ย้อนรอยปีทอง 2563 “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” ในฐานะแชมป์โลก ONE

0

เมื่อถามถึงความสุขที่สุดของ เพชรมรกต ในปี 2563 เจ้าตัวตอบว่า คงเป็นเรื่องอื่นใดไปไม่ได้ นอกเสียจากการที่เขาได้เข็มขัดแชมป์โลก ONE มาครอบครอง ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนักกีฬาอาชีพคนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จบนสังเวียนระดับโลก

ไฟต์แรกและไฟต์สำคัญมาถึงตั้งแต่ต้นปี 2563 กับการขึ้นชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (70.3 กก.) ที่ว่างอยู่ โดย เพชรมรกต ซึ่งช่ำชองสังเวียนมาแล้วถึง 7 ไฟต์ เปิดศึกสายเลือดกับนักชกไทยหน้าใหม่อย่าง “พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” ในศึก ONE: WARRIOR’S CODE เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ประเทศอินโดนีเซีย

เพชรมรกต vs พงษ์ศิริ (7 ก.พ.63)

ตลอดการชิงชัย 5 ยก เพชรมรกต ที่เตรียมตัวมาเป็นแรมเดือน คว้าชัยชนะไปด้วยคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ ในกติกามวยไทยที่ถนัด ภายใต้พิกัดน้ำหนักธรรมชาติของตัวเอง แม้นักมวยขัดตามทัพอย่าง พงษ์ศิริ จะพ่ายแพ้ความใหญ่และการเตรียมตัวที่น้อยกว่า แต่ก็ได้รับกำลังใจและศรัทธาจากแฟนๆ ทั่วโลก และแม้กระทั่งตัว เพชรมรกต เองก็ยังเอ่ยปากนับถือหัวจิตหัวใจของคู่ต่อกรรายนี้

เพชรมรกต vs ยอดแสนไกล (31 ก.ค.63)

หลังจากได้นั่งบัลลังก์แชมป์โลก เพชรมรกต ต้องร้างเวทีไปร่วม 5 เดือน จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก ก่อนจะได้กลับมาขึ้นสังเวียนป้องกันตำแหน่งครั้งแรกในบ้านเกิด เมื่อ 31 กรกฎาคม 2563 ในศึก ONE: NO SURRENDER

การเผชิญหน้ากับเจ้าตำนานผู้ยิ่งใหญ่ “ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์” ซึ่งชื่อชั้นและบารมีทำให้ เพชรมรกต จำต้องยำเกรง แต่เมื่ออยู่บนเวทีต่างฝ่ายต่างใส่กันเต็มที่ ก่อนแชมป์โลกจะเบียดชนะคะแนนเสียงข้าง (ชนะ 2 เสมอ 1) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนๆ ที่ไม่ถูกใจฟอร์มการชกของ เพชรมรกต ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข

“ผมจะพัฒนาฝีมือการชกของตัวเองให้ดีขึ้นครับ ทำร่างกายให้แกร่งขึ้น ต้องคล่องแคล่วว่องไวขึ้นให้ได้ครับ”

เพชรมรกต vs แม็กนัส (18 ก.ย.63)

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปีหน้า การป้องกันแชมป์โลกครั้งที่ 2 ก็ตามมาติดๆ ในวันที่ 18 กันยายน 2563 ในศึก ONE: A NEW BREED III เพชรมรกต เปิดบ้านรับการมาเยือนของผู้ท้าชิงชาวสวีเดน “แม็กนัส แอนเดอร์สัน” ซึ่งมาฝึกซ้อมมวยอยู่ในประเทศไทย

ไฟต์นี้ เพชรมรกต เร่งเครื่องเต็มพิกัดตั้งแต่ยกแรก ชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม หวังเรียกคะแนนความนิยมจากแฟนๆ ด้วยฟอร์มที่เฉียบขาด และเขาก็ทำได้สำเร็จด้วยการซัดหมัดผู้ท้าชิงพ่ายทีเคโอ. ปิดเกมไวในยกที่ 3 ได้ใจคนดูไปเป็นกอง

ตลอดปี 2563 นับว่าเป็นปีทองของ เพชรมรกต ตั้งแต่คว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ได้ตั้งแต่ต้นปี และยืนหยัดรักษาเข็มขัดของตัวเองได้ถึงสองครั้ง และในปี 2564 ยังมีความท้าทายจากผู้ท้าชิงอีกมากมายที่รอเขาอยู่ เพราะนักชกในรุ่นนี้แต่ละคนเดือดๆ ทั้งนั้น!

“ถ้าโควิดหายไป ผมก็อยากจะออกไปลุยศึกนอกบ้านในหลายๆ ประเทศ อยากให้คนดูทั่วโลกมีโอกาสได้เห็นฝีมือการชกที่ผมตั้งใจจะพัฒนาให้ดีขึ้นแบบติดขอบสังเวียนในทุกๆ ที่ครับ”

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

(ชมคลิป)”รถถัง” ซิวรางวัลนักกีฬา ONE ยอดเยี่ยม 2563 รั้งสถิติไร้พ่าย 8 ไฟต์

0

รถถัง นั่งบัลลังก์แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ทันที หลังจากอาสาล้างแค้นให้ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ด้วยการกระชากเข็มขัดมาจากแชมป์โลกหนุ่มชาวลอนดอน “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” เมื่อ 2 สิงหาคม 2562 ก่อนจะขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งแรกในอีก 2 เดือนต่อมากับผู้ท้าชิงชาวบราซิล “วอลเตอร์ กอนซาลเวส” ได้สำเร็จ ส่งท้ายปี 2562 ไปอย่างงดงาม

ผ่านปีทอง 2562 สู่ศักราชใหม่ 2563 รถถัง รับคำท้าเปิดศึกล้างตากับ โจนาธาน ที่กลับมาทวงเข็มขัดคืนในศึก ONE: A NEW TOMORROW เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งในการเจอกันภาคสอง รถถัง ไม่ปล่อยเกมให้ยืดเยื้อ ส่งหมัดตัดลำตัวปิดฉากผู้ท้าชิงชาวลอนดอนร่วงในยกที่ 3 เคลียร์ปัญหาคาใจอย่างสิ้นซาก

