สินสมุทร กลิ่นมี กำปั้นอารมณ์ดี วัย 30 ปี จากชลบุรี มั่นใจอาวุธหมัดและสเตปขาที่ติวเข้มมาเต็มที่ จะช่วยดับความอันตรายของ ชินทาโร มัตสึกุระ นักสู้เจ้าถิ่น วัย 34 ปี พร้อมประเดิมคว้าชัยในกติกาคิกบ็อกซิงได้สำเร็จ โดยทั้งคู่จะดวลกันภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต (155-170 ป.)ในศึก ONE ซามูไร 4 ที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. นี้ ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
สินสมุทร ผ่านการชกใน ONE มาแล้วถึง 11 ไฟต์ และเคยได้รับโอกาสขึ้นชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต ถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถทำไม่สำเร็จ โดยผลงานล่าสุดแพ้คะแนนเอกฉันท์ “จอร์จ จาร์วิส” จากสหราชอาณาจักรในศึก ONE Fight Night 41: สินสมุทร vs จอร์จ เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
กลับมาครั้งนี้ สินสมุทร ที่สะดุดแพ้มาแล้ว 2 ไฟต์ติด ขอสลับมาปั้นฟอร์มเก่งในกติกาคิกบ็อกซิงอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยเปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับ นิกี โฮลสเกน จากเนเธอร์แลนด์ในศึก ONE ลุมพินี 100 เมื่อเดือน มี.ค. 68 ซึ่งเกมในวันนั้น แม้เจ้าตัวจะเรียกนับได้ก่อน แต่กลับพลาดท่าโดนหมัดของคู่ชกเข้าเต็มกรามแพ้น็อกไปแบบสุดช็อก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับความผิดพลาดในครั้งนั้น และมั่นใจว่าไฟต์นี้ต้องดีกว่าเดิม
“ไฟต์แรกในกติกาคิกบ็อกซิงผมยังไม่ได้โชว์อะไรมาก เพราะพลาดโดนน็อกตั้งแต่ยกแรก และตอนนั้นผมชก 79 กก. ด้วย ซึ่งไม่ใช่พิกัดที่ผมถนัด เลยดูอืดไปหน่อย แต่ไฟต์นี้ลดลงมาชก 77 กก. น้ำหนักตัวเข้าที่แล้ว คิดว่าจะเคลื่อนไหวได้พลิ้วและเร็วกว่าเดิมแน่นอนครับ”
การข้ามสายมาชิงชัยครั้งนี้ สินสมุทร ต้องเผชิญหน้ากับ ชินทาโร ตัวแทนจากค่ายดังบาชิเลอุสึยิม (Vasileus) ที่เคยร่วมฝึกซ้อมและทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้สองซูเปอร์สตาร์อย่าง ทาเครุ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล และ มาซาอากิ โนอิริ อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล
โดย ชินทาโร พกดีกรีแชมป์คิกบ็อกซิงหลายสถาบัน รวมถึงแชมป์ K-1 รุ่นมิดเดิลเวต มาเปิดตัวบนสังเวียน ONE อย่างไรก็ตาม สินสมุทร ไม่แสดงอาการหวั่นใจให้เห็นแม้แต่น้อย หลังจากที่ศึกษาคู่ชกมาเป็นอย่างดี และมั่นใจว่าประสบการณ์ที่โชกโชนบนเวที ONE จะเป็นแต้มต่อของตัวเองในไฟต์นี้
“ผมเคยเห็นเขามาทำหน้าที่พี่เลี้ยงอยู่บ้าง และไม่ได้แปลกใจอะไรที่เขากลับมาชก เพราะบรรยากาศในสนาม เป็นแรงกระตุ้นให้นักมวยทุกคนอยากขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองอยู่แล้ว”

