรายการ The Inner Circle 15 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยล่าสุด “ยอดไอคิว” ได้เปิดค่ายมวยพีเค.แสนชัย ย่านพระราม 3 ต้อนรับกองทัพสื่อมวลชน และโชว์เนื้อตัวผ่านกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง

“ตอนนี้ร่างกายฟิต 100 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ วันชกน่าจะฟิตกว่านี้แน่นอน ไฟต์นี้สำคัญมาก เตรียมตัวมานาน 2-3 เดือน อัดเต็มแม็กเพราะดีใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ขึ้นชิงแชมป์โลก ก็อยากเอาแชมป์มาให้ได้ครับ”

“หลายคนอาจจะมองว่าเร็วไปสำหรับผม แต่บางคนก็บอกว่าถึงเวลาแล้ว สำหรับผมไม่คิดว่าเร็วไป โดยเฉพาะหลังจากชนะ เคียมรัน มาได้ ทำให้ผมมั่นใจขึ้นมาก ไม่กลัวใครในรุ่นนี้เลย พี่ตะวันฉาย (พีเค. แสนชัย) ก็บอกว่าผมผ่านตรงนั้นมาได้แล้ว ไม่ต้องไปกลัวใครอีกแล้วครับ”

ยอดไอคิว - หวังชิงบัลลังก์ แรมโบ้เล็ก พิสูจน์คู่ควรแชมป์โลก ศึก The Inner Circle 30

นอกจากเตรียมร่างกายให้สมบูรณ์แล้ว “ยอดไอคิว” ยังวางแผนรับมือ “แรมโบ้เล็ก” พร้อมแสดงความมั่นใจให้แฟนมวยทั่วประเทศหายห่วงว่าไฟต์นี้ตนเตรียมตัวแก้ทางมาเป็นอย่างดี

“ผมเตรียมตัวเพื่อไฟต์นี้นาน 2-3 เดือน ผมเน้นซ้อมเรื่องการป้องกันหมัดเป็นพิเศษ โดยลงนวมกับคนตัวใหญ่ เพื่อที่เวลาโดนอาวุธของเขาเราจะได้ไม่หล่น ส่วนจุดแข็งอื่นของ แรมโบ้เล็ก ก็เป็นการชิงจังหวะสองและถอยตั้งรับเก่ง ขณะที่จุดอ่อนของเขามีแน่นอน ไว้ติดตามดูบนเวทีว่าผมจะรับมือยังไง”

“ไฟต์นี้ ตะวันฉาย และพี่ ๆ ทุกคนในค่ายมาช่วยกันติวผมแบบใส่สุด เพราะอยากให้ผมเอาแชมป์กลับค่ายมาให้ได้ ส่วนเรื่องเกมการชก ผมมองว่ามีโอกาสครบยกสูง เพราะต่างคนต่างแก้ทางกันมาดี แต่ถ้ามีโอกาสปิดเกมไวก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน”

“หากผมชนะไฟต์นี้ จะเป็นการพิสูจน์ให้แฟนมวยชาวไทยเห็นว่าผมคู่ควรกับการเป็นแชมป์โลก และยังช่วยให้แฟนมวยต่างประเทศรู้จักผมมากขึ้นด้วย ฝากแฟนมวยทุกคน วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นี้ ช่วยเชียร์และเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ใครที่ตั้งความหวังไว้กับผม เดี๋ยวผมจัดให้เต็มที่ และจะเอาแชมป์โลกกลับมาให้ทุกคนได้เห็นครับ”

ติดตาม “แรมโบ้เล็ก vs ยอดไอคิว” วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นี้ จองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR สำหรับผู้ชมทางบ้าน สามารถรับชมการถ่ายทอดสด The Inner Circle 30 ในช่วงเวลา 18.30 – 20.30 น. ทาง Live.ONEFC.com สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ดูรายละเอียดการสมัครสมาชิกได้ที่ลิงก์นี้ วิธีการสมัครสมาชิก The Inner Circle