รถถัง vs เพชรดำ (31 ก.ค.63)

จากนั้นวงการหมัดมวยก็ต้องถูกแช่แข็งจากพิษโควิด-19 ที่ระบาดหนักไปทั่วโลกร่วมหลายเดือน ก่อนที่ประเทศไทยจะคลายล็อกดาวน์ในช่วงครึ่งปีหลัง รถถัง จึงได้หวนคืนสังเวียนสร้างความเอนเตอร์เทนแก่ผู้ชม ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ในศึก ONE: NO SURRENDER ด้วยการป้องกันแชมป์โลกครั้งที่ 3 กับผู้ท้าชิงร่วมชาติ “เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี”

ศึกนี้ถือเป็นศึกไตรภาคของทั้งคู่ ต่างฝ่ายรู้ฝีมือกันดี เปรียบเหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เปิดศึกรุกรับกันอย่างเข้มข้น ก่อนที่สุดท้ายฝ่ายแชมป์โลกจะเบียดชนะคะแนนเสียงข้างมาก (ชนะ 2 เสมอ 1) โดยภายหลังเจ้าตัวออกมายอมรับว่ามือซ้ายซ้นตั้งแต่ต้นยก แต่ต้องเก็บอาการ

ฟอร์มการชกของ รถถัง ทั้งสองไฟต์ในปี 2563 สร้างบทสรุปความสำเร็จให้แชมป์โลกหนุ่มชาวพัทลุงส่งท้ายปีด้วยสถิติไร้พ่าย 8 ไฟต์ ในรายการ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งจัดว่าเป็นสถิติสูงสุดของบรรดาแชมป์โลกชาวไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน

พร้อมกันนั้น รถถัง ยังคว้ารางวัลนักกีฬา วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ยอดเยี่ยม ประจำปี 2563 มาครอง ร่วมกับบรรดาแชมป์โลกอีก 4 คน ได้แก่ เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี, สามเอ ไก่ย่างห้าดาว, เจเน็ต ทอดด์ และ อัลลิเซีย เฮลเลน รอดริเกส

คาดว่าในปี 2564 ยังมีความท้าทายอันน่าตื่นเต้นรอ รถถัง อยู่อีกมากมาย ทั้งการชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต กับ “อิเลียส เอ็นนาฮาชิ”, การเปิดศึกสายเลือดกับ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” ซึ่งเป็นดรีมไฟต์ของแฟนๆ ชาวไทย หรือแม้กระทั่งการเปิดตัวในฐานะนักกีฬาใหม่ในกติกาต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ซึ่งรุ่นนี้มีแต่บรรดาหัวกะทิระดับเขี้ยวลากดิน ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่สำหรับเจ้าของฉายา “The Iron Man” ไม่รู้จักเกรง มีแต่คำว่าแกร่งอยู่ในใจ!

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

เปิดประวัติ “สนามมวยราชดำเนิน” เวทีมวยมาตรฐานของไทย

0

สนามมวยราชดำเนิน หรือ เวทีมวยราชดำเนิน 

เวทีมวยระดับมาตรฐานหนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย (อีกแห่งหนึ่งคือสนามมวยเวทีลุมพินี) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร สนามมวยราชดำเนินก่อตั้งขึ้นโดยดำริของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขึ้น โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเสร็จสิ้นหลังสงครามสงบแล้ว ในปี พ.ศ. 2488 โดยสนามมวยราชดำเนินได้เริ่มการแข่งขันครั้งแรก ในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2488 โดยในระยะแรกยังไม่มีหลังคามุง

สนามมวยราชดำเนิน นับเป็นเวทีมวยระดับมาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย ได้ถูกยอมรับว่ามีทำเลที่ตั้งและสถาปัตยกรรมสวยงามแห่งหนึ่งของโลก มีนักมวยทั้งนักมวยไทย นักมวยสากล จำนวนมากขึ้นชกที่นี่ โดยนักมวยสากลหลายคนที่ก่อนและได้เป็นแชมป์โลกแล้วที่ทำการขึ้นชกที่นี่ ได้แก่ โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เวนิส บ.ข.ส., พเยาว์ พูนธรัตน์, เขาทราย แกแล็คซี่, รัตนพล ส.วรพิน, ชนะ ป.เปาอินทร์ เป็นต้น

ปัจจุบัน สนามมวยราชดำเนินได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศจึงได้ชื่อเรียกเล่น ๆ จากแฟนมวยว่า “วิกแอร์” และปรับปรุงสภาพใหม่ ในการดูแลของบริษัท เวทีราชดำเนิน จำกัด โดยเช่าช่วงต่อจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีนายเฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล เป็นนายสนาม โดยมีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์ของเวทีทั้งมวยไทยและมวยสากล ตั้งแต่รุ่นมินิฟลายเวต (105 ปอนด์) จนถึงรุ่นมิดเดิลเวต (160 ปอนด์) โดยผู้ที่ได้แชมป์ของสนามมวยราชดำเนินนี้ก็เหมือนกับได้แชมป์ประเทศไทย

สนามมวยราชดำเนิน จัดให้มีการชกทุกวันจันทร์, พุธ และพฤหัสบดี เวลา 18.00-21.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 17.00-21.00 น. เว้นวันสำคัญทางศาสนา

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

ปิดค่ายมวยแล้ว “แมทธิว ดีน” ทำตามมาตรการ ประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท

0

ออกมาเปิดใจกับทีมข่าว สำหรับ ” แมทธิว ดีน “ ที่ล่าสุด เจอผลกระทบจาก โควิด-19 อีกครั้ง เมื่อ กทม. มีประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท หนึ่งในนั้นมี ค่ายมวย , สนามมวย ซึ่งประกาศนี้ มีผลตั้งแต่ 2 มกราคมนี้ เป็นต้นไป 

     ทางด้าน แมทธิว บอกกับทีมข่าวว่า ” ตอนนี้ ค่ายมวย คงสิทธา ของตนเอง ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก เพราะตั้งรับทัน พอได้ข่าวถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในบ้านเรา ก็ได้สั่งปิด ค่ายมวย คงสิทธา ไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีคำสั่งจาก กทม. ออกมาสั่งประกาศปิด แต่ที่เป็นกังวลคือ จะเปิดได้ในช่วงไหน จะต้องปิดยาวแค่ไหน ระหว่างนี้ได้คิดวิธีการฟื้นฟู ให้คนกลับมาใช้บริการค่ายมวย หากมีการประกาศเปิด โดยจะฟื้นฟูในส่วนของการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ว่า ค่ายมวยของเรามีความพร้อมที่เปิดและเสริมสร้างมาตรการป้องกันโควิด-19 มากขึ้น หลักๆ ที่วางแผนไว้ คือ การจำกัดจำนวนคนเข้าต่อรอบ , มีจุดคัดกรอง และ เปิดให้เข้าได้เฉพาะผู้มาใช้บริการค่ายมวย เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ติดตามหรือผู้ที่มาด้วย ที่ไม่ใช่ ผู้ใช้บริการ มานั่งคอย ทั้งนี้ ก็เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ โควิด-19 ” 

ปิดค่ายมวยแล้ว "แมทธิว ดีน" ทำตามมาตรการ ประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท
ปิดค่ายมวยแล้ว "แมทธิว ดีน" ทำตามมาตรการ ประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท
ปิดค่ายมวยแล้ว "แมทธิว ดีน" ทำตามมาตรการ ประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท
ปิดค่ายมวยแล้ว "แมทธิว ดีน" ทำตามมาตรการ ประกาศคุมเข้ม ปิดสถานที่เสี่ยงติดเชื้อ 25 ประเภท

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

อนุโมทนาบุญ! “มิสเตอร์ป๋อง” กราบลาอุปสมบท 7 ม.ค.นี้ ณ พัทธสีมาวัดบ้านแสงน้อย

0

ล่าสุด! “มิสเตอร์ป๋อง” ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า…

“เรียนทุกท่านที่เคารพและนับถือผมขอกราบลาอุปสมบท วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น. ณ พัทธสีมาวัดบ้านแสงน้อย ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี🙏ในการบวชครั้งนี้ เพื่อทดแทนคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนผู้มีพระคุณทั้งหลาย อีกทั้งผมได้บนบานตอนติดเชื้อโควิด-19 ถ้าหายแล้วจะบวชอุทิศส่วนกุศล🙏กรรมใดที่ผมเคยล่วงเกินทุกท่าน ด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม หรือ หากข้าพเจ้าเคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อท่านใด ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ขอทุกท่านโปรดจง อโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด และขอทุกท่านได้อนุโมทนาผลบุญกุศลนี้🙏โดยผมจะตั้งใจปฎิบัติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา🙏

อีกทั้งการบวชครั้งนี้ ผมมีความตั้งใจนำปัจจัยของทุกท่านที่ร่วมงานอุปสมบทบูรณะซ่อมแซมเมรุเผาศพประจำหมู่บ้าน ที่ใช้งานมากว่า30ปีทรุดโทรมตามกาลเวลา 🙏เพื่อสงเคราะห์ชาวบ้านและถวายไว้ในพระพุทธศาสนา จึงใคร่ขอเป็นสะพานบุญให้ทุกท่านร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 038-3-31790-8 นายพินิจ พลขัน (หากท่านใดต้องการใบอนุโมทนาบัตร เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดภาษีกรุณาแจ้งด้วย)🙏ขอให้อานิสงส์และกุศลบุญของการอุปสมบทของผม และการร่วมบุญซ่อมแซมเมรุครั้งนี้แผ่ไพศาล ถึงทุกท่านโดยถ้วนทั่วกันเทอญ!!##ผมกราบขออภัยที่ไม่ได้เดินทางไปขอขอขมาญาติผู้ใหญ่ตลอดจนผู้มีพระคุณ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ระลอก2 ##อีกทั้งผมไม่ได้พิมพ์การ์ดเชิญ ด้วยเวลากระชั้นชิดและเกรงอกเกรงใจทุกท่าน ในช่วงเวลาอันยากลำบากจากสถานการณ์แพร่ระบาดดังกล่าว จึ่งใคร่กราบขอโทษและเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมทำบุญผ่านทางเฟสบุคตามความสะดวกและปลอดภัยตามมาตรการภาครัฐ..กราบเรียนด้วยจิตคารวะ#มิสเตอร์ป๋อง นายพินิจ พลขัน”

ทั้งนี้ ได้มีบรรดาเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆเข้ามาร่วมอยชนุโมทนาเป็นจำนวนมาก โดยทางทีมงาน R1Fight ขออนุโมทนาบุญ ณ โอกาสนี้ด้วยจ้า

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

เปิดชีวิต! “เตโอฟิโม โลเปซ” กับบาดแผลของฮิสแปนิก อพยพสู่การโค่นแชมป์โลกที่ดีสุดแห่งยุค

0
Teofimo_Lopez

หลายคนคิดว่า โลเปซ มาถึงจุดนี้ได้เพราะพรสวรรค์ในพลังกำปั้น แต่นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะไฟแห่งความเคียดแค้น ความโกธาที่สุมอยู่ในอก ที่ต้องการลบบาดแผลในใจ เชื้อเพลิงที่ผลักดัน โลเปซ ก้าวมาถึงจุดนี้ 

โลเปซ มีปูมหลังครอบครัวที่ไม่ได้สวยงามนัก ปู่ของเขาคือฮิสแปนิกชาวอพยพ ที่ย้ายไปตั้งรกรากในฮอนดูรัส, ย่าของเขา ใช้ความรุนแรงกับพ่อโลเปซ เธอมีอาการทางจิต ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย, เตโอฟิโม ซีเนียร์ พ่อของเขาคือนักเลงและอดีตพ่อค้ายา ที่พยายามปิดปกความลับบางอย่างไม่ให้เขาล่วงรู้ 

