“อิเลียส เอ็นนาฮาชิ” อดีตราชัน รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) วัย 28 ปี ตัวแทนเนเธอร์แลนด์/โมร็อกโก และ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 39 ปี ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ หลังจากที่ไฟต์ของทั้งคู่ต้องถูกยกเลิกไปในศึก ONE 171 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ สังเวียน ลูเซล สปอร์ตส์ อารีนา ประเทศกาตาร์
ศึกระหว่าง “อิเลียส vs เพชรทนง” ถือเป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่แฟนกีฬาต่อสู้โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ตั้งตารอชมเป็นอย่างมาก เพราะทั้งสองต่างได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวพ่อในกติกานี้ และแฟนมวยจำนวนมากคาดว่าผู้ชนะของไฟต์นี้จะมีโอกาสได้ขึ้นชิงบัลลังก์ในอนาคตอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ไฟต์ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากชมดูเหมือนจะมีอุปสรรคตั้งแต่แรก เนื่องจาก “อิเลียส” ทำน้ำหนักไม่ได้ในพิกัดที่ตกลงกันไว้ (รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.) ซึ่งทาง “เพชรทนง” ยืนยันพร้อมแบกน้ำหนักชกในพิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) และต่างฝ่ายต่างเจรจาทุกอย่างลงตัวและตอบตกลงขึ้นสังเวียนวัดฝีมือกันแล้ว
แต่เมื่อถึงในช่วงบ่ายของวันแข่งขัน “อิเลียส” จำเป็นต้องขอถอนตัวไปเนื่องจากทีมแพทย์ได้ตรวจดูแล้วว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะขึ้นชก จึงทำให้ไฟต์นี้ต้องมีอันยกเลิกไปในที่สุด โดยหลังจากนั้นเขาได้ออกมาเปิดเผยถึงการถอนตัวในศึกครั้งนี้เอาไว้บนโซเชียลมีเดียส่วนตัว “iliasennahachi” อย่างชัดเจน
“ถึงแฟนที่รักทุกคน ผมตั้งตารอการแข่งขันครั้งนี้อย่างมาก แต่โชคร้ายที่ผมต้องถอนตัวไป 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน ผมมีอาการป่วย แม้ว่าน้ำหนักจะอยู่ในเกณฑ์ที่ผมสามารถควบคุมได้ แต่ผมต้องฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ซึ่งผมมั่นใจว่าสามารถทำน้ำหนักและค่าน้ำได้อย่างแน่นอน”
“แต่เมื่อเดินทางมาถึงที่กาตาร์ ผมสังเกตเห็นว่าการลดน้ำหนักยากมากกว่าที่ผ่านมา ซึ่งผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ผมพยายามสุดความสามารถแล้ว และกลายเป็นว่าสภาพร่างกายผมรับไม่ไหว ผมต้องขอโทษ ONE และ เพชรทนง เป็นอย่างมากที่ทำให้ผิดหวัง”

ขณะที่ฝั่งของ “เพชรทนง” หนึ่งเดียวจากนักกีฬาไทยที่โอกาสขึ้นสังเวียนใหญ่ในครั้งนี้ รับรู้สถานการณ์ของคู่ต่อสู้มาตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเหยียบแผ่นดินกาตาร์ ซึ่งเขาก็ได้เล่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้แฟนมวยชาวไทยได้เข้าใจแล้วที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนชก
“วันที่เดินทางมาถึงที่กาตาร์ เราทดสอบตาชั่งพร้อมกัน ผมน้ำหนักต่ำกว่าพิกัดที่ชก ส่วนของเขาก็ทราบว่าน้ำหนักเกิน 14 ป. ผมเจอเขาบ่อยมากในยิมของโรงแรมและเห็นว่าเขาพยายามทำอย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ”
“ถึงวันชั่งน้ำหนัก ผมภาวนาให้เขาน้ำหนักเกินน้อยที่สุด เพราะในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนเดียวในรายการนี้ ผมไม่ได้อยากได้เงินค่าตัวฟรีๆ ผมอยากโชว์ผลงานมากกว่า”
“หลังจากหมดเวลาชั่งก็ได้มีการพูดคุยกัน ผมบอกว่าให้ทำค่าน้ำให้ผ่านเท่านั้นพอ น้ำหนักเกินเท่าไหร่ไม่ใช่ปัญหา จะให้ผมแบกขึ้นไปหรือเขาจะพยายามลดมาก็ได้ ขอแค่ให้ผมได้ชก เขาก็ลดลงมาจบที่ราวๆ 150.75 ป.”
“พอมาถึงวันชก ผมก็ได้รับข่าวว่าเขาไม่สามารถแข่งขันได้ เขาเดินมาขอโทษผม บอกว่าร่างกายเขาไม่พร้อมจริง ๆ ผมก็ให้กำลังใจเขาไปว่า ไม่เป็นไร อย่าไปคิดมาก วันหน้าค่อยมาเจอกันใหม่ได้ ให้รักษาสุขภาพก่อน”
“ผมก็คิดว่าเขาทำอย่างเต็มที่แล้ว อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ อนาคตหลังจากนี้ผมจะเข้าซ้อมต่อทันที เพื่อรอรายการต่อไปครับ”
แฟนกีฬาการต่อสู้สามารถติดตามข่าวสารอัปเดตของ ONE ได้ที่เว็บไซต์ ONEFC.com/th รวมถึงโซเชียลมีเดียของ ONE ประเทศไทย ได้แก่ Facebook ONE Championship Thailand Instagram ONEChampTh และ TikTok ONEChampTH



