สมจิตร – วิจารณ์มวยสากลไทย ชี้อาจใช้เวลาอีกนานคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก

0
421

สมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานการณ์ของวงการมวยสากลสมัครเล่นไทยในปัจจุบัน โดยให้สัมภาษณ์ผ่านช่องยูทูบ BenzKhomKorr พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นมืออาชีพและวินัยของนักมวยรุ่นใหม่ พร้อมชี้ว่า หากแนวทางยังเป็นเช่นนี้ อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าประเทศไทยจะได้เห็นเหรียญทองโอลิมปิกอีกครั้ง

เจ้าของวลีดัง “ผมเจ็บมาเยอะ” คือฮีโร่เหรียญทองในศึก โอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน วงการมวยสากลสมัครเล่นไทยยังไม่สามารถผลิตนักชกเหรียญทองโอลิมปิกได้อีกเลย และอย่างเร็วที่สุด หากจะกลับมาทวงความสำเร็จ ก็ต้องรอถึงมหกรรม โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะครบ 20 ปีพอดีนับจากความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของเขา

ในการให้สัมภาษณ์ สมจิตรถูกตั้งคำถามถึงมุมมองต่อวงการมวยสากลสมัครเล่นไทยยุคปัจจุบัน ซึ่งเขาเริ่มต้นด้วยการชื่นชมการบริหารงานของสมาคมชุดใหม่ที่เข้ามาทำงานในช่วง 6-8 ปีหลัง โดยยอมรับว่า สมาคมให้การสนับสนุนนักกีฬาอย่างดีมาก ทั้งเรื่องสวัสดิการ ทีมสตาฟฟ์ และการดูแลภาพรวม ทุกอย่างถือว่าพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

อย่างไรก็ตาม อดีตแชมป์โอลิมปิกกลับมองว่า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สมาคม แต่อยู่ที่ตัวนักกีฬา” โดยเขาใช้คำว่าเด็กยุคนี้ “ถูกสปอยมากเกินไป” เปรียบเหมือนลูกที่ถูกพ่อแม่เอาใจจนขาดความแข็งแกร่งทางจิตใจ เขาแยกความแตกต่างชัดเจนระหว่างคำว่า อาชีพนักกีฬา กับ นักกีฬามืออาชีพ พร้อมย้ำว่าการเป็นนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่แค่มีตำแหน่ง แต่ต้องมีความรับผิดชอบ วินัย และความเพียรในระดับสูง

สมจิตร - วิจารณ์มวยสากลไทย ชี้อาจใช้เวลาอีกนานคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก

สมจิตรยกตัวอย่างถึงหลานชายของตนเองอย่าง วีระพล จงจอหอ ซึ่งติดทีมชาติไทย โดยเผยว่าเขาอบรมสั่งสอนอยู่เสมอ เตือนให้เข้าใจว่าการเป็นนักกีฬามืออาชีพต้องมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับคำว่า “มืออาชีพ” ไม่ใช่เพียงแค่มีชื่ออยู่ในทีมชาติเท่านั้น

อดีตฮีโร่โอลิมปิกยังวิจารณ์ตรงไปตรงมาว่า นักมวยบางคนขาดเป้าหมายที่ชัดเจน มองเพียงแค่เบี้ยเลี้ยงรายวัน ไม่ได้มองไปถึงเป้าหมายสูงสุดอย่างเหรียญโอลิมปิก เขาตั้งคำถามกลับไปยังนักชกรุ่นใหม่ว่า “คุณพยายามพอหรือยัง คุณพัฒนาตัวเองพอหรือยัง มีวินัยและความเพียรพอหรือยัง” พร้อมระบุว่าหากยังคิดเพียงแค่ซ้อมเมื่ออยากซ้อม และหยุดเมื่อไม่อยากซ้อม ความก้าวหน้าก็จะไม่เกิดขึ้น

แม้จะวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน แต่สมจิตรยืนยันว่าเขาปรารถนาเห็นฮีโร่คนใหม่เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี เพราะต้องการเห็นวงการมวยและวงการกีฬาไทยกลับมามีรอยยิ้มและความสุขจากการเชียร์นักกีฬาไทยบนเวทีโลกอีกครั้ง ทว่าในมุมมองของเขา หากทัศนคติและวินัยของนักกีฬายังไม่เปลี่ยนแปลง โอกาสคว้าเหรียญทองอาจต้องรอไปอีกนาน

ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ สมจิตรยังถูกถามถึงเงินอัดฉีดหลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี 2008 ซึ่งเขาเล่าแบบขำ ๆ แต่จริงจังว่า ได้รับรวมทั้งสิ้น 40 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินสด 20 ล้านบาท และอีก 20 ล้านบาทในรูปแบบกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องเสียชีวิตภายใน 1 ปีจึงจะได้รับเงินก้อนดังกล่าว สร้างเสียงหัวเราะปนตกใจให้กับผู้ดำเนินรายการ

บทความก่อนหน้านี้นักรบ – เตรียมซัดเดือด พันฤทธิ์ ชิงชัยกู้ศรัทธาในศึก ONE ลุมพินี 143
บทความถัดไปปานเผด็จ – ไล่อัด อภิวัฒน์ ด้าน สุริยันต์เล็ก ทุบ ตาวฟิก ศึก ONE ลุมพินี 142

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่