หากเป็นวัยรุ่นรายอื่น เตโอฟิโม อาจเป็นทาสของยาเสพติด หรือเสียคนไปแล้ว แต่บทเรียนที่ได้จากคนในครอบครัว แปรเปลี่ยนเขากลายเป็นนักสู้ที่หัวใจกล้าแกร่ง เจ้าของสถิติไร้พ่าย ที่แม้แต่ โลมาเชนโก้ ยังต้องยอมสยบ

เรื่องเล่าจากต้นตระกูล

ครอบครัวของ เตโอฟิโม โลเปซ มีรากฐานจากประเทศสเปน คุณปู่ของเขาอพยพสู่ทวีปอเมริกากลางหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแรงงานที่ประเทศฮอนดูรัส เริ่มจากคนขับแท็กซี่, เจ้าของธุรกิจร้านเบเกอรี และร้านขายรองเท้า

ด้วยวัย 51 ปี กับงานที่หนักหนาสาหัสตั้งแต่เช้าจรดเย็น คุณปู่ของโลเปซ จึงอยากหาใครสักคนมาบรรเทาความเหงาข้างกาย เขาพบรักกับ โยลันดา โรเมโร หญิงสาวหน้าตาดีวัย 18 ปี ทั้งคู่ให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน คือ เตโอฟิโม โลเปซ ซีเนียร์

เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โยลันดา หอบหิ้วลูกชายคนเดียวสู่ย่านบรูคลิน มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประกอบอาชีพลูกจ้างในโรงงานผลิตสบู่ สำหรับซิงเกิลมัมที่หาเช้ากินค่ำอย่างเธอ มี 2 ทางเลือกที่คนเป็นแม่จะมอบให้แก่ลูกชาย คือ ความรัก หรือ ความรุนแรง โชคร้ายที่โยลันดาเลือกแบบหลัง

เตโอฟิโม ซีเนียร์ เติบโตขึ้นมาด้วยกำปั้นและหัวเข็มขัด ชีวิตของเขาไม่เคยมีความหมายอื่น นอกจากเป็นกระโถนรองรับอารมณ์โกรธเกรี้ยวจากผู้เป็นแม่ 

เตโอฟิโม ซีเนียร์ นำสิ่งที่ได้รับแบ่งปันสู่สังคมรอบข้าง เมื่ออายุ 10 ขวบ เขาเริ่มต้นลักขโมย และหลอกขายกัญชา ไม่นานนัก ชื่อเสียงของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ เป็นที่รู้จักในบรูคลิน ด้วยฐานะนักเลงรุ่นเยาว์

เมื่อรู้ตัวว่าควบคุมลูกชายไม่ได้ โยลันดา ส่ง เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลับฮอนดูรัส เพื่อไปอยู่กับพ่อ เขาทำงานเป็นคนทำแซนวิชในโรงแรมจนอายุ 14 ปี พ่อของเขาเสียชีวิตลง เตโอฟิโม ซีเนียร์ ที่ไม่ได้กลับดูใจบิดาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะกำลังเมาเหล้า เดินทางกลับสู่บรูคลิน เพื่อมาอยู่กับแม่อีกครั้ง

โชคร้ายสำหรับ เตโอฟิโม ซีเนียร์ เมื่อเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา เขาจึงพบว่าแม่ของตัวเองกลายเป็นคนเสียสติ โยลันดา มักตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับมีดที่อยู่ในมือ 

บางครั้งก็เดินถอดเสื้อผ้าในที่สาธารณะ สิ่งเดียวที่พอจะยึดเหนี่ยวสติของเธอไว้ได้บ้าง คือ ลูกชายเพียงคนเดียว เตโอฟิโม ซีเนียร์ เล่าให้ฟังภายหลังว่า แม่มักจะกอดเขาก่อนนอนทุกคืน

น่าเสียดายที่ความรักของแม่ส่งไปไม่ถึงลูก เตโอฟิโม ซีเนียร์ ออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง โดยทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง กว่าจะรู้ตัวอีกที คุณแม่ของเขาได้ปลิดชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอที่ห้องนอน ในวัย 17 ปี ชีวิตของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ ไม่เหลืออะไร นอกจากความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในใจ

“เธออยู่บนเตียงชั้นสอง ผมเริ่มที่จะขว้างปาข้าวของ ผมอยากฆ่าทุกคน” เตโอฟิโม ซีเนียร์ ย้อนความรู้สึกในวันที่แม่ของเขาจากไป

“ชีวิตของผมหมดสิ้นแล้ว ผมเสียสองสิ่งในชีวิตที่ผมรักที่สุดไป และเป็นสองครั้งที่ผมทำทุกอย่างพังพินาศ ไม่มีใครสามารถแก้ไขความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้น ทั้งความโกรธ และความเคียดแค้น มันไม่มีวันหายไปจากใจผม”

บทเรียนจากพ่อ

ความทุกข์ในวัยเยาว์ของ เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลายเป็นความผิดพลาดที่เขาอยากแก้ไข โอกาสนั้นมาถึง เมื่อเขาให้กำเนิดลูกชายคนแรก เตโอฟิโม โลเปซ จูเนียร์ ในปี 1997 ในขณะนั้น เตโอฟิโม ซีเนียร์ กำลังรุ่งเรืองในบทบาทพ่อค้ายาบนถนน Fourth Avenue ย่านบรูคลิน

เตโอฟิโม จูเนียร์ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่ง อยากเปลี่ยนชีวิตจาก พ่อค้ายาเสพติด สู่ พ่อที่ดี เตโอฟิโม ซีเนียร์ ล้างมือของตัวเองให้สะอาด ก่อนย้ายสู่รัฐฟลอริดา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยอาชีพคนขับรถลีมูซีน

“พ่อของผมยังคงทำธุรกิจแบบนั้นบ้างที่ฟลอริดา แต่เขาและแม่ พร้อมจะทำทุกอย่างที่ต้องทำ เพื่อครอบครัวของเราเสมอ” เตโอฟิโม จูเนียร์ กล่าวกับ ESPN

สองบล็อคห่างออกไปจากบ้านของเตโอฟิโม คือ โรงยิมโรงเรียนตำรวจ วันหนึ่งขณะที่เขาอายุ 6 ขวบ เตโอฟิโม แอบเดินทางไปที่ยิมแห่งนั้น เขาลองออกหมัดใส่สปีดแบก ทันทีที่เทรนเนอร์คนหนึ่งมาเห็นเข้า เขารู้ทันทีว่าเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า จะก้าวเป็นสุดยอดนักชกในอนาคต

“ลูกของคุณทำในสิ่งที่คนทั่วไปใช้เวลาเรียนรู้นาน 5 ปี” เทรนเนอร์คนหนึ่งกล่าวกับเตโอฟิโม ซีเนียร์

พรสวรรค์ด้านหมัดมวยของ เตโอฟิโม จูเนียร์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สืบทอดมาจากสายเลือด กล่าวกันว่า ปู่ของเขา มีพละกำลังแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับวัวกระทิงด้วยมือเปล่า ขณะที่ เตโอฟิโม ซีเนียร์ ก็เป็นนักมวยเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

สวนทางกับผู้เป็นพ่อ เตโอฟิโม จูเนียร์ เติบโตอย่างรวดเร็วในวงการมวยสากล เริ่มต้นจากการคว้าแชมป์ Florida Silver Gloves รุ่น 70 ปอนด์ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ต่อด้วยแชมป์ National Silver Gloves ในปี 2013 และเหรียญทองจากรุ่นไลท์เวตของ National Golden Gloves ในปี 2015

“ผมคิดว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ของจริง เขาเป็นเด็กที่แข็งแกร่ง และมีอนาคตไกลในระดับอาชีพ เขามีความสามารถ เขาคือนักสู้ที่ดี” บ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์ชื่อดัง เจ้าของ Top Rank Promotion ยกย่องฝีมือการชกของเตโอฟิโม

ความสำเร็จของ เตโอฟิโม จูเนียร์ มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง เขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก เตโอฟิโม ซีเนียร์ เพราะนับแต่วันที่ลูกชายตัดสินใจเป็นนักมวย เตโอฟิโม ผู้เป็นพ่อ ได้ผันตัวเป็นเทรนเนอร์ประจำตัวของลูกชายนับแต่นั้น

แม้จะเป็นครูพักลักจำจากการดูคลิปของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และ อันเดร วาร์ด ใน YouTube บวกกับการแสดงของ บรู๊ซ ลี ในหนังอย่าง Enter the Dragon หรือ Game of Death แต่ เตโอฟิโม ซีเนียร์ กลับปลุกปั้น เตโอฟิโม จูเนียร์ ให้กลายเป็นสุดยอดนักชกได้อย่างเหลือเชื่อ

“เมื่อเป็นเรื่องของการชกมวย พ่อของผมมหัศจรรย์ราวกับเป็นจอมเวทมนตร์” เตโอฟิโม จูเนียร์ กล่าวถึงเทรนเนอร์ที่ดีที่สุดในชีวิต

เตโอฟิโม ซีเนียร์ พยายามเป็นต้นแบบของลูกชายในทุกด้าน ไม่ใช่แค่ฐานะของเทรนเนอร์ประจำตัว แต่รวมถึง “ความเป็นพ่อ” ในทุกมิติ ซึ่งรวมไปถึงการปกปิดความลับที่ตัวเองยังคงเป็นทาสสุรา และ ยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้ เตโอฟิโม จูเนียร์ เดินบนเส้นทางเดียวกัน

“ผมเคยไปรับพ่อที่บาร์ เขาเมาหลับอยู่บนโต๊ะพูล ผมยังเคยลงไปชั้นใต้ดินของบ้าน เห็นพ่อเมาเละเทะ ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นเขาเสพโคเคนที่คลับด้วยซ้ำ” เตโอฟิโม จูเนียร์ เล่าถึงอีกด้านที่พ่อของเขาพยายามหลบซ่อน

“มันทำให้ผมเข้าใจความยากลำบากของพ่อและแม่ เขาไม่อยากให้ผมเห็นภาพเหล่านั้น แต่สุดท้าย ผมก็รู้เรื่องราวทั้งหมด”

ไม่มีใครรู้สึกดีที่เห็นพ่อของตัวเองทำแบบนั้น แต่ภาพอีกด้านที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ เตโอฟิโม จูเนียร์ มุ่งมั่นบนเส้นทางสายกีฬา เพราะในอีกไม่กี่ปีถัดมา วัยรุ่นคนหนึ่งในฟลอริดา จะกลายเป็นแชมป์โลกไร้พ่าย ที่น่าจับตาที่สุดในวงการมวยสากลอาชีพ

ฝันสลายที่โอลิมปิก

ปี 2016 เตโอฟิโม โลเปซ มีชื่อเป็นหนึ่งในนักชก ที่ได้รับการคัดเลือกสู่มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เจ้าหนุ่มวัย 19 ปี ผ่านการคัดเลือก และคว้าตำแหน่งผู้ชนะในรุ่นไลท์เวต เตรียมเป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่สิ่งไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น …Advertisement

“ผมเป็นนักมวยคนแรกที่ชนะการคัดเลือกโอลิมปิก แต่ไม่ได้ลงแข่งขันในฐานะนักกีฬาทีมชาติสหรัฐอเมริกา” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ Channel 6 News

หลัง เตโอฟิโม คว้าตำแหน่งผู้ชนะในการคัดเลือก ทีมชาติสหรัฐอเมริกาประกาศว่า จะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันตามอันดับในรายการ World Series of Boxing ซึ่ง เตโอฟิโม ไม่เคยแข่งขันแม้แต่นัดเดียว เนื่องจากอายุไม่ถึงเกณฑ์ ทำให้เด็กหนุ่มจากบรูคลินหมดสิทธิรับใช้ชาติ แบบไม่มีเงื่อนไข

“เรื่องนี้ทำให้ผมเจ็บปวดมาก ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ผมมีความฝันเพียงอย่างเดียวคือการเป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐอเมริกาในโอลิมปิก” เตโอฟิโม เปิดใจหลังถูกคัดออกจากทีมชาติสหรัฐอเมริกา

