“เฟี้ยว” ปุณณ์รวี รื่นรส นักชกสาวทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เอเชีย 2 สมัย ยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งของตัวเองบนเวทีระดับทวีปได้อย่างยอดเยี่ยม หลังโชว์ฟอร์มเหนือชั้นเอาชนะ ไจสมิน ไจสมิน นักชกจากอินเดีย ไปแบบขาดลอย 5-0 เสียง ในรอบชิงชนะเลิศ รุ่น 57 กิโลกรัมหญิง คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ในการแข่งขันมวยสากลชิงแชมป์เอเชีย รายการ “Asian Boxing Elite Boxing Championships” ที่จัดขึ้น ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 10 เมษายน 2569
การแข่งขันเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ทัพนักชกไทยมีโปรแกรมขึ้นเวทีเพียงไฟต์เดียว และเป็นไฟต์สำคัญในรอบชิงชนะเลิศหญิง รุ่น 57 กิโลกรัม ซึ่ง ปุณณ์รวี รื่นรส ลงดวลกำปั้นกับ ไจสมิน ไจสมิน คู่ปรับจากแดนภารตะ โดยตลอด 3 ยกของการแข่งขัน นักชกสาวไทยอาศัยความเร็ว ความแม่นยำ และการออกหมัดที่เฉียบคม คุมจังหวะเกมไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่กรรมการทั้ง 5 คนจะพร้อมใจยกคะแนนให้ ปุณณ์รวี เป็นฝ่ายชนะเอกฉันท์ 5-0 เสียง ส่งผลให้เจ้าตัวคว้าเหรียญทองมาครองได้ตามเป้าหมาย

หลังจบการแข่งขัน ปุณณ์รวี เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ และถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจในการรับใช้ทีมชาติไทย โดยเจ้าตัวยังยืนยันว่าจากนี้จะมุ่งมั่นพัฒนาฝีมือต่อไป เพื่อเป้าหมายสำคัญในอนาคตอย่างการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งเป้าว่าจะคว้าเหรียญทองมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยให้ได้
สำหรับการแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชียในครั้งนี้ สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 11 รุ่น แบ่งเป็นประเภทหญิง 6 รุ่น ได้แก่ ทิพย์สัจจา ยอดวารี รุ่น 48 กิโลกรัม, จุฑามาศ รักสัตย์ รุ่น 51 กิโลกรัม, ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง รุ่น 54 กิโลกรัม, ปุณณ์รวี รื่นรส รุ่น 57 กิโลกรัม, ธนัญญา สมนึก รุ่น 60 กิโลกรัม และ พรทิพย์ บัวป่า รุ่น 65 กิโลกรัม ขณะที่นักกีฬาชายส่งลงแข่งขัน 5 รุ่น ประกอบด้วย ภานุวัฒน์ ปุณกรณ์ รุ่น 50 กิโลกรัม, กรังปรี โบขุนทด รุ่น 55 กิโลกรัม, ศักดิ์ดา รวมธรรม รุ่น 60 กิโลกรัม, บรรจง สินศิริ รุ่น 65 กิโลกรัม และ วีระพล จงจอหอ รุ่น 80 กิโลกรัม
ในส่วนของทีมงานผู้ฝึกสอนและสตาฟฟ์ ประกอบด้วย มร.มาเรียโน่ กอนซาเลส คอสเม, ร้อยตรีสุบรรณ์ พันโนน, ร้อยโทสุดาพร สีสอนดี และ จ่าสิบเอกฐวิกร สณฑ์สกุณา รวมถึงทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาและเจ้าหน้าที่สมาคมอย่าง นางสาวพิมชะญารักษ์ พราช และ นายปรเมษฐ์ บัวใหญ่ ที่ร่วมกันวางแผนและสนับสนุนนักกีฬาอย่างเต็มที่



