บอสชาตรี – แนะ รถถัง กลับมาทุ่มเท ชี้หาก สุขสบายเกินไปจะนำไปสู่ความล้มเหลว

0
205

ควันหลงศึก ONE ซามูไร 1 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่สนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คู่เอกนำรายการ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต พบกับ “ทาเครุ” ขวัญใจเจ้าถิ่น ที่จะขึ้นชกเปนไฟต์สุดท้าย โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล (125-135 ป.) เป็นเดิมพัน ปรากฎว่า ทาเครุ ปล่อยหมัดเด็ด ส่ง รถถังลงไปนับถึง 4 ครั้ง ก่อนเป็นฝ่ายชนะน็อกในยกที่ 5 คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล ได้สำเร็จ

ล่าสุ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้โพสต์ข้อความว่า “ขอโทษนะครับ ผมเสียใจมากที่สุด ที่เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้ ผมอยากหยุดอย่างลงจัง พร้อมอีโมจิ ร้องไห้” พร้อมกันนี้ยังมีคลิปเผยแพร่ในโซเชียลว่า รถถัง ถึงกับร้องไห้ลงจากเวทีเลยทีเดียว

หลังจากนั้น รถถัง ยังได้โพสต์อีกหนึ่งข้อความโดยระบุว่า “ขอโทษนาย สมจิตร แว่นแก้ว และแฟนๆคนไทยทุกคนมากครับ”

ด้าน ชาตรี ศิษย์ยอดธง บอสใหญ่ของ ONE Championship ได้ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขัน โดยเริ่มต้นพูดถึง โจนาธาน แฮกเกอร์ตี ยอดมวยจากอังกฤษ ที่ยังเสมอต้นเสมอปลายว่า

บอสชาตรี - แนะ รถถัง กลับมาทุ่มเท ชี้หาก สุขสบายเกินไปจะนำไปสู่ความล้มเหลว

“ผมชื่นชอบโจนาธานมาก เขายังคงฝึกซ้อมอย่างหนัก เขายังคงถ่อมตัว และมีวินัยเสมอ เพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ เขารายล้อมด้วยทีมงานที่ดี โค้ชที่ดี และเพื่อนร่วมทีมที่ดี แต่เมื่อเรามีเงินมากขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น และปล่อยให้มันครอบงำ หยุดซ้อม ไม่มีทีมงานที่ดี เราคงได้เห็นตัวอย่างแล้วในคืนนี้ การเป็นนักสู้ที่ดีที่สุดในโลก ในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ง่ายเลยที่จะรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้”

จากนั้น บอสชาตรี ยังเผยถึงตัวรถถังว่า “เสียใจกับความพ่ายแพ้ของรถถัง แน่นอนว่าเขาคงจะใจสลาย เขาเป็นนักชกระดับแชมป์โลก แต่ถ้าเขากลับมาทุ่มเทอีกครั้ง ฝึกซ้อม เรียนรู้ เติบโต และถ้าเขาหิวกระหายอีกครั้ง เขาจะเป็นที่สุดของโลก เหมือนเราทุกคน ถ้าสุขสบายเกินไป มันจะนำไปสู่ความล้มเหลว”

ขณะที่ ดร.พิชิต เมืองนาโพธิ์ นักจิตวิทยาด้านการกีฬาของไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลสภาพจิตใจนักกีฬาระดับทีมชาติและระดับโอลิมปิกเกมส์ ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง รถถัง จิตเมืองนนท์ โดยใจความระบุว่า รถถัง ควรใช้วิทย์กีฬาเข้ามาช่วย และควรโฟกัสที่กีฬามากกว่าการเป็นคนดัง

“ผมมีความคิดว่า รถถัง ควรหันมาใช้บริการวิทยาศาสตร์การกีฬาให้เต็มรูปแบบ และเปลี่ยนตัวเองจาก “คนดัง” มาเป็น “นักกีฬา” แล้วเขาจะเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างแน่นอน

เขาจะต้องยึดมั่น ปฏิบัติตนและเผยแพร่ปรัชญาโอลิมปิก เขาจะต้องฝึกฝนจิตใจ ให้มีแรงจูงใจ มีความมุ่งมั่น เขาจะต้องมีวินัยในการฝึกฝนร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด เขาจะต้องพัฒนาฝีมือการเล่นให้ดีกว่าเดิมยิ่งขึ้นไป ถ้าเขากล้าหาญและแข็งแกร่งพอที่จะทำตามนี้ได้ เขาจะเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมายครับ”

บทความก่อนหน้านี้ทาเครุ – ไล่ถลุงน็อก รถถัง ยก 5 ซิวแชมป์โลกเฉพาะกาล อำลาสังเวียนสุดยิ่งใหญ่
บทความถัดไปรถถัง กลับถึงไทยครอบครัวต้อนรับอบอุ่น ยันรู้ตัวเองยอมรับความพ่ายแพ้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่