“จากที่ผมศึกษาเรื่องสไตล์การชกของเขามา เห็นว่าเขาเป็นมวยรุ่นใหญ่ที่มีหมัดหนัก และมีลูกเตะที่อันตราย ทั้งคาล์ฟคิก เตะจิก เตะเจาะยาง รวมถึงอาวุธแปลก ๆ ที่ต้องคอยระวังให้ดี แต่ถ้าวัดกันที่สภาพร่างกาย ผมหนุ่มกว่า ความฟิตพร้อมกว่า และที่สำคัญคือผ่านสังเวียน ONE มาหลายไฟต์ ชินกับบรรยากาศและความกดดันบนเวทีใหญ่ ผมคิดว่าผมเหนือกว่าเขาตรงนี้ครับ”
เพื่อกู้ศรัทธาและคว้าชัยครั้งแรกในกติกานี้ให้ได้ สินสมุทร จึงได้รับการติวเข้มแบบจัดเต็มจากสองโค้ชฝีมือดีอย่าง เมห์ดี ซาทูต และ โค้ชคริส ฟอร์สเตอร์เทรนเนอร์มือเอกของค่าย ที่เข้ามาช่วยปรับแต่งการเคลื่อนไหวและเพิ่มความหลากหลายของอาวุธหมัดเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังลั่นวาจาไร้ความกดดัน แม้ต้องบุกไปสู้ถึงแดนปลาดิบ
“ไฟต์นี้มีโค้ชหลายคนเข้ามาช่วยซ้อมให้ ทั้ง เมห์ดี พี่คริส และเทรนเนอร์คนอื่นในค่าย โดยเน้นติวเรื่องสเตปขาและการออกหมัดเพิ่มให้เป็นพิเศษ”
“ส่วนเรื่องต้องไปชกต่างแดน ผมไม่ได้รู้สึกกดดัน เทรนเนอร์สอนผมเสมอว่า พอก้าวขึ้นเวทีแล้ว เวทีนั้นก็คือบ้านของเรา เพราะบนนั้นมีแค่เราสองคน คือผมกับคู่ชก บรรยากาศรอบข้างไม่มีผลหรอกครับ จะไปชกบ้านใครก็ไม่เกี่ยว ผมพร้อมใส่เต็มที่แน่นอน”
การข้ามน้ำข้ามทะเลมาชกที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ คือโอกาสทองในการกู้ฟอร์มเก่งของ สินสมุทร อีกทั้งยังได้ร่วมเดินทางมาลุ้นชัยชนะเคียงข้างสองเพื่อนรักร่วมค่ายแห่งแก๊ง “สุกี้หม้อรวม” อย่าง นาบิล อานาน และ โมฮัมหมัด เซียซารานี ซึ่งเปรียบเหมือนแรงผลักดันให้เจ้าตัวมุ่งมั่นคว้าชัยชนะ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนไม่ใช่ทางผ่านของใครทั้งนั้น
“ก่อนหน้านี้ผมเคยบินมาเชียร์เพื่อน ๆ ที่ญี่ปุ่น บรรยากาศในสนามมันดีและยิ่งใหญ่มาก พอมาถึงคิวของตัวเองจริง ๆ ก็ดีใจที่จะได้ขึ้นไปโชว์ฝีมือบ้าง เพราะเราเคยมาซึมซับบรรยากาศที่นี่แล้ว ยิ่งได้มาต่อยพร้อมกับ นาบิล และ โมฮัมหมัด ยกแก๊งแบบนี้ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ถ้าไฟต์นี้เราพากันชนะยกทีมขึ้นมาจริง ๆ เตรียมฉลองกันยกใหญ่แน่นอน”
“กลับมาครั้งนี้ผมพร้อมทำหน้าที่ให้เต็มที่ที่สุด อยากคว้าชัยชนะในกติกาคิกบ็อกซิงให้ได้เป็นครั้งแรก ไฟต์นี้ไม่อยากพักผ่อนอย่างสงบอีกแล้ว อยากเดินลุยให้สุด ถ้าผมน็อกเขาไม่ได้ เขาก็ไม่มีทางน็อกผมได้เหมือนกัน ต่างคนต่างพร้อมแลกแน่นอนครับ”
“ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ยังส่งกำลังใจและอยากเห็นผมกลับมาสู้อีกครั้ง ผมสู้สุดใจแน่นอน เข้าใจดีว่านี่คือเกมกีฬา มีแพ้มีชนะ แต่รอบนี้ขอกลับมาชนะบ้างเถอะครับ (หัวเราะ) ฝากทุกคนช่วยเชียร์ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะเอาชัยชนะมาฝาก แล้วไปฉลองกินสุกี้หม้อรวม เอาให้สะเทือนญี่ปุ่นไปเลยครับ”