ถึงผิดหวัง ชีวิตยังต้องเดินต่อ เตโอฟิโม เปลี่ยนไปสังกัดทีมชาติฮอนดูรัส ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2016 โชคร้ายสำหรับนักมวยรุ่นเยาว์อย่างเขา ที่แม้จะฝีมือดี แต่ไร้ชื่อเสียง เนื่องจากไต่เต้าจากการเป็นนักมวยท้องถิ่น 

เตโอฟิโม ถูกพิษเกมการเมืองในวงการมวยสากลสมัครเล่นโจมตีอีกครั้ง หลังถูกตัดสินให้แพ้ โซเฟีย อูมีอา นักชกชาวฝรั่งเศส ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ แบบค้านสายตาคนดู

“คุณได้ยินเสียงโห่ของคนดูแล้ว AIBA ไม่ต้องการให้ผมชนะ เพราะพวกเขากลัวว่าผมจะสร้างสิ่งที่อื้อฉาว เพราะพวกเขาต้องการขโมยความฝันของผม” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์ทันที หลังตกรอบโอลิมปิก

“AIBA คือองค์กรคอรัปชั่น” เตโอฟิโม ยืนยันความคิดของเขาด้วยการแสดงออกบนเวที เมื่อคำตัดสินถูกประกาศออกมา 

เตโอฟิโม นั่งคุกเข่ากลางสังเวียน ก่อนจะตีลังกากลับหลัง เพื่อประท้วงผลการแข่งขัน ก่อนโบกมือลาวงการมวยสมัครเล่น และผันตัวสู่เวทีมวยสากลอาชีพเต็มตัว ด้วยการเซ็นสัญญากับ Top Rank Promotion หนึ่งในค่ายมวยที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้

ประกาศศักดาให้โลกประจักษ์ 

“ผมคือผู้ให้ความบันเทิง เพราะฉะนั้น ผมต้องให้ความบันเทิงกับผู้ชม สไตล์ของผมหรือ ? ผมมีเทคนิคยอดเยี่ยม และฉลาดมากเมื่ออยู่บนเวที ฉลาดเหมือนอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เลยละ”

หากเป็นนักมวยอายุ 20 ปีรายอื่น แฟนกีฬาทั่วโลกคงหัวเราะกับคำพูดที่ออกมา แต่สำหรับ เตโอฟิโม โลเปซ เขาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้โม้หรือโอ้อวดเกินจริง 

ด้วยการใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี นับตั้งแต่เทิร์นโปร คว้าแชมป์ WBC Continental Americas รุ่นไลท์เวต มาครอง ด้วยการชนะน็อค วิลเลียม ซิลวา ในยกที่ 6 ของการแข่งขัน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018

“คุณไม่รู้หรอว่าผมอยากต่อยคนมากแค่ไหน ความโกรธ ความแค้นเคือง ทั้งหมดที่อยู่ในตัวผม … แน่นอนว่า ผมไม่ได้ต้องการน็อคเอาท์ทุกคน แต่ทุกหมัดที่ผมปล่อยออกไป มันต้องแรงพอจะน็อคไอ้นั่นให้ร่วงลงพื้น” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN หลังมือขวาหัก ในไฟต์ที่พบกับ วิลเลียม ซิลวา

เพียงพริบตาเดียว เตโอฟิโม ชนะ 15 ไฟต์รวดโดยไม่แพ้ใคร ซึ่งเป็นการชนะน็อคถึง 12 ไฟต์ คว้าแชมป์โลก IBF จนได้โคจรมาพบกับ วาซีล โลมาเชนโก แชมป์โลกรุ่นไลท์เวต 3 สถาบัน (WBA, WBO และ The Ring) และ WBC Franchise โดยมีการเดิมพันเข็มขัด 3 เส้นจาก วาซีล สองเส้น และ โลเปซ หนึ่งเส้น 

ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น เตโอฟิโม เดินหน้าบุกไม่ยั้ง เขาใช้ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดที่อยู่ในตัวเป็นพลัง ตลอด 12 ยก เตโอฟิโม ออกหมัด 659 ครั้ง มากกว่าโลมาเชนโกถึง 2 เท่า 

แม้จะไม่มีหมัดไหนที่แรงพอทำให้คู่ต่อสู้นับสิบ แต่ก็มากพอให้กรรมการลงคะแนนเป็นเอกฉันท์ ตัดสินให้ เตโอฟิโม เป็นฝ่ายชนะ โลมาเชนโก ที่ใครก็มองว่าเหนือเขาไปได้ 

“ผมคือนักสู้ ผมจำเป็นต้องไปให้สุด เพราะผมรู้ว่าเขาจะเข้ามาเอาทุกอย่าง และผมให้เขาไปไม่ได้” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN หลังจบไฟต์

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เตโอฟิโม เขี่ย โลมาเชนโก ร่วงจากการเป็น บัลลังก์นักชกดีที่สุดเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ของ ESPN และทำให้เขาผงาดขึ้นไปเป็น แชมป์โลกเบอร์ 1 รุ่นไลท์เวต ตามการจัดอันดับของ Boxrec 

เด็กหนุ่มที่มีรากฐานจากตระกูลที่ยากลำบาก เต็มไปด้วยความรุนแรง ยาเสพติด และโศกนาฏกรรม เตโอฟิโม โลเปซ เรียนรู้จากเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม เปลี่ยนความคับแค้นที่อยู่ในใจกลายเป็นแรงผลักดัน พาเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพของตัวเองได้สำเร็จ

ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ เตโอฟิโม เป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับอีกด้านของชีวิตอีกด้าน เตโอฟิโมมีความสุขกับครอบครัวที่เมืองลาสเวกัส 

เขาสลัดคราบนักมวยเลือดร้อน เป็นชายหนุ่มที่สุขุมและน่าเชื่อถือ ใช้เวลาพักผ่อนไปกับสุนัข 2 ตัว และภรรยา รวมถึงความฝันบางอย่างที่ยังค้างคาในใจ