ส.กีฬามวยไทย – กางแผน 3 ปี หวังทุกองค์กรร่วมมือทำงาน มุ่งสู่โอลิมปิกเกมส์

0

สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ เดินหน้าขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 เปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย รีแบรนด์นำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน สร้างตัวตนให้ชัดเจน ปั้นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เน้นสร้างรากฐานของเยาวชนพัฒนาบนเส้นทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ หวังเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันการทำงาน ไม่แข่งขัน ไม่ทะเลาะกันเอง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ห้องเซเรนิตี้ แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าว MTAT MUAYTHAI MOVEMENT 2026-2028 การขับเคลื่อน สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 โดยมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน พร้อมการเปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เข้ามารับตำแหน่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย รวมทั้งได้รับเกียรติจาก “บัวขาว” ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ นักมวยไทยขวัญใจมหาชน ในฐานะทูตกีฬามวยไทยของสมาคมสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมงาน ท่ามกลางสื่อมวลชนคับคั่ง

เริ่มต้นการแถลงข่าว ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ขึ้นแถลงการณ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานชื่อใหม่เป็น “สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ เป็นนายกสมาคม และได้เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนชื่อใหม่ มีชื่อภาษาอังกฤษใหม่เป็นที่เรียบร้อย

ประการต่อมา “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้รับเชิญให้เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทยของสมาคม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี โดยหัวใจหลักคือ การสร้างรากฐานของเยาวชน โดยเปิดพื้นที่ฝึกฝนกีฬามวยไทย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการแข่งขัน แต่จะปรับมาสร้างกีฬามวยไทยจากรากฐานเยาวชนตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้สอดคล้องกับกีฬามวยไทยที่อยู่ในเกมกีฬานานาชาติ ทั้งสคูลเกมส์, ยูธเอเชี่ยนเกมส์, ยูธโอลิมปิกเกมส์ บทบาทของสมาคมต้องเด่นชัดขึ้น เพราะเป็นองค์กรมวยไทยอย่างถูกต้องที่ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคณะกรรมการ โอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนกีฬามวยไทย

ประการต่อมา การพัฒนาระบบนิเวศกีฬามวยไทย ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน เทรนเนอร์ มวยไทย ฟอร์ออล เรื่องวัฒนธรรมมวยไทย การเปิดตัว พล.ต.พัชร รัตตกุล หมายความว่า สมาคมกำลังจะ รีแบรนด์ โดยนำคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อน คณะทำงานจะเป็นคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย หลังจากนี้สมาคมจะมีตัวตนชัดเจนขึ้น อยู่บนเส้นทางกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ตามกระบวนการโอลิมปิก การทำงานของสมาคมจะไม่แตะเรื่องอาชีพเลย ส่วนนักมวยจะต่อยอดตัวเองจากโอลิมปิกไปอาชีพเป็นเรื่องของนักกีฬา แต่รากฐานของสมาคมคือ การพัฒนาเด็กและเยาวชนบนเส้นทางโอลิมปิก ตั้งแต่เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อม ช่องทางการติดต่อ สมาคมจะไม่แข่งขันกับองค์กรมวยไทยอื่นๆ ขณะเดียวกันเราต้องชื่นชมซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ ขับเคลื่อนมวยไทยให้ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก แต่บทบาทหน้าที่หลักของสมาคมคือ ผลักดันขับเคลื่อนให้กีฬามวยไทยได้ไปบรรจุในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ นั่นคือเป้าหมายสูงสุด จะไม่ทะเลาะกับใครในการทำงาน ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง

ส.กีฬามวยไทย - กางแผน 3 ปี หวังทุกองค์กรร่วมมือทำงาน มุ่งสู่โอลิมปิกเกมส์

สำหรับ พล.ต.พัชร รัตตกุล หรือ “เสธ.ดอลลาร์” ปัจจุบันอายุ 63 ปี สมรสกับ “คุณหญิงแมงมุม” หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเครือโคคา-โคล่าใน 14 จังหวัดภาคใต้ ประวัติการศึกษา จบจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 32, นักเรียนทุนโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนเฮิสท์ (Royal Military Academy Sandhurst) สหราชอาณาจักร ปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) จากเซนต์จอห์นส์ คอลเลจ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (St. John’s College Oxford University) สหราชอาณาจักร และชีวิตการทำงานเคยรับราชการเป็นนายทหารในสังกัดกองทัพบก มีตำแหน่งสำคัญเป็นนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย กล่าวสุนทรพจน์ภายในงานสรุปใจความสำคัญว่า “มวยไทยเป็นของคนไทยทุกคน และเป็นมรดกที่เรามีหน้าที่ร่วมกันส่งต่อให้กับโลก” เราต้องรักและหวงแหน และต้องทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก และเข้าถึงกีฬามวยไทยอย่างถูกต้องมากขึ้น เราต้องสร้างระบบนิเวศของกีฬามวยไทยทั้งระบบ ไปจนถึงการสื่อสารกับสังคมไทย และประชาคมโลก ภารกิจเราคือ รักษาราก และต้องสร้างอนาคตกีฬามวยไทย ทุกฝ่ายต้องเดินไปด้วยกัน เราควรมีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้กีฬามวยไทยแข็งแรงขึ้นในประเทศไทย และยิ่งใหญ่ขึ้นในสายตาของโลก จึงอยากเห็นการทำงานแบบร่วมมือ ไม่ใช่แข่งขันกันเอง และเอาประโยชน์ของมวยไทย และประเทศไทยเป็นที่ตั้ง

พล.ต.พัชร รัตตกุล กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางสู่โอลิมปิกเกมส์ ต้องแยกให้ชัดระหว่างการส่งเสริมมวยไทยทั่วไป กับเส้นทางกีฬามวยไทยในระบบกีฬาโลก เส้นทางนี้สมาคมมีภารกิจชัดเจนในการพัฒนานักกีฬาเยาวชน และทีมชาติไทย เพื่อเข้าสู่ระบบการแข่งขันระดับนานาชาติ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ จากวันนี้เราจะสื่อสารกับสังคมมากขึ้น เราจะสร้างระบบนิเวศการเล่าเรื่อง “Storytelling Ecosystem” และเส้นทางสู่เวทีโลกเข้าด้วยกัน ผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ อยากฝากว่าเป้าหมายเราไม่ใช่การทำให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งยิ่งใหญ่ แต่คือ การทำให้กีฬามวยไทยยิ่งใหญ่ รักษารากเหง้า สร้างคนรุ่นใหม่ สร้างมาตรฐาน สร้างทีมชาติ สร้างความร่วมมือ และสร้างเส้นทางจากประเทศไทยไปสู่เวทีสูงสุดของโลก

“มวยไทยเริ่มต้นจากแผ่นดินไทย แต่วันนี้มวยไทยกำลังเติบโตไปพร้อมกับโลก Muaythai Starts in Thailand. Grows with the World เชื่อว่า หากคนไทยทุกคนร่วมมือกัน วันที่เราเห็นนักกีฬามวยไทยทีมชาติไทย เดินเข้าสู่สนามโอลิมปิกเกมส์ พร้อมธงไตรรงค์บนหน้าอก จะไม่ใช่เพียงความฝัน แต่จะเป็นเป้าหมายที่เราทุกคนร่วมกันทำให้เกิดขึ้นจริง” พล.ต.พัชร รัตตกุล กล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายยังมีการร่วมเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนากีฬามวยไทย ตามขบวนการโอลิมปิกส์” ตามยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยผู้ร่วมเสวนานำโดย ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ และพล.ต.พัชร รัตตกุล รวมถึง ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และผู้แทนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ

บทความยอดฮิต

อัสลามจอน ตั้งเป้าน็อกจอมแกร่ง เพชรสุขุมวิท เพื่อคว้าสัญญา ONE ที่รอคอย

อัสลามจอน ออร์ติคอฟ ดาวรุ่งไร้พ่ายวัย 21 ปีจากอุซเบกิสถาน เสริมแกร่งมาอย่างดี พร้อมวัดเดือดกับ เพชรสุขุมวิท บอยบางนา มวยบู๊เดือดวัย 27 ปี จากนครศรีธรร…