ตะวันฉาย ชนะแต้ม โจ ณัฐวุฒิ คว้าชัยคิกบ๊อกซิ่ง 2 ไฟต์ติด – ธานฮ์ คว้าแชมป์ MMA

0
806

จบลงไปพร้อมกับความดุเดือดเร้าใจทุกวินาที สำหรับศึก ONE Fight Night 15 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมี “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” เปิดศึกสายเลือดดวลเดือด “โจ ณัฐวุฒิ” ในรูปแบบคิกบ็อกซิ่ง รวมถึง “เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรง” ที่หวังมาล่าแต้มชัยต่อเนื่องบนสังเวียนระดับโลก นอกจากนี้ยังเต็มอิ่มไปกับศึกชิงบัลลังก์สองเส้นสองกติกา

เริ่มกันที่คู่เอกของรายการ “ธานฮ์ เล” อดีตราชัน MMA วัย 38 ปี ชาวเวียดนาม-อเมริกัน ที่วันนี้ขอกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ ด้วยการขึ้นชิงแชมป์โลก ONE MMA รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล (145 – 155 ป.) พบกับ “อิลยา เฟรย์มานอฟ” จอมน็อกเอาต์ วัย 27 ปี จากรัสเซีย ดีกรีผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง

เปิดฉากมา “ธานฮ์” วิ่งเข้าใส่ทันทีพร้อมรัวหมัดไม่ยั้ง ก่อนจะโดน “อิลยา” เทกดาวน์ล้มลงไป แต่อย่างไรก็ตาม อดีตราชันก็ใช้ความเก๋าพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ก่อนจะได้โอกาสซับมิชชันด้วยท่าล็อกข้อเท้า (heel hook) เอาชนะไปได้อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 1:02 ของยกแรกเท่านั้น ทำให้ “ธานฮ์” กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ คว้าเข็มขัด MMA เฉพาะกาลไปครองได้สำเร็จ พร้อมรับโบนัสจากบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.85 ล้านบาท)

คู่รอง “โจนาธาน ดิ เบลลา” ราชันวัย 27 ปี ชาวแคนาดา-อิตาลี ป้องกันแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต (115 – 125 ป.) ครั้งแรก พบกับ “แดเนียล วิลเลียมส์” ผู้ท้าชิงวัย 30 ปี ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ที่ครั้งนี้ได้โอกาสกลับมาชิงบัลลังก์ในเวตที่ถนัด 

เริ่มเสียงระฆังดัง “โจนาธาน” ก็เปิดเกมบู๊เต็มกำลัง เดินเข้าหาพร้อมทั้งเตะขาต่อยหมัดจน “แดเนียล” ออกอาการให้เห็นหลายครั้ง แต่หลังจากผ่านยกสองฝ่ายผู้ท้าชิงเริ่มตั้งเกมได้ ยืนปักหลักแลกอาวุธชนิดที่ไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีแชมป์ ในช่วงสองยกสุดท้าย “โจนาธาน” หันมาใช้ความรวดเร็วและชั้นเชิงที่เหนือกว่าเป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้ ครบห้ายก กรรมการเทใจให้ราชันสองสายเลือดเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ป้องกันบัลลังก์ครั้งแรกได้สำเร็จ และรอวันได้กลับไปพบกับแชมป์โลกตัวจริง “ถัง ไค” เพื่อหาเจ้าบัลลังก์เพียงหนึ่งเดียว 

คู่ที่แฟนกีฬาต่อสู้ชาวไทยรอคอย “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ขอสานต่อชัยชนะในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145 – 155 ป.) พบกับ “โจ ณัฐวุฒิ” จอมเก๋ามากประสบการณ์ที่หวังมากู้ชื่อบนสังเวียนแห่งนี้อีกครั้ง

เปิดฉากมา “ตะวันฉาย” ใช้ความสดเดินบดพร้อมสาดแข้งซ้ายได้หลายจังหวะ ขณะที่ “โจ” พยายามเตะตัดล่างแก้ทางพร้อมหาจังหวะยิงหมัดโต้เป็นระยะ ยกสองและยกสามทั้งคู่ยังแลกอาวุธกันอย่างดุเดือดชนิดดวลกันช็อตต่อช็อต แต่เป็นฝ่าย “ตะวันฉาย” ที่คุมเกมและออกอาวุธได้เข้าเป้าจะแจ้งกว่า ทำให้ครบยก “ซ้ายดารา” เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปแบบเอกฉันท์ คว้าชัยในรูปแบบคิกบ็อกซิ่งเป็นไฟต์ที่สองติดต่อกัน 