“ผมคือสามีที่ดี น้องชายที่ดี ลูกชายที่ดี และผมยังสามารถต่อยคนอื่นได้บนเวที” เตโอฟิโม ให้สัมภาษณ์กับ ESPN ในบ้านของเขาที่ลาสเวกัส

“ผมมั่นใจว่า ผมจะเป็นพ่อที่ดี” เขาพูดด้วยความมั่นใจ เหมือนกับตอนเทิร์นโปรที่ เตโอฟิโม บอกถึงสิ่งที่เขาเป็น และจะทำแบบนั้นได้จริง ๆ 

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

ฮาส่งท้ายปี! “บัวขาว” นักชกขวัญใจชาวไทยนอกสังเวียนกลายเป็นแบบนี้

0

ล่าสุดภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของค่ายบัญชาเมฆ ที่บัวขาววิลเลจ ได้มีการจัดการประกวดแต่งกายที่สร้างรอยยิ้ม ชิงเงินรางวัลสูงถึง 1 แสนบาท งานนี้ไปดูกันเอาเองว่า กำปั้นวัย 38 ปี จัดเต็มขนาดไหน

สำหรับวีรกรรมความฮาของ บัวขาว บัญชาเมฆ ต้องบอกว่าเป็นคนที่ชอบสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนๆ เสมอ ที่ผ่านมาก็เคยโพสต์ภาพตัวเองที่มีใบหน้าเป็นผู้หญิงโดยใช้แอพแต่งรูป FaceApp

นอกจากนี้อีกเรื่องที่ยังคงเป็นที่กล่าวถึงทุกวันนี้ก็คือการปลอมตัวเป็นหนุ่มผมยาวออกไปซื้อผลไม้ยามดึกชนิดที่ไม่มีใครจำได้ ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าตัวปลอมตัวใส่วิกผมยาว กำเงิน 100 บาท ออกไปเรียกรถเข็นขายผลไม้ ก่อนปรี่เข้าซื้อผลไม้

ซึ่งเจ้าตัวโพสต์เผยว่าพ่อค้าจำตนไม่ได้ “ไม่มีใครจำได้ ปลอมตัวไปซื้อผลไม้กิน ขนาดบีบไก่แล้วก็ยังจำไม่ได้” งานนั้นทำเอาแฟนๆ กดไลค์ กดแชร์ และขำกับความเฮฮาของวีรกรรมที่เจ้าตัวทำเป็นอย่างมาก

ถือเป็นอีกมุมน่ารักๆ ของเจ้าตัว เพราะเวลาอยู่บนสังเวียน ต้องบอกว่าเป็นคนละเรื่องกับชีวิตปกตินอกสังเวียนเอามากทีเดียว

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

“จามาล” กำลังห้าว ลั่นขอท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลกจาก “เพชรมรกต”

0

ก่อนหน้านี้ “จามาล ยูซูพอฟ” สร้างปรากฏการณ์น็อกช็อกโลก สยบเจ้าตำนานมวยไทย “ยอดแสนไกล ไอเว แฟร์เท็กซ์” เมื่อครั้งมาเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2562 พร้อมกับคว้าฟาสแทร็กซ์ได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกกับ เพชรมรกต ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

แต่ปรากฏว่า จามาล ต้องขอถอนตัวกะทันหันเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ “พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” กระโดดเข้ามาเสียบแทนในฐานะนักมวยขัดตาทัพ แต่ก็ไม่สามารถกระชากเข็มขัดแชมป์โลกไปได้

อย่างไรก็ตาม เมื่ออดีตคู่ชกที่เคยถูกวางตัวไว้แล้ว ขอทวงคืนโอกาสท้าชิงบัลลังก์ งานนี้แชมป์โลกอย่าง เพชรมรกต ตอบว่าอย่างไรไปฟังกัน…

“จามาล เขามีหมัดที่น่ากลัวครับ เมื่อดูจากฟอร์มที่เขาชกกับ พี่ยอดแสนไกล และ เซมี ซานา แต่ผมมองว่ารับมือเขาได้ เพราะผมก็มีจุดแข็งคือเข่ากับศอก ที่จะเอาไปสู้กับเขา”

“เมื่อเขาท้ามา ผมก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ทาง วัน แชมเปียนชิพ และทางค่ายเพชรยินดีฯ ตัดสินใจครับ ส่วนผมก็เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ”

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

ย้อนรอย! มรสุมวงการมวย หลังถูกตราหน้าทำโควิด-19 ระบาดใหญ่ในไทย

0

โดยปี 2020 นับเป็นปีที่ยากลำบากของนักกีฬาไทย หลังเจอผลกระทบการระบาดของโควิด-19 แต่ถือเป็นสิ่งที่คนกีฬาได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตมากขึ้น

สาเหุตการระบาด

ต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเจอกับวิกฤติปัญหาการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งต้นตอมาจากการชกศึกใหญ่ใช้ชื่อรายการว่า ลุมพินิแชมเปียนเกริกไกร เกียรติเพชร ซึ่งมีการจัดคู่มวยดังขึ้นชกถึง 11 คู่ และมีการแจกรถ 3 คัน ทำให้มีบรรดาเซียนมวย และประชาชนที่สนใจเข้าไปร่วมชมมวยรายการนี้จำนวนมาก ที่สนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม

ซึ่งรายการนี้มีผู้เข้าชมรายหนึ่งได้รับเชื้อจากคนในครอบครัวซึ่งเดินทางกลับจากประเทศอิตาลี ก่อให้เกิด “ซุปเปอร์สเปรดเดอร์” แพร่เชื้อเป็นวงกว้างและรวดเร็วมีผู้ติดเชื้อมาจากการแข่งขันในวันนั้นถึง 100 คน ทั้งคนในวงการกีฬา มิสเตอร์ป๋อง เซียนมวยชื่อดัง, แมทธิว ดีน ดารานักแสดงพิธีกรชื่อดัง รวมทั้ง พล.ต.ราชิต อรุณวงษ์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี ติดเชื้อด้วย ส่งผลให้ประเทศไทยต้องล็อกดาวน์

ภาพบรรยากาศในศึกลุมพินิแชมเปียนเกริกไกร เกียรติเพชร วันที่ 6 มี.ค. 63

มากไปกว่านั้น “วงการมวย” ถูกสังคมตราหน้าจากสังคมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยต้องเสียหายจากการระบาดครั้งนี้ เพราะมีข่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยทำหนังสือขอความร่วมมือนายสนามมวยลุมพินี งดจัดการแข่งขัน วันที่ 4 มีนาคม แต่ไม่ได้รับการตอบสนองยังคงจัดการแข่งขันวันที่ 6 มีนาคม จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ หรือ โดนลงโทษแต่อย่างใด

หนังสือจาก กกท. ขอความร่วมมืองดจัดมวย

หยุดชะงักทั้งประเทศวงการกีฬาไม่มีแข่ง-งดฝึกซ้อม

จากการล็อกดาวน์ทำให้คนในวงการกีฬาหรือคนทั่วไปไม่สามารถออกกำลังกายได้ สำหรับนักกีฬาการฝึกซ้อมเพื่อรักษาสภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญทำให้เราได้เห็นเรื่องราวใหม่ๆ ในการออกกำลังกาย

เทคโนโลยีที่ก้าวไกลทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องง่ายขึ้น จะฝึกซ้อมพร้อมกันก็ทำได้ผ่านออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom อาทิ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย, สโมสรชลบุรี เอฟซี เช่นเดียวกับแอปพลิเคชัน homecourt ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ออกกำลังกายภายในห้องหรือในบ้าน

กีฬาเริ่มปลดล็อก

หลังรัฐบาลเริ่มทำการปลดล็อกโดยแบ่งเป็นระยะ คนกีฬาเริ่มได้เฮบ้างเมื่อการปลดล็อกดาวน์ในเฟสที่ 2 รัฐบาลอนุญาตให้ทำกิจกรรมกีฬาได้แล้ว เบื้องต้นไม่มีการปะทะกันระหว่างผู้เล่นและห้ามมีผู้ชมการแข่งขัน สำหรับกีฬาประเภททีมต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 3 คน, ก่อนที่เฟส 3 จะเริ่มคลายล็อกให้กีฬาประเภททีมที่เกิน 3 คน ได้ทำการฝึกซ้อมได้แล้ว 

มรสุมวงการมวย 

แม้ว่าการปลดล็อกเฟส 4 กีฬาจะกลับมาทำการแข่งขันได้แล้ว แต่วงการมวยยังไม่สามารถเปิดสนามแข่งขันได้เนื่องจากถูกจัดให้อยู่ในสถานที่กลุ่มเสี่ยง จนต้องรอไปถึงวันที่ 4 กรกฎาคม กีฬามวยถึงกลับมาจัดแข่งขันได้ในรายการแรกศึกจ้าวมวยไทย ที่เวทีสยามอ้อมน้อย หลังจากมวยถูกสั่งห้ามการแข่งขันตั้งแต่ 16 มีนาคม อย่างไรก็ตามแฟนมวยยังไม่สามารถเข้าชมในสนามได้

กระทั่งวันที่ 14 สิงหาคม ได้อนุญาตให้แฟนมวยเข้าชมในสนาม แต่ก็มีเหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นก่อนในวันที่ 13 สิงหาคม เมื่อนายวิบูณ จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ออกหนังสือคำสั่งแจ้งว่า การแข่งขันกีฬามวย ยังคงต้องแข่งขันแบบปิด ไม่มีแฟนมวยเข้าชม ทั้งที่ ศบค. ได้อนุญาต ทำให้แฟนมวยไม่พอใจเป็นอย่างมากเพราะมองว่าเป็นการขัดขวางไม่ให้คนมวยมีโอกาสทำมาหากิน อีกทั้งช่วงเวลานั้นกีฬาอื่นเปิดให้แฟนเข้าชม รวมทั้งผับบาร์ก็เปิดให้บริการแล้ว สุดท้าย ดร.ก้องศักดิ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแก้ไขคำสั่งนี้ยืนยันว่าให้แฟนมวยเข้าชมได้ 

หนังสือจาก กกท. ยกเลิกคำสั่งห้ามแฟนเข้าชมมวย

บทเรียนที่ต้องเรียนรู้ 

ต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิด “นักมวย” เพราะตัวนักมวยเองก็ขึ้นชกตามหน้าที่ซึ่งเป็นอาชีพสำหรับหาเลี้ยงปากท้องครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้วงการมวยถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการระบาดครั้งใหญ่โควิด-19 ในไทยก็คือ “ผู้ใหญ่” วงการมวยที่ปล่อยให้การแข่งขันนั้นเกิดขึ้น หากไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมก็คงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องคิดหน้าคิดหลังมากกว่านี้ ขณะที่นักมวยเองนับว่าเป็นบทเรียนที่ช่วยสอนให้ใช้ชีวิตไม่ประมาท ยามมีเงินทองต้องรู้จักเก็บเพราะชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีลง ไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต 

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

สุ่มเสี่ยงเกินไป! “เวทีมวยราชดำเนิน” ออกแถลงการณ์ งดจัดทุกรายการ หวั่นโควิด-19

0

ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน ได้มีการเรียกประชุมด่วนกับทีมงานของค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ และทีมงานของสนามมวยสยามอ้อมน้อย ก่อนได้ข้อสรุปว่าจะขอยกเลิกจัดมวยทุกรายการตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

เพื่อความปลอดภัยของคนในวงการมวย รวมถึงภาพลักษณ์ของวงการมวยไทย ทางสนามมวยเวทีราชดำเนิน จึงขอประกาศยกเลิกการจัดมวยทุกรายการจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะกลับมาคลี่คลาย อนึ่งสนามมวยราชดำเนิน จะกลับมาจัดมวยได้อีกเมื่อไหร่นั่น ขอให้แฟนๆ ติดตามความคืบหน้าต่อไป

131243678_2865601997037860_84

ติดตามข้อมูล ข่าวสาร เพิ่มเติม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง เพจR1Fight

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Youtube

บทความยอดฮิต