ซุปเปอร์บอน หวังชิงเข็มขัดแชมป์ 2 เส้น แก้มือคู่ปรับเก่า ชิงกิซ – ตะวันฉาย

0
885

“ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” ยอดนักสู้จากพัทลุง สุดภูมิใจกับชัยชนะเหนือ “มารัต กริกอเรียน” นักชกจากอาร์เมเนีย พร้อมทั้งยกย่องให้เป็นคู่ต่อสู้ที่หินมากที่สุดคนหนึ่ง จากการปะทะกันในการชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เฉพาะกาล ในศึก ONE ลุมพินี 58 : ซุปเปอร์บอน vs มารัต เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีความตั้งแต่จะล่าเข็มขัดสองเส้น ทั้งมวยไทย และ คิกบ็อกซิ่ง อีกด้วย

ศึกภาค 3 ระหว่าง “ซุปเปอร์บอน” และ “มารัต” ที่ถือเป็นคู่ปรับกันมานานหลายปี จบลงด้วยชัยชนะของนักชกชาวไทยที่สามารถย้ำชนะ และทำแต้มต่ออยู่ที่ชนะ 2 แพ้ 1 ส่งให้ได้ขึ้นครองตำแหน่งแชมป์โลก คิกบ็อกซิ่ง เฉพาะกาลของรุ่นนี้สำเร็จ ซึ่ง “ซุปเปอร์บอน” กล่าวถึงเกมในไฟต์นี้ไว้ว่า

“มารัต ครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนเยอะครับ เขาแก้เกมมาไล่บี้ตั้งแต่ยกแรก แล้วก็เข้าในระยะต่อยหมัดได้ตลอด แต่เขาต่อยไม่เข้า เพราะทุกครั้งที่เขาต่อย ผมจะดักแทงเข่า ทำให้เขาหยุดใช้หมัดคอมโบ ที่เขาถนัด เขาแก้เกมมาดี แต่เราก็แก้เกมไปเหมือนกัน” 

“เขาอึดมาก ยก 2 ผมเตะเขาไปเป็น 10 ครั้ง แต่ละครั้งไม่ใช่เบา ๆ เขาทนมาก ๆ ยืนให้ผมเตะ แล้วเขาก็เข้ามาต่อย ผมรู้สึกว่าคนอะไรอึด ถึก ทน มากขนาดนี้ พอครบ 5 ยก ผมก็มั่นใจครับว่าเป็นผู้ชนะ เพราะผมมองว่าผมออกอาวุธเข้าเป้ามากกว่าเขาทุกยก”

ซุปเปอร์บอน

ตลอด 5 ยกในไฟต์นี้ถือเป็นไฟต์ที่สนุกสุดมัน ตื่นเต้น เร้าใจผู้ชมทั้งในสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) และผู้ชมทางบ้านอีกด้วย โดยการเอาชนะ “มารัต” ได้เป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ “ซุปเปอร์บอน” มั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยไม่ลืมที่จะยกย่อง “มารัต” ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่เขาเคารพในฝีมือมากที่สุดคนหนึ่ง

“มารัต เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่หลายปีก่อนที่ชกกันมา เราไล่บี้กันมาตลอด ผมรู้สึกว่านี่เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเราแข็งแกร่งจริง ๆ ในการชกกับคนเก่ง ๆ ในระดับนี้ มารัต เป็นคนเก่งอยู่แล้ว เขามีน้ำใจนักกีฬาสูงมาก เมื่อจบเกม เราก็เคารพซึ่งกันและกันครับ”

แม้ว่า “ซุปเปอร์บอน” จะเป็นฝ่ายเอาชนะไฟต์นี้และคว้าเข็มขัดเฉพาะกาลมาได้ก็ตาม แต่ลึก ๆ ในใจ เขากลับยังไม่พอใจในตัวเองเท่าไหร่นัก โดยจะกลับไปทำการบ้านเพื่อแก้ไขให้ดีกว่าเดิมในไฟต์ต่อไป

“ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้แชมป์มา แต่มีบางอย่างที่ผมรู้สึกว่าผมทำได้ไม่เต็มร้อย แม้จะทำได้แต่ไม่ได้ภูมิใจ 100 เปอร์เซ็นต์ จากนี้ ก้าวต่อไปของผมคือการทวงบัลลังก์คืนให้ได้ เราต้องดีกว่านี้ให้ได้ในไฟต์ต่อ ๆ ไป”

แม้ว่าเป้าหมายอันดับ 1 ยังเป็น “ชิงกิซ อัลลาซอฟ” แชมป์โลกตัวจริง ที่กระชากเข็มขัดไปจาก “ซุปเปอร์บอน” เมื่อต้นปีที่แล้วในศึก ONE Fight Night 6: ซุปเปอร์บอน vs ชิงกิซ และกลายเป็นจุดด่างพร้อยที่เป็นเชื้อไฟที่อยากจะกลับไปแก้แค้น นอกจากนี้ “ซุปเปอร์บอน” ก็ยังหมายมั่นปั้นมือที่อยากจะกลับไปรีแมตช์กับ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต และหวังจะชิงทั้ง 2 เส้น และ คว้าทั้ง 2 เส้นมาครองให้ได้ในอนาคตอีกด้วย

“เป้าหมายผมยังเหมือนเดิม อยากเป็นแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง และ แชมป์โลกมวยไทย ในรุ่นเฟเธอร์เวต ผมอยากแก้มือกับแชมป์ทั้งสองคน ใครที่ผมแพ้มา ผมอยากแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไป ผมอยากแก้มือและกลับไปเอาชนะเขาให้ได้”

บทความก่อนหน้านี้เดือดไฟลุก ยามีน คืนสังเวียน วัดพลังหมัด โจอาคิม คู่เอกศึก ONE ลุมพินี 59
บทความถัดไปสินสมุทร พร้อมชน ดีมิทรี ศึก ONE Fight Night 22 ตั้งเป้าหมายเดียวกัน คือโค่นราชัน รีเกียน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่