อีกหนึ่งคู่ที่แฟนกีฬาต่อสู้ทั่วโลกให้ความสนใจ “ไมกี มูซูเมกี” แชมป์โลก ONE ปล้ำจับล็อก รุ่นฟลายเวต (125 – 135 ป.) เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ในการดวลกับ “ชินยะ อาโอกิ” อดีตราชัน MMA รุ่นไลต์เวต ในกติกาปล้ำจับล็อก ไม่จำกัดน้ำหนัก

ภาพรวมของการแข่งขัน “ไมกี” เป็นฝ่ายคุมเกมและโจมตีตั้งแต่เริ่มต้นชนิดที่ไม่เกรงกลัวความใหญ่ของ “ชินยะ” ก่อนที่จะได้จังหวะปิดจ๊อบอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าล็อกข้อเท้า (heel hook) สุดโหดจนอดีตราชัน MMA ไลต์เวต ต้องแท็ปขอยอมแพ้ ส่งให้ “ไมกี” คว้าชัยไปในนาทีที่ 3:05 ของการแข่งขัน 1 ยก 10 นาที พร้อมรับโบนัสเต็ม ๆ จากบิ๊กบอส “ชาตรี” 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ1.85 ล้านบาท)

ตะวันฉาย ชนะแต้ม โจ ณัฐวุฒิ

อีกหนึ่งนักกีฬาไทย “เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” ขอเดินหน้าสานต่อชัยชนะบนเวทีระดับโลก พบกับ “เซเลสต์ ฮันเซน” นักสู้สาวขาลุยจากออสเตรเลีย ที่มาเปิดตัวใน ONE รายการใหญ่ครั้งแรก ในกติกามวยไทย แคตช์เวต 121 ป.

เปิดฉากมา “เพชรจีจ้า” เดินหน้าเข้าหาพร้อมสาดอาวุธไม่ยั้งตามสไตล์ ขณะที่ “เซเลสต์” ทำได้แค่เพียงตั้งการ์ดป้องกันตัวรอดักจังหวะสวนกลับ ซึ่งตลอดเกมการชกเป็นนักสู้สาวไทยที่คุมเกมไว้ได้ทั้งหมด กระทั่งได้โอกาสทั้งเตะและปล่อยหมัดเข้าที่บริเวณใบหน้าจนคู่ชกเกิดแผลแตก ก่อนที่แพทย์สนามลงความเห็นว่าแผลฉกรรจ์เกินจะชกต่อได้ ผู้ชี้ขาดบนเวทีจึงสั่งยุติการชก พร้อมกับชูมือให้ “เพชรจีจ้า” เอาชนะทีเคโอ ในนาทีที่ 1:01 ของยกสาม 

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่

คู่เอก ธานฮ์ เล ชนะซับมิชชัน อิลยา เฟรย์มานอฟ นาทีที่ 1:02 ของยกแรก (ชิงแชมป์โลก MMA รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล 145 – 155 ป.) 

คู่รอง โจนาธาน ดิ เบลลา ชนะคะแนนเอกฉันท์ แดเนียล วิลเลียมส์ (ชิงแชมป์โลก คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต 115 – 125 ป.)

ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย ชนะคะแนนเอกฉันท์ โจ ณัฐวุฒิ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145 – 155 ป.)

ไมกี มูซูเมกี ชนะซับมิชชัน ชินยะ อาโอกิ นาทีที่ 3:05 ของยกแรก (ปล้ำจับล็อก ไม่จำกัดน้ำหนัก)

โจชัว พาซิโอ ชนะคะแนนเอกฉันท์ มานซัวร์ มาลาชิเอฟ (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115 – 125 ป.) 

จาง หลีเผิง ชนะทีเคโอ ทิโมเฟย์ นาสติวคิน นาทีที่ 3:18 ของยกแรก  (MMA รุ่นไลต์เวต 155 – 170 ป.) 

ฮู หยง ชนะทีเคโอ เอโก โรนี ซาปูตรา นาทีที่ 1:03 ของยกแรก (MMA รุ่นฟลายเวต 125 – 135 ป.) 

เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชนะทีเคโอ เซเลสต์ ฮันเซน นาทีที่ 1:01 ของยกสาม (มวยไทย แคตช์เวต 121 ป.)

ฮิโรยูกิ เทตซูกะ ชนะซับมิชชัน จิน เต โฮ นาทีที่ 4:45 ของยกแรก (MMA รุ่นเวลเตอร์เวต 170 – 185 ป.) 

ชากีร์ อัล-เตครีตี ชนะคะแนนเอกฉันท์ บัมปารา คูยาเต (มวยไทย แคตช์เวต 174.5 ป.)

บทความก่อนหน้านี้โปรแกรมมวย ศึกจ้าวมวยไทย วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566
บทความถัดไปโปรแกรมมวย ศึกท่อน้ำไทย รวมพลคนสมุย เกียรติเพชร